ล้วงเรื่องลับพระเอกหน้าตี๋กว่าจะมีวันนี้ของ‘เจมส์ มาร์’

ล้วงเรื่องลับพระเอกหน้าตี๋กว่าจะมีวันนี้ของ 'เจมส์ มาร์' : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง... เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล ภาพ... วริศรา วุฒิกุล

 
 
         พระเอกหนุ่มลุคตี๋อินเตอร์ ควบตำแหน่งดาวรุ่งอย่าง เจมส์ มาร์ กำลังแสดงฝีมือด้านการแสดงในละครอิงประวัติศาสตร์เรื่อง "ข้าบดินทร์" ค่าย "ทีวีซีน" ทาง ช่อง 3 รับบท "เหม" ประกบนางเอกสาว "แมท" ภีรนีย์ คงไทย หลายคนพูดถึงพระเอกหนุ่มคนนี้ยกให้เป็นตัวแทนของนักแสดงที่มี "พรแสวง" และความตั้งใจเป็นเลิศ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของตัวละครหรือไม่ ก่อนที่จะออกอากาศ ถ้าอยากรู้ว่าเขาจะรับมืออย่างไร "บันเทิง คมชัดลึก" จะพามาสัมผัสกับทัศนคติในการทำงานและการใช้ชีวิตของพระเอกหนุ่มคนนี้
 
 
@@ฝ่ากระแสวิจารณ์ "ข้าบดินทร์"
พอละครออนแอร์ มีเสียงชื่นชม สำหรับเจมส์ ถือว่าบท "พ่อเหม" รอดแล้วหรือยัง
          ถามว่ารอดหรือยัง ผมว่ายังนะ ต้องดูไปเรื่อยๆ ด้วยความที่ละครเรื่องนี้ ไม่ได้มีแค่ช่วงเดียวของชีวิต มีประมาณ 5 ช่วงของชีวิตผู้ชายชื่อ เหม พัฒนาการของตัวละครจะสูงมาก ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกคำติชม และกระทู้ในอินเทอร์เน็ต ผมได้อ่านบ้าง แต่อาจจะอ่านไม่หมด มีคนชมว่าเราแสดงออกมาดี ผมรู้สึกขอบคุณ หลังจากนี้ถ้าจะมีกระแสอะไร ผมพร้อมรับทุกอย่าง เพราะถือว่าเราทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จแล้ว 
 


เจมส์ เบาใจมั้ย เพราะก่อนหน้านี้ โดนกระแสเรื่องความเหมาะสมของตัวละครหนัก
          ถ้าตามนิยายพ่อเหม จะเป็นลูกครึ่ง "ไทย-มอญ" ตอนแรกผมมีคำถามเหมือนกันว่า ผมจะแสดงเป็นตัวละครที่มีความเป็นไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ได้เหรอ แต่เรื่องคำวิจารณ์ สำหรับผมเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เพราะตอนที่เล่น รณพีร์ (ซีรีส์ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ) ก็โดน ซึ่งเรื่องพวกนี้ ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเรา ในเมื่อเรามีโอกาส ผมต้องทำเต็มที่ ไม่อย่างนั้นผมคงต้องรอละครที่เป็นละครคนจีน ซึ่งคงไม่ใช่ เพราะผมคงเปลี่ยนหน้าตาตัวเองไม่ได้ แต่อาจจะเปลี่ยนลุคของการแสดง และทำการบ้านให้มากขึ้นได้ ผมรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนจะยอมตรงนี้ เราเข้าใจว่าเขาคงอยากให้ตัวละครมีความเป็นไทย แต่ผมรูสึกดีใจ ที่พอละครออนแอร์ไป เขาสามารถหันกลับมาชอบเราได้ 
 
 

เล่นเรื่องอะไร เจมส์ จะโดนวิจาณณ์ก่อนเสมอ มีวิธีคิดยังไง
          ใช่ ผมโดนทุกเรื่องเลย แต่ผมไม่ได้เก็บคำวิจารณ์พวกนั้นมาน้อยใจ หรือทำให้ตัวเองเครียด ผมคิดว่าดีนะ ที่มีคนมาบอกคาแรกเตอร์ของเรามากขึ้น เพราะเวลาผมทำงาน ผมต้องการข้อมูลเยอะๆ อาปิ่น (ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์ ผู้จัด) พี่หนุ่ม (อรรถพร ธีมากร ผู้กำกับ) เขาจะข้อมูลแน่นมาก เพื่อเอามาบอกเราต่อ พอข้อมูลเราเยอะ ผมว่ามันทำให้การทำงานเราง่ายขึ้น 
 
 

"หนุ่ม" อรรถพร จะชมว่า เจมส์ เป็นคนตั้งใจมาก
          ต้องขอบคุณพี่หนุ่มด้วย พี่หนุ่มกำกับละเอียดมาก ดูภายนอกพี่หนุ่มเหมือนเป็นคนสบายๆ นะ แต่ในการทำงานพี่หนุ่มเก็บทุกเม็ดเลย พี่หนุ่มจะบอกให้ทำการบ้านมาดีๆ ถ้าผมทำการบ้านไม่ดี จะเล่นไม่ได้ เพราะผมรู้ตัวว่า เราไม่ได้เก่งขนาดสั่งแอ็กชั่นปุ๊บเล่นได้เลย ยิ่งบทบู๊ก็ยาก ผมต้องฝึก "ดาบอาทมาฏ" ซึ่งเป็นดาบ 2 มือ ก่อนหน้าจะถ่ายละครอยู่ 6 เดือน ฝึกจนท้อ เวลาควงดาบไป ก็ตีตัวเองโป้กๆ ตอนลงไปประลองดาบกับครู เราโดนตีตลอดเวลา เหมือนนักมวยที่โดนชกตลอด มันก็เจ็บ แต่ไม่ได้เจ็บตัวนะ เจ็บใจว่าทำไมทำไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร ผมคิดว่า ไม่ได้ก็ทำต่อไป เดี๋ยวได้เอง
 
 

@@หลงเสน่ห์ 'นางเอก' จนเก็บไปฝัน
เล่นละครกับ "แมท" เป็นยังไงบ้าง
          สนุกมาก เขาแกล้งผมประจำ จำได้เลยว่าเจอกันวันแรก ผมเกร็งเขามาก เพราะคิดว่าเขาคือ "แมท" ภีรนีย์ และเขาสวยอ่ะ (ยิ้ม) ตอนที่เจอเขาแต่งตัวเป็นลำดวน สวยมาก แต่ผมเพิ่งลงมาจากซ้อมดาบ ตัวเปียกเหงื่อ หน้าตาดูไม่ได้เลย เรารู้สึกว่าเขาเป็นกันเอง และน่ารัก พอมาถ่ายละคร ยิ่งรู้สึกถึงความเต็มที่ เขาทำให้ผมเชื่อว่าเขาคือ ลำดวน จนผมลืมคิดไปเลยว่าเขาคือ แมท เชื่อถึงขั้นทำให้ผมเก็บไปฝันถึงบ้านเลยนะ เพราะเขาเก่งมาก หลายคนอาจจะมองว่าเขาไม่เหมาะ หน้าฝรั่ง เขาจะรู้สึกเครียดหน่อย แต่ผมอยากจะบอกว่าให้คุณดูละครเรื่องนี้ แล้วจะหลงรักลำดวน   
 
 

เจมส์เขินแมทมั้ย
          เขินนะ ผมพูดตรงๆ ว่า อย่างฉากเข้าหอ ซึ่งเลิฟซีนละครสมัยก่อน กับสมัยนี้ไม่เหมือนกัน พูดง่ายๆ คนโบราณที่เข้าหอ บทจะพูดแล้วพูดอีก กว่าจะได้เรื่องอะไรบางอย่าง (หัวเราะ) แต่ถ้าเป็นละครปัจจุบัน ทุกอย่างเร็วขึ้น แป๊บเดียวได้เรื่องแล้ว แต่เมื่อก่อนต้องพร่ำพรรณนา พี่อย่างโน้น พี่จะดูแลเจ้าไปตลอด ตอนแรกที่ถ่ายฉากนี้ คือต้องยกกองเลย เพราะเวลาไม่พอ (หัวเราะ) ผมรู้สึกตัวเอง พูดแบบนั้นไม่เป็น ทำไม่เป็นจริงๆ มาถึงเตียงแล้วนั่งปุ๊บ คิดไม่ออกต้องทำยังดี เพราะถ้าเป็นสมัยนี้ ไม่ใช่แบบนั้นไง ช่วงนั้นเป็นช่วงแรกๆ ต้องปรับจูนกันด้วย แต่พอได้กลับมาถ่ายใหม่อีกที หลังจากที่เราต้องไปถ่ายฉากเข้าป่า ไปร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมา คราวนี้ง่ายแล้ว แป๊บเดียวผ่าน แต่ผมยังเขินเขาอยู่นะ 
 
 

@@ เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ
เล่นละครกับ "คิม" คิมเบอร์ลี่ เป็นอย่างไรบ้าง
          ผมจะได้เล่นละครปัจจุบันเรื่องแรก ไม่พีเรียดแล้ว บทหมอ "ศตวรรษ" จะโตหน่อยอายุ 29-30 ละครเรื่องนี้เมื่อก่อนชื่อ "สามีเงินผ่อน" เวอร์ชั่นปัจจุบันคือ "เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ" ในเรื่องผมเป็นรองคิมที่รับบทเป็น อนุศนิยา เพราะเราเป็นลูกหนี้ จะโดนข่มทั้งเรื่อง แต่ด้วยความที่หมอศตวรรษ ไม่ใช่คนกลัวใครและฉลาดมาก จะมีจุดขัดแย้งของคู่พระนางตลอด เราจะเกลียดกันทั้งเรื่อง คนดูจะลุ้นว่าเมื่อไหร่จะรักกันสักที 
 
 

ได้เปลี่ยนบรรยากาศการทำงานสนุกมั้ย          
          ยากนะ ช่วงแรกเข้าฉาก ผมเล่นแบบพีเรียดเลย รู้สึกไอ้เจมส์จังหวะช้ามาก (หัวเราะ) พูดเนิบๆ วันแรกงงอยู่ พอวันต่อมาโอเค ผมไม่เคยถามพี่แอน (แอน ทองประสม) นะว่า ทำไมถึงเลือกผมมาเล่น แต่ผมอยากมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับพี่แอน และคิมด้วย เหมือนเราต้องมาแสดงกับเด็กห้องคิง พวกเขาเป็นดอกเตอร์หมดแล้ว แต่เราเป็นเด็กจบปริญญาตรี ช่วงแรกเครียดนะ ยังจูนจังหวะกันไม่ได้ ยังไม่ชิน แต่ตอนนี้รู้สึกสบายแล้ว
 
 

เห็นว่า "โอ๋" กฤษฎา เตชะนิโลบล ผู้กำกับดุมาก
          ถามว่าเขาดุมั้ย มีบ้าง แต่เขาตั้งใจจะทำงานออกมาให้ดี เขาไม่ได้ดุด่าผมด้วยคำหยาบคาย หรือทำให้เรารู้สึกเสียใจ เจ็บใจ ถามว่ามผมกับคิมใครโดนเยอะกว่า ส่วนใหญ่จะเป็นผม แต่ไม่แปลก เหมือนตอนที่ผมเล่นละครกับพี่นก (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) เรื่องแรกก็โดน แต่สไตล์พี่นกจะไม่ใช่สไตล์พี่โอ๋ พี่นกจะเหมือนพ่อลูกคุยกัน สำหรับผมไม่ได้รู้สึกว่า พี่โอ๋ว่าเรา แต่คนอื่นอาจจะรู้สึกว่าพี่โอ๋ดุ แต่ผมเฉยๆ ผมต้องปรับตัวเองด้วย เมื่อก่อนผมพยายามเอาทุกอย่างมาไว้กับตัวเอง รู้สึกว่าเครียดไป มันไม่ดี ไม่ใช่ว่าผมไม่แคร์นะ แต่ถ้าผมแคร์ทุกเรื่องแล้วผมเล่นแย่ งานคงแย่ 
 
 

@@ ตัวตนหนุ่มตี๋
ผู้จัดการอย่าง "เอ" ศุภชัย ศรีวิจิตร ดูแลยังไงบ้าง ชีวิตต้องมีกรอบมั้ย
          ไม่นะ พี่เอ จะรู้ว่าผมเป็นคนค่อนข้างจัดการชีวิตได้ดี เขาจะไม่มายุ่งกับผมมาก เขาจะส่งพี่อ๋า (คนดูแล) มาดูแลผม และพี่เอเหมือนเป็นครูใหญ่ เขาจะไม่ทิ้งเรา ถามว่าเขาเคร่งมั้ย ถ้าย้อนกลับไปเมื่อก่อน พี่เอจะบังคับให้ไปเรียนแอ็กติ้ง เดินแบบ ร้องเพลง เรียนเยอะมาก แต่เราต้องไปนะ ถ้าไม่ไปโดนด่า ซึ่งถือว่าถูกแล้ว แต่เขาไม่มาเครียดกับผมหรอก เพราะเขารู้อยู่แล้วว่า ผมรับผิดชอบตัวเองได้ 
 
 

คนจะมองว่า เอ วางทางเดินให้เด็กทุกคน
          ไม่ขนาดนั้นนะ แต่พี่เอพาผมเข้ามาในวงการบันเทิง เขาให้โอกาสเด็กทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าเด็กจะไปได้ไกลขนาดไหน ตอนแรกผมไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้นะ พี่เอก็ไม่มั่นใจว่า ผมจะทำได้หรือเปล่า แต่พี่เอแค่อยากให้เด็กทุกคน ทำดีที่สุดเท่าที่ศักยภาพเด็กจะทำได้ แล้วแต่จังหวะและโอกาสที่พี่เอได้คุยกับผู้ใหญ่ด้วย เขาไม่ได้บังคับว่าผมต้องเป็นคนลุคแบบนี้นะ เขาจะให้เป็นตัวของตัวเอง เพราะถ้าจะบังคับ เขาต้องบังคับให้ผมพูดเยอะๆ เฮฮา มีไอจี แต่ผมเป็นตัวเองแบบนี้ ผมคิดว่าพี่เอปั้นให้เราเป็นนักแสดง เราแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี คนดูชอบ แค่นั้นจบแล้ว นี่คือวิธีการดูแลของพี่เอกับผม 
 
 

สำหรับเจมส์คิดกว่าการอยู่ในวงการบันเทิงยากมั้ย
          ไม่ยากนะ ผมว่าการทำงานต่างหากที่ยาก แต่สำหรับเด็กใหม่อาจจะคิดว่ายาก อย่าไปคิดว่าต้องแข่งขัน แค่ทำให้คนดูชอบงานของคุณแค่นั้นพอแล้ว ถ้ามัวไปคิดว่าต้องแข่งกับคนอื่น เราจะเหนื่อย ถ้าเป็นผมคิดแค่ว่าทำให้คนดูมีความสุข คำเดียว ถ้าคนดูมีความสุข ทุกอย่างจะตามมาเอง ทั้งความดัง เรตติ้ง โดยที่เราไม่ต้องคิดถึงปลายเหตุ เราแค่คิดถึงหน้าที่ว่าของเราว่า ทำยังไงให้งานออกมาดีแค่นั้นพอ ถ้าอยู่จริงๆ อยู่ไม่ยากหรอก ในวงการนี้ แค่เป็นตัวของตัวเอง แล้วทุกอย่างจะออกมาดี การพยายามเป็นคนอื่น มันเหนื่อย กลับมาบ้านต้องมาคิดว่าที่ทำไปทั้งหมด ไม่มีอะไรที่ใช่เราเลย มันไม่มีความสุข 
 
 

มีเวลาแบ่งให้ครอบครัวบ้างมั้ย
          มีบ้าง เพราะผมอยู่บ้านกับพ่อ อากง อาม่า ก็อยู่ด้วยกัน ส่วนแม่กับน้องสาวจะบินกลับมาทุกเดือนจากฮ่องกง เขาบินไปทำงาน เราดีใจที่ยังได้อยู่ด้วยกัน ได้เจอกันบ้าง ไม่ถึงกับว่าไม่ได้เจอกันเลย เวลาไม่เจอกันก็สไกป์คุยกัน หรือให้ไลน์ (แอพพลิเคชั่นในไอโฟน) โทรไป 
 
 

@@ไร้สาวจับจองหัวใจ
เรื่องสาวๆ เจมส์ คิดว่าตัวเองจะมีความรักได้เมื่อไหร่
          มีเมื่อไหร่ เดี๋ยวคนคงรู้เอง เพราะผมไม่ได้รีบนะ เรารู้สึกว่าเราทำงาน ไม่ได้เจอใครด้วย และไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองต้องมีแฟน ผมคิดว่า ถ้าถึงเวลาแฟนจะมาเอง ซึ่งคนที่มาเอง เราจะรู้สึกว่าไม่ต้องพยายามไปจีบ ไปหยอด เดี๋ยวพอไปจีบมากๆ ปุ๊บ ตอนเป็นแฟนกันจริงๆ เขาจะหาว่าเราหมดโปรโมชั่น ปล่อยไปเรื่อยๆ ตามธรรมชาติดีกว่า 
 
 

สเปกสาวยังเหมือนเดิมมั้ย
          เหมือนเดิม ผมชอบแบบพี่อั้ม (พัชราภา ไชยเชื้อ) ถามว่าชีวิตจริงคงหาแบบพี่อั้มยาก ผมต้องหาผู้หญิงเก่ง จะเก่งมุมไหนก็ได้ เพราะความเก่งเป็นเสน่ห์ อย่างผู้หญิงเก่ง ถ่ายรูป เก่งร้องเพลง เก่งเรื่องเต้น ผมว่าเป็นเสน่ห์นะ 
 
 

ไม่เกี่ยวว่าเป็น เจมส์ มาร์ แล้วมีแฟนยาก 
          ไมเกี่ยวเลย ผมไม่ห้ามเรื่องความรู้สึกนะ แต่พูดตรงๆ ว่ายังไม่ได้รู้สึกกับใครด้วย และไม่ได้คิดว่าจะต้องมีแฟน ถ้ามีจังหวะดีๆ ผมอยากมีทีเดียวจะได้ไม่ต้องเลิกกันให้เจ็บ
 
 

เจมส์ ชอบมีข่าวกับสาวๆ แบบแปลกๆ
          มีนะ คนชอบหาว่าผมเป็นพระเอกไร้ข่าว แต่เอาจริงๆ มีนะ ตอนนั้นมีข่าวว่าไปเดินเมเจอร์รัชโยธินกับคนที่ทำงานเป็นเอ็มซี หรือ พริตตี้ ซึ่งผมไม่เคยไปเดินนะ (หัวเราะ) เป็นข่าวสนุกๆ ไป หรือมีข่าวกับรุ่นพี่ที่เอแบค ซึ่งก็ไม่มีอะไร
 
          ตี๋น่ารักอ่ะ!!
 
.......................................
 
ชื่อ : เจมส์ มาร์
เกิด : 3 กรกฎาคม พ.ศ.2536
ลูกครึ่ง : ไทย ฮ่องกง
การศึกษา : อนุบาล - ประถมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนนานาชาติใหม่แห่งประเทศไทย โรงเรียนควอร์รีเบย์ที่ฮ่องกง ตั้งแต่เกรด 4-6 และเกรด 7 ที่โรงเรียนเซาท์ไอส์แลนด์  โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ ปัจจุบันคณะศิลปศาสตร์ สาขาอังกฤษธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ผลงานที่ผ่านมา : ซีรีส์ชุด "สุภาพบุรุษจุฑาเทพ" ตอน "คุณชายรณพีร์"  
ผลงานปัจจุบัน : ข้าบดินทร์ 
 
........................................
(หมายเหตุ ล้วงเรื่องลับพระเอกหน้าตี๋กว่าจะมีวันนี้ของ 'เจมส์ มาร์'  : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง...  เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล  ภาพ...  วริศรา วุฒิกุล)


 


เปิดอ่าน