'พระเอกช้างเพื่อนแก้วอินเดีย'ตายแล้ว

"ราเยส คันนา" พระเอกหนังอินเดียโด่งดังในเมืองไทยจากเรื่อง "ช้างเพื่อนแก้ว" เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 69 ปี

              18ก.ค.2555 ราเยส คันนา พระเอกหนังอินเดียที่แฟนหนังในเมืองไทยเมื่อยุคสามสิบกว่าปีก่อน รู้จักกันดีจากเรื่อง ช้างเพื่อนแก้ว หรือ HAATHI MERE SAATHI ที่ออกฉายเมื่อปี 1971 โดยมีช้างเป็นตัวเอกของเรื่อง เสียชีวิตแล้ว ขณะอายุวัย 69 ปี หลังจากป่วยกระเสาะกระแสะเข้าออกโรงพยาบาลมานานหลายเดือน
 
               ราเยส คันนา ซึ่งมักถูกเอ่ยถึงว่าเป็น "ซุปเปอร์สตาร์คนแรกแห่งบอลลีวู้ด" หรือวงการภาพยนตร์อินเดีย เริ่มป่วยนับจากเมษายนโดยไม่มีการเปิดเผยอาการ แต่มีกระแสข่าวลือว่าเป็นมะเร็ง สิ้นลมอย่างสงบที่บ้านพักของเขาในนครมุมไบ หลังจากเพิ่งออกจากโรงพยาบาลครั้งหลังสุดในวันอังคารที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา
 
                ข่าวจากจากไปของพระเอกหนังฮินดีที่โด่งดังสุดขีดในยุคหนึ่ง ยังความโศกเศร้าแก่บุคคลในวงการและประชาชนทั่วไป ที่แสดงการไว้อาลัยและย้อนระลึกถึงสุดยอดผลงานภาพยนตร์ของเขา พร้อมกับภาวนาให้ภรรยาและลูกสาวสองคนของเขาเข้มแข็ง

               นายกรัฐมนตรีมันโมฮันห์ ซิงห์ แห่งอินเดีย แถลงผ่านทวิตเตอร์ว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อสมาชิกในครอบครัวอันเป็นที่รัก แฟนภาพยนตร์ที่มีมากมายนับไม่ถ้วนและผู้ที่ชื่นชมราเยส คันนา

               ราเยส คันนา หรือที่แฟนๆเรียกว่า กากา หรือ ลุง ไม่ได้มาจากครอบครัวนักแสดง อย่างดาราดังคนอื่นในแวดวง แต่เขาเกิดในเมืองอมริตสา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย และชอบการแสดงบนเวทีตั้งแต่เด็ก เปิดตัวครั้งแรกกับภาพยนตร์เรื่อง "Aakhri Khat" (The Last Letter) ในปี 2509 ก่อนโด่งดังเป็นพลุแตกจากภาพยนตร์เรื่อง "Aaradhna" (Worship) ในสามปีให้หลัง และหนังอีกหลายเรื่องประสบความสำเร็จล้นหลาม โดยบทบาทส่วนใหญ่เป็นแนวรักโรแมนติค  มีผลงานภาพยนตร์กว่า 150 เรื่องตลอดชีวิตการแสดง โดยเริ่มอับแสงเมื่อ อมิตาบ ปัจจัน เป็นดาวรุ่งดวงใหม่ในทศวรรษที่ 1970 ด้วยภาพลักษณ์และบทบาทของคนหนุ่มเลือดร้อนและฮีโรต่อต้านผู้มีอำนาจ
       
               ในช่วงที่โด่งดังเป็นพระเอกขวัญใจแฟนๆ ราเยส คันนา เคยได้รับจดหมายที่เขียนด้วยเลือดจากแฟนๆที่เป็นผู้หญิง และรถยนต์เปื้อนลิปสติกเต็มไปหมดไม่ว่าจะไปที่ไหน มีรายงานกระทั่งว่าสาวๆคลั่งเขาขนาดแต่งงานกับรูปถ่ายเลยทีเดียว

        
...........   
 

(หมายเหตุ : ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊ค Indian Express)

 

 


เปิดอ่าน