เปิดชีวิตและตัวตน'ณเดชน์ คูกิมิยะ'

ณเดชน์

เปิดชีวิตและตัวตนกับหนุ่มหน้ามน'ณเดชน์ คูกิมิยะ':สกู๊ปบันเทิงวันเสาร์ โดย... เรื่อง : เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล ภาพ : เพ็ญนภา ดำเล็ก

           เชื่อว่าใครหลายคนที่กำลังอินกับละครเรื่อง “เกมร้ายเกมรัก” ต้องแอบหลงเสน่ห์หนุ่มชาวเกาะใสซื่อ “ชายชล” หรือบอสสุดหล่ออย่าง “ชาร์ล” แน่นอน  วันนี้ “คม ชัด ลึก” ขอคว้าตัวหนุ่มฮอตที่ทำให้สาวๆ หัวใจละลาย ณเดชน์ คูกิมิยะ มาเล่าถึงความสนุกสนานในการทำงาน ก่อนจะไขข้อข้องใจเรื่องกระแส “คู่ลุ้น” ให้ปิ๊งรักนอกจอ กับนางเอกสาวหน้าใส “ญาญ่า” อุรัสยา เสปอร์บันด์ เอาละซี้ !  จะรักหรือจะลุ้น มีคำตอบแน่นอน พร้อมกะเทาะเปลือกความคิด ซึ่งทำให้รู้ว่าหนุ่มคนนี้ ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาจริงๆ


พลิกบทบาทกับ "เกมร้ายเกมรัก"
000กระแสตอบรับของละครเป็นอย่างไรบ้าง

          กระแสตอบรับละครดีนะ เวลาที่เจอน้องๆ ทางบ้าน จะเรียกผมว่า “สายชล” แม้แต่ตอนที่ผมลงพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยังมีคนเรียกผมว่าสายชล รู้สึกดีใจมาก คิดว่าไม่ต้องไปสนใจแล้วเรื่องเรตติ้ง แต่ถ้าคนที่ติดตามดูมาจนถึงตอนนี้ คงเริ่มเกลียดผมแล้ว เพราะสายชลกลายเป็น "ชาร์ล" เวลาไปเจอคนอื่นจะชอบถามผมว่า ทำไมโง่อย่างนี้ ทำไมใจร้ายจัง (หัวเราะ) คนด่าโง่ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรนะ เพราะแสดงว่าคนดูอินกับการแสดงของเรา


000เห็นตอนแรก กังวลในเรื่องการแสดงมาก
          ใช่ ตอนแรกผมเครียดมาก เพราะยังไม่รู้ว่าจะเล่นออกมายังไง แต่ต้องขอบคุณพี่แอ้ว (อำไพพร จิตต์ไม่งง) ผู้กำกับ ที่ช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจในตัวละครมากขึ้น พอเล่นไปเรื่อยๆ เราเริ่มจับทางถูก เพราะคาแร็กเตอร์ของสายชลกับชาร์ลจะไม่เหมือนกัน สายชลจะคล้ายกับตัวผมมากกว่าด้วยวัยของตัวละคร ส่วนชาร์ลจะต้องมีมาดของนักธุรกิจ อายุประมาณ 25 เรียกว่าผมต้องพยายามทำการบ้านเยอะขึ้น ทั้งท่าทาง การเดิน การยืน


000เรื่องนี้เลิฟซีนถึงเนื้อถึงตัว "ญาญ่า" ตลอดเกร็งไหมเวลาเข้าฉาก
          เกร็งเหมือนกันนะ แต่เวลาแสดงเราต้องปล่อยให้เป็นไปตามอารมณ์ของตัวละคร บางทีผมหลุดทำรุนแรงไป สงสารน้องเหมือนกัน เพราะน้องจะมีตัวช้ำบ้าง เวลาเข้าฉากปะทะอารมณ์ ถามว่าน้องมีเอาคืนบ้างมั้ย เกือบมีนะอย่างฉากตบหน้า แต่เวลาถ่ายจะใช้มุมกล้องช่วย ผมเลยไม่โดนฝ่ามือน้อง สงสัยทีมงานอยากเซฟหน้าผม (หัวเราะ)


000ละครเรื่อง "ธรนีนี่นี้ใครครอง" ถ่ายทำไปถึงไหนแล้ว
          ตอนนี้ถ่ายได้ประมาณหนึ่งแล้ว  คิดว่าน่าจะใช้เวลาถ่ายทำประมาณ 6-7 เดือน ช่วงนี้ผมต้องถ่ายละครตลอด เทคิวให้ละครเรื่องนี้เลย เพราะต้องไปถ่ายหลายจังหวัด ทั้งเชียงราย เพชรบูรณ์ ส่วนใหญ่จะเป็นโลเกชั่นต่างจังหวัด
 

000ความคาดหวังของคนดูน่าจะสูง มีวิธีการอย่างไรที่จะไม่กดดันตัวเองมากเกินไป
          เรื่องความกดดัน ผมไม่อยากเอามาคิดให้กลายเป็นปมในใจ สิ่งที่ผมทำได้คือ ทำตามที่ผู้กำกับแนะนำ เรียกว่าเล่นไปตามบทบาทที่เราได้รับ เพราะผมไม่ได้แสดงละครเก่งมากเท่าไหร่ อะไรที่เป็นความผิดพลาดเราจะนำมาแก้ไขปรับปรุงต่อไป


000คนดูอินมากเชียร์ให้รักกันนอกจอ
          คงเป็นเพราะคนดูชื่นชอบในความเป็นคู่ขวัญ ซึ่งผมรู้สึกดีที่อย่างน้อยมีคนชอบ และติดตามผลงานของเราทั้งคู่ แต่ผมไม่ได้มองว่ามีคนชอบ มีเสียงเชียร์ แล้วเราจะต้องเป็นแฟนกัน เพราะผมยังไม่ได้คิดกับน้องในมุมนั้นเลย
 

000ความสัมพันธ์จะมีโอกาสพัฒนามากน้อยแค่ไหน
          ผมไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ผมกับน้องเราทำงานตรงนี้ ต้องถ่ายละครด้วยกัน เรามีความรู้สึกเป็นพี่น้อง และผมไม่ได้คิดจะเข้าไปจีบ ถามว่ามีหวั่นไหวมั้ย คงมีบ้างนิดหน่อย แต่เราไม่ได้มองในจุดนั้น ผมคิดว่าเราควรเอาเวลาทุ่มเทให้กับงาน ตั้งใจทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เพราะการทำงานตรงนี้ วันข้างหน้าผมคงต้องเล่นละครกับนางเอกอีกหลายๆ คน น้องเองก็เหมือนกัน อย่าเพิ่งลุ้นมากเลย ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่า


ชีวิต “ณเดชน์” ในวันที่มีชื่อเสียง
000คิดว่าอะไรที่ทำให้เรามายืนตรงนี้ได้

          อันดับแรกคือครอบครัวซึ่งเป็นกำลังใจที่ดี ทั้งคุณพ่อคุณแม่ และคนใกล้ตัวผม ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการ พี่เอ (ศุภชัย ศรีวิจิตร) และผู้ใหญ่หลายๆ คนที่ให้โอกาสผม ลูกค้าที่เราขายโฆษณา รวมถึงแฟนคลับ และทุกคนที่ผมได้ร่วมงานด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่ง ช่างแต่งหน้า ช่างไฟ ช่างกล้อง พวกเขาเป็นแรงผลัดดันทำให้ผมมายืนอยู่ตรงนี้ เป็นองค์ประกอบสำคัญ นอกเหนือจากการที่เราเป็นตัวของตัวเอง มีส่วนช่วยทำให้เราสร้างรากฐานที่มั่นคง


000มีวิธีรักษาความเป็นตัวของตัวเองอย่างไร
          ความรู้สึกผม ถ้าเราคิดยังไงเราก็ทำอย่างนั้น ที่สำคัญต้อง "คิดดี คิดใส คิดให้ถูก" ถ้าเราคิดดี ทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตก็จะดี ผมว่าการวางตัวที่ดี คือการเป็นตัวของตัวเอง บางครั้งอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่สิ่งที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ คือสิ่งที่ทุกคนสามารถสัมผัสตัวตนของผมได้ เพราะผมไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ ผมเป็นแค่นักแสดงคนหนึ่ง


000เข้าถึงตัวง่ายไหม
          ผมชอบตรงนี้นะที่เข้าถึงง่าย บางคนบอกว่าณเดชน์เข้าถึงยาก พอดังแล้วหยิ่ง ผมรู้สึกว่าเวลาไปไหนมาไหน ผมก็ปล่อยให้คนเข้ามาหาผมนะ ผมทำตัวธรรมดา นักแสดงดาราอาจจะบอกว่าอยากมีชีวิตส่วนตัวบ้าง แต่ในเมื่อเราเลือกมาทางนี้แล้ว มันไม่ใช่แล้วล่ะ  มันเปลี่ยนไปแล้ว เป็นหน้าที่ เป็นการทำงาน ทุกนาทีที่เราออกไปอยู่ในที่สาธารณะ เราเป็นคนของประชาชน แต่ผมก็มีความสุขนะ


000มีความคิดแบบนี้มาตั้งแต่เข้าวงการเลยหรือเปล่า
          ไม่ได้คิดได้ตั้งแต่แรก เพิ่งมาคิดได้มากขึ้นเรื่อยๆ ช่วงที่ทำงานมากขึ้น เจอคนมากขึ้น มีปัญหามากขึ้น มีคนดีเข้ามาบ้าง คนร้ายเข้ามาบ้าง มีคนประสงค์ร้ายเข้ามาก็มี ทำให้เราเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง จากการทำงานกับคน ทั้งการวางตัว หรือแม้แต่การยึดติดสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เรื่องการทำงาน ชื่อเสียง เรื่องของเงินทอง มันไม่มีความหมายสำหรับผมเลย นอกจากความสุขที่ได้  คนที่มีความสุขกับเราคือพ่อแม่  ได้ดูละครเรา ส่วนเรื่องเงินเป็นเรื่องของความภูมิใจที่ตามมา


000มีช่วงที่เหลิงไหม
          ไม่เคยมีนะ ไม่เคยเหลิง ไม่คิดว่าตัวเองดังแล้วจะเลือกงานนะ มีแต่เหนื่อย จะเลือกงานที่ทำบ้างได้มั้ย จริงๆ ช่วงนั้นที่คิดแบบนี้ ยังไม่มีงานมากนะ เป็นช่วงอายุ 17 ปี ตอนเข้ามาใหม่ๆ แล้วรู้สึกว่าทำไมต้องมาทำ รู้สึกเหนื่อย ทำไมเราต้องนั่งรถทัวร์ไปกลับมาทำงาน  แต่มาคิดได้ เพราะเพื่อความสุขของทุกคน เพื่อคุณพ่อคุณแม่ แต่ไมใช่ฝืนทำ แต่ถ้าเราเข้าใจ เราจะหาความสุขได้จากตรงไหน


ตัวตนของหนุ่มฮอต
000ทำงานในวงการต้องเจอผู้คนหลากหลาย เคยอยากมีโลกส่วนตัวบ้างไหม
          ผมเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมากนะ แต่สิ่งที่ทำให้ผมปรับตัวได้ คือวงการบันเทิง ในเมื่อเราเลือกจะเป็นคนของประชาชน เรารู้ว่าต้องมีการอุทิศตัวเพื่อสังคม เหมือนคำที่ผมเคยได้ยินผู้ใหญ่สอนว่า "ดาราหรือนักแสดงต้องทำตัวเป็นแบบอย่างของประชาชน" ฟังแล้วอาจจะดูสูงส่ง แต่ในความหมายจริงๆ ไม่ได้สูงส่งขนาดนั้น ทำไมเยาวชนถึงเอานักแสดงเป็นแบบอย่าง เพราะเยาวชนจะเลียนแบบหรือจำพฤติกรรมของนักแสดง อย่างตอนที่ผมเล่นอูคูเล่เล่ แล้วมีการโพสต์คลิปวิดิโอออกไป เชื่อมั้ยว่ามีเด็กๆ มาบอกแม่ผมเยอะมากว่า อยากเล่นอูคูเลเล่เหมือนผม ทำให้คิดได้ว่า นอกจากจะเข้ามาทำงานแล้ว ผมควรจะคิดถึงคนอื่นด้วย


000การทำงานต้องเจอปัญหาเวลาที่รู้สึกทุกข์หรือท้อ ณเดชน์มีวิธีจัดการอย่างไร
          ปล่อยวาง อย่าไปคิดมาก แต่ถ้าคิดแล้วต้องหาทางออก เคยได้ยินเรื่อง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค มั้ย ผมแก้ปัญหาด้วยวิธีแบบนั้น เพราะคุณแม่ชอบเข้าวัดฟังธรรม ตอนเด็กๆ จะพาผมไปสวดมนต์ เดินจงกลม บางครั้งผมก็แอบหลับ แอบไปวิ่งเล่น ทำบ้างไม่ทำบ้าง แต่วันหนึ่งที่ชีวิตมีปัญหา คำสอนเหล่านี้จะดังเข้ามาในหัวเอง รวมทั้งคำสอนของพ่อกับแม่ด้วย เพราะผมมีอะไรจะปรึกษาแม่ตลอด แม่ผมทำธุรกิจต้องดูแลคนเยอะ แม่จะรู้ว่าโลกภายนอกนอกเป็นยังไง และคอยสอนผมเสมอ


แง้มหัวใจหนุ่มฮอต
000ตอนนี้สถานะหัวใจเป็นอย่างไร
          ว่างมาก มีคนคุยบ้าง แต่เป็นเพื่อนกันนะ เพราะผมไม่ได้อยากจะเข้าไปจีบ ตอนนี้เราทำงานไม่มีเวลามากพอที่จะคบใคร หรือเอาเวลาไปลุ้นกับเรื่องพวกนี้เลย บางครั้งมีบ้างที่รู้สึกอยากจะมีความรักกุ๊กกิ๊ก แต่ผมว่ามันยังไม่ถึงเวลา รอให้พร้อมจริงๆ ถามว่าการเป็นผมทุกวันนี้ทำให้มีความรักยากขึ้นมั้ย ผมว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับเวลา ปล่อยให้เป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็นดีกว่า
 
          สาวๆ โล่งอกได้เลยจ้า...เพราะหนุ่มณเดชน์ หัวใจยังว่าง 


ชื่อจริง : ณเดชน์ คูกิมิยะ
ชื่อเล่น : แบร์รี่
เกิด : 17 ธ.ค. 2534
การศึกษา : โรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษา ปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้นปี 2 สาขาวิชาการภาพยนตร์และวิดีทัศน์ คณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต
ผลงานที่ผ่านมา : เงารักลวงใจ ดวงใจอัคคี (สี่หัวใจแห่งขุนเขา) ฯลฯ
ผลงานปัจจุบัน : เกมร้ายเกมรัก

....................
เรื่อง : เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล
ภาพ : เพ็ญนภา ดำเล็ก


เปิดอ่าน