ผลัดใบ'คลูลิซึ่ม'พัฒนาต่อยอดคลื่นเพลง

ดนตรี : ผลัดใบ 'คลูลิซึ่ม' พัฒนาต่อยอดคลื่นเพลง

 

                       ดำเนินธุรกิจด้านสื่อวิทยุภายใต้ชื่อ "สกาย-ไฮ เน็ตเวิร์ค" มาร่วม 15 ปี โดยมีคลื่น "คูล ฟาเรนไฮต์ 93" ครองใจกลุ่มคนฟังคลื่นเพลงไทย และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา "อาร์เอส" ได้ประกาศรีแบรนด์ธุรกิจครั้งใหญ่เป็น "คูลลิซึ่ม" พร้อมรุกสถานีเพลงสากลด้วยการเปิดตัวคลื่น "คูล เซลเซียส 91.5" หลังการเปลี่ยนชื่อและเปิดตัวคลื่นใหม่ "คลูลิซึ่ม" ก็ปรับเปลี่ยนอีกครั้ง ด้วยการดันให้ "ธี" สุธี ฉัตรรัตนกุล อดีตรองกรรมการผู้จัดการ ขึ้นเป็น กรรมการผู้จัดการ บริษัท คูลลิซึ่ม จำกัด หลังจากทำงานกับทาง "คลูฯ" มากว่า 12 ปี

                       โดยผู้บริหารคนใหม่ของ "คลูลิซึ่ม" ได้บอกเล่ากับ "บันเทิง คม ชัด ลึก" ว่าเขาเองทำงานอยู่ในสายงานเกี่ยวกับธุรกิจคลื่นวิทยุมาโดยตลอด และหากจะพูดถึงจุดเด่นของ "คลูลิซึ่ม" น่าจะอยู่ที่การเป็นบริษัทบันเทิงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย โดยมีแรงสนับสนุนของบริษัทแม่อย่าง "อาร์เอส จำกัด มหาชน" การที่มีบริษัทแม่คอยสนับสนุน ทำให้คลูลิซึ่มมีความมั่นคง มีความน่าเชื่อถือในตลาดบันเทิง และเรื่องของการสนับสนุนในด้านต่างๆ ทำให้คลูมีศักยภาพมากพอที่จะยืดหยัดอยู่ตรงนี้มานาน

                       "การทำธุรกิจวิทยุมีข้อจำกัดเยอะมาก ทั้งเรื่องของสัมปทาน หรือระบบสายป่านต่างๆ นานา แต่เราก็ผ่านข้อจำกัดเรานั้นมาได้อย่างดี ปีนี้ที่เรามีการปรับเปลี่ยนจากชื่อ "สกายไฮฯ" มาเป็น "คลูลิซึ่ม" เราเองมีการศึกษามาโดยตลอด สกายไฮ เองมีการผลัดปรับเปลี่ยนคลื่นวิทยุมาแล้วหลายคลื่นด้วยกัน แต่คลื่นที่ยังอยู่ได้ในตลาด และสามารถตอบสนองความต้องการของคนฟัง จนเป็นที่ยอมรับนั้นคือคลื่น "คลู ฟาเรนไฮต์" และการรู้จัก การยอมรับ การเชื่อมั่นในชื่อนี้ อีกเหตุผลหนึ่งที่เรามีการเปลี่ยนชื่อ มาจากที่ว่าเรากำลังจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ เพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหวใหม่ๆ เราเลยเกิดเป็นคลื่นเพลงสากลขึ้นมา แต่หากเราจะทำคลื่นเพลงสากลขึ้นมาใหม่ อะไรที่จะเป็นตัวการันตีว่าจะได้รับการตอบรับและสร้างความน่าเชื่อถือให้คนฟังได้เหมือนคลู ฟาเรนไฮต์ ทำให้เกิดแนวคิดที่ว่าชื่อของคลู ค่อนข้างเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับ เราจึงมีการเปลี่ยนชื่อจาก "สกายไฮฯ" มาเป็น "คลูลิซึ่ม" เพื่อให้สอดคล้องกับตัวแบรนด์ที่ได้รับความนิยม" ผู้บริหารคลูลิซึ่ม กล่าว

                       "ธี" สุธี เสริมต่อว่า สถานะตอนนี้ไม่ได้มองคลูลิซึ่ม เป็นแค่ธุรกิจวิทยุอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้คนที่จะฟังคลื่นวิทยุสามารถฟังได้จากหลายๆ ช่องทาง ทำให้วางคลูลิซึ่มในอนาคตว่าจะไม่มีการตีกรอบตัวเอง และเรียกตัวเองว่าเป็นแค่สื่อวิทยุ แต่คลูลิซึ่มคือธุรกิจที่ครอบคลุมในเรื่องของการฟัง ด้วยความที่เขาอยู่กับตรงนี้มานาน การได้มานั่งแท่นในฐานะผู้บริหาร อาจไม่ใช่งานที่ยากอะไร แต่สิ่งที่ยากคือนับจากนี้ทุกความเคลื่อนไหวของคลูลิซึ่ม ไฟจะถูกส่องมาที่เขา ซึ่งมันทำให้เขาต้องพัฒนาตัวเองและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

                       "ความกดดันทุกอย่างจะไม่มีผลเลย เพราะทุกอย่างอยู่ที่การวางตัวของเรามากกว่า เพราะถ้าเราเรียนรู้และพัฒนาความกดดันต่างๆ ก็จะน้อยลง แต่สิ่งที่ต้องยอมรับกับการมานั่งบริหารที่นี่ เพราะคลู ฟาเรนไฮต์ เป็นโจทย์ที่ท้าทาย เพราะคลูถือว่าเป็นคลื่นเพลงอันดับหนึ่ง การเป็นอันดับหนึ่งไม่ได้บอกว่าการทำงานของเราจะง่าย เพราะการรักษาความเป็นอันดับหนึ่งมันยากกว่าการได้เป็นอันดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราเลยพัฒนาด้วยการเติมคอนเทนท์ใหม่ๆ เติมประสบการณ์ใหม่ๆ เราพยายามปรับเปลี่ยนตามไลฟ์สไตล์ของคนฟังอยู่ตลอดเวลา" ธี กล่าวปิดท้าย

 

 

 

 


เปิดอ่าน