ชีวิตลิขิตเอง ของ "จีจี้" จอมขวัญ

กำลังมีผลงานงานละครสืบสวนเบาสมองเรื่อง "สืบสวนป่วนรักกำลัง 3" สำหรับนางเอกวัยใส "จีจี้" จอมขวัญ ลียะพงศ์ประสุต สาวน้อยอายุ 17 ปี ซึ่งเข้าวงการมาตั้งแต่เด็ก หลายคนอาจยังไม่เคยรู้จักตัวตน ในอีกหลายๆ แง่มุมของเด็กผู้หญิงคนนี้ วันนี้บันเทิง คม ชัด ลึก จะพาไปพ

ผลงานละคร
**กระแสตอบรับเรื่องสืบสวนป่วนรักกำลัง 3
     มีสืบสวนที่ออนแอร์อยู่ใกล้จะจบแล้ว กระแสตอบรับของละครเรื่องสืบสวนฯ ดีนะ เพราะเวลาไปไหนคนจะมีคนมาบอกว่าฟ้าครามเอาแต่ใจ เจอคนพูดเยอะเหมือนกัน โดยรวมถือว่ากระแสตอบรับเป็นไปในทางที่ดี และคาแร็กเตอร์ในภาคนี้จะโตขึ้น เพราะเรียนจบ จะไม่ได้งอแงแบบเด็กเหมือนภาคแรก ที่ไม่มีความเข้าใจกับเรื่องอะไรเลย ส่วนภาคนี้จะมีความเข้าใจในเรื่องราวหลายอย่างมากขึ้น เหมือนพยายามจะทำความเข้าใจ แต่บางเรื่องยังไม่เข้าใจอยู่ดี

**ชอบคาแร็กเตอร์ของฟ้าครามภาคไหนมากกว่ากัน
     ความจริงฟ้าครามยังคงเป็นคนเดิม เป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่ด้วยความที่เขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ เลยทำให้เขากลายเป็นคนแบบนี้ เป็นตัวละครที่มีอะไรอยู่ในตัวเยอะมาก จากภาคแรกที่เป็นเด็กเก็บกด มาถึงภาคนี้ ตัวฟ้าครามจะเหมือนน้ำเต็มแก้ว เวลาที่เจอเรื่องอะไรเขาจะไม่ทนต่อไปอีกแล้ว จะระเบิดอารมณ์ออกมาเลย
 

**จีจี้มีความเหมือนหรือต่างกับฟ้าคราม
     เหมือนนะในเรื่องของความขี้น้อยใจ เพราะเราเองก็เคยมีความรู้สึกแบบนั้น อย่างน้อยใจคนใกล้ตัวบ้าง หรือถูกมองข้ามในบ้างเรื่อง อย่างเวลาที่ฟ้าคราม ถูกปีแสง (“แดน” วรเวช ดานุวงศ์) หรือพ่อ (“อ่ำ” อัมรินทร์ นิติพน) ต้องทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวแล้วไปทำงาน จะมีอารมณ์เหงา เหมือนในชีวิตจริงที่เราเป็นคนขี้เหงา อยู่คนเดียวไม่ค่อยได้ ต้องคอยเปิดทีวีหรือเปิดเพลงฟังตลอด (หัวเราะ)

ย้อนวันวานก่อนเข้าวงการกับเด็กขี้อาย
**ตอนเด็กๆ เป็นอย่างไร
     พื้นฐานตอนเด็กๆ เป็นคนขี้อายมาก หนักขนาดที่ว่าใครมาจับตัวไม่ได้ และไม่คุยกับใครเลย นอกจากคนในครอบครัว คุณแม่เลยส่งไปเรียนการแสดงละครเวที เพื่อให้เรากล้าแสดงออกมากขึ้น พอเรียนไปเรียนมาเริ่มสนุก จากนั้นจึงเรียนมาเรื่อยๆ มาจนถึง ป.5
 

**เริ่มงานในวงการอย่างไร
     คือระหว่างที่เริ่มเรียนละครเวที จะมีงานเดินแบบติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ ความจริงเริ่มเดินแบบ ตั้งแต่ตอน ป.2 ทำมาเรื่อยๆ จนถึง ป.5 หลังจากนั้นหยุดพักทั้งงานแสดงละครเวทีและเดินแบบ เพราะกำลังจะเริ่มเข้าเรียน ม.1 จากนั้นช่วง ม.2 มีโอกาสกลับมาเดินแบบอีกครั้ง และไปแคสโฆษณา ได้ถ่ายโฆษณาตัวแรกคือ “แดนซ์ โรออน” จากนั้นเป็น “ดีพลัส” และ “แบรนด์ ซัมเมอร์แคมป์” พอดีผู้ใหญ่จากช่อง 3 เห็นเราจากโฆษณาดีพลัส เลยเรียกเข้ามาเซ็นสัญญา และให้เล่นละครเรื่องแรกคือเรื่อง “ผยอง” เล่นคู่กับพี่ป๊อป (ฐากูร การทิพย์) เรื่องนี้แสดงไว้ตั้งแต่ปลายปี 2008 ตอนนั้นอายุแค่ 14 เอง
 

**ละครเรื่องผยองยังไม่ได้ออนแอร์
     ใช่ แต่ไม่ทราบว่าเพราะอะไร เราเชื่อในการตัดสินใจทุกอย่างของผู้ใหญ่ แต่ไม่ได้ซีเรียสอะไร คิดว่าดีเหมือกัน เพราะเป็นละครเรื่องแรก อะไรหลายๆอย่าง คงยังไม่พร้อม หุ่นยังไม่ผอมเลย ตอนนี้ก็ยังไม่ผอม แต่ตอนนั้นหนักกว่าตอนนี้มาก (หัวเราะ) เพราะยังเด็กมาก ประสบการณ์อะไรยังไม่มีเลย คิดว่าดีแล้ว ที่ไม่ได้ออนแอร์ ถามว่าแสดงเรื่องแรกเป็นอย่างไร ตอนนั้นต้องปรับตัวเยอะมาก เพราะมีทั้ง ดราม่า บู๊ หลายอารมณ์เลย

**จากนั้นเป็นอย่างไรต่อไป
     ผู้ใหญ่ให้ไปเรียนแอ๊คติ้งเพิ่มเติม ตอนนั้นอายุประมาณ 15 ก็ยังไม่ค่อยรู้อะไร พอเราได้เริ่มเรียนแอ็กติ้งจับจุดของละครได้มากขึ้น ก็ดีขึ้น เพราะก่อนหน้านั้นเรามีแต่พื้นฐานการแสดงจากละครเวทีเท่านั้น และเมื่อได้มาเล่นละครเรื่อง “สืบสวนป่วนรัก” ซึ่งสนุกมากเพราะพี่อ่ำ พี่แดนเป็นสนุกมาก ทำให้เราสนุกกับการทำงาน จากนั้นได้มาเล่นละครเรื่อง “หอ..หึ หึ” เป็นละครคอมเมดี้ผี ตอนรับเล่นกลัวเหมือนกัน เพราะเราเป็นคนไม่ถูกกับเรื่องอย่างนี้ (หัวเราะ) จากนั้นมาเป็นเรื่อง “สองผู้ยิ่งใหญ่” เล่นคู่กับพี่ต่าย (นัฐฐพนธ์ ลียะวณิช) และตอนนั้นถ่ายละครชนกัน 3 เรื่อง เหนื่อยมากเพราะทำงาน 7 วัน บางครั้งทำให้สับสนในอินเนอร์ของตัวละครไปเหมือนกัน ซึ่งคาแร็กเตอร์ของทั้ง 3 เรื่องจะไม่เหมือนกันเลย
 

ชีวิตพลิกล็อก
**เคยถูกวางตัวให้เล่นละครเรื่อง “เพลิงสีรุ้ง”
     ใช่ สำหรับ เพลิงสีรุ้ง เรารับบทมาเล่น โดยที่รู้เรื่องคร่าวๆ แต่พอมาเล่นจริงๆ เรารู้สึกว่าไม่ไหว ซึ่งตอนนั้นโรงเรียนเปิดเทอมพอดี และบทอายุเกินตัวเราไปค่อนข้างเยอะ ทำให้เราคิดว่าถ้ายังฝืนเล่นต่อไป อาจจะเป็นผลเสียกับทั้ง 2 ฝ่าย คือภาพลักษณ์ของเราด้วย และงานจะออกมาได้ไม่ดี จึงปรึกษากับคุณแม่ว่าจะขอถอนตัวดีกว่า เพื่อที่จะได้กลับไปเรียนด้วยเพราะจี้ค่อนข้างห่วงเรื่องเรียนมาก

**เสียดายหรือเสียความมั่นใจไหม เพราะบทเรื่องนี้ส่งให้ “ซูซี่” สุษิรา แน่นหนา ดังขึ้นมา
     ไม่เลย เพราะเรามองอนาคต ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้เล่นละครเรื่องนี้ แล้วจะไม่มีงานอีกเลย จี้คิดว่าทำถูกแล้ว อย่างที่บอกว่าจี้ไม่ชอบเป็นภาระหรือตัวถ่วงให้กับใคร เรารู้ตัวว่าถ้าเราเล่นละครเรื่องนี้ ต้องเป็นภาระหนักให้กับทีมงานแน่นอน เพราะเขาต้องเข็นเราเยอะมาก ในการที่จะทำให้เรากลายเป็นตัวละคร เพราะช่องว่างระหว่างเรากับตัวละครเยอะมาก ทำให้เราเลือกที่จะถอยออกมา และให้คนที่เหมาะสมกว่าเราไปเล่นแทนน่าจะดีกว่า

**พอถอนตัวมีกระแสว่าเพราะเราฝีมือไม่ถึงรู้สึกอย่างไร
     ความจริงไม่ใช่ว่าเราเล่นไม่ได้ เราเล่นได้แต่เราจะเหนื่อยมาก ต้องใช้พลังงานเยอะมากกว่าที่เราจะเล่นได้ กระแสออกมาเราไม่ได้ซีเรียสมาก แต่เราไม่มีโอกาสไปอธิบายให้ใครฟัง แค่เรารู้ว่าความจริงเป็นยังไง คนรอบข้างเข้าใจเราก็พอแล้ว ถามว่าเป็นความไม่พร้อมของตัวเราเองไหม คงใช่ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนเป็นห่วงเรื่องเรียนด้วย

**จากนั้นมีกระแสข่าวว่าเราปลื้ม “สมาร์ท” กฤษฎา พรเวโรจน์
     สำหรับข่าวเรื่องนี้ ออกมาหลังจากที่ละครปิดกล้องไปเกือบปี ไม่รู้ว่ามีกระแสข่าวออกมาได้อย่างไร พอดีแม่เปิดเจอจากในอินเทอร์เน็ตและได้ถามจี้ เพราะเราเคยเจอพี่สมาร์ทแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเอง ไม่ถึงอาทิตย์ เราไม่เคยคิดอะไรในนั้น ถามว่าโดยส่วนตัวสนิทกับพี่สมาร์ทไหม ไม่นะ เพราะเคยเจอกันไม่กี่ครั้งเอง คือถ้ามีข่าวกับพี่แดน ยังพอเข้าใจได้เพราะร่วมงานกันมานาน แต่กับพี่สมาร์ทเรางง ว่าเขาไปขุดมาจากไหน หลังจากถอนตัวจากเรื่องเพลิงสีรุ้งก็ไม่ได้คุยกันเลย ไม่ได้ทำงานร่วมกันนานขนาดนั้น พี่เขาไม่น่าจะจำจี้ได้ด้วยซ้ำ (หัวเราะ)

ก้าวแรกในวงการบันเทิง
**ชีวิตหลังจากเข้าวงการเปลี่ยนไปมากไหม
     ไม่นะ เพราะจี้เป็นคนที่รักการเป็นตัวของตัวเองมาก ฉะนั้นต่อให้เราดังมากกว่านี้ หรือไม่ดังเลย เรายังคงเป็นคนเดิม เคยกินข้าวร้านไหน เดินเที่ยวที่ไหน เรายังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ อาจจะมีแต่เรื่องการแต่งตัว ที่ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น เพราะผู้ใหญ่หรือคุณแม่จะเตือนเรื่องการแต่งตัวให้ดูดี เพราะเมื่อก่อน จะแต่งตัวเป็นเด็ก อย่างน้อยๆ ให้รู้จักกาลเทศะ ว่าเวลาทำงานต้องแต่งตัวให้ดี แต่เวลาอยู่บ้านหรือไปเที่ยวแถวบ้าน อยากใส่อะไรก็ใส่ไป
 

**เคยฝันอยากเข้าวงการไหม
     เคยฝันว่าอยากอยู่ในทีวี แต่ไม่คิดว่าเราจะได้เข้ามาอยู่ในทีวีจริง ๆ (หัวเราะ) ไม่เคยคิดว่าจะได้เล่นละครตั้ง 4-5 เรื่องขนาดนี้ จี้อยู่ตรงจุดนี้ เพราะจี้มีความสุข ถ้ายังมีความสุขเราจะทำทุกอย่างตามที่ใจเราอยากทำ แต่ถ้าวันไหนที่จี้รู้สึกว่าไม่มีความสุขเราคงไม่ทำ สิ่งที่จี้ได้รับตรงนี้ มันเกินกว่าที่ฝันไว้เยอะมาก ถือว่าเราประสบความสำเร็จในส่วนของเราแล้ว
 

**วงการให้อะไรบ้าง
     ในมุมที่ดีคือทำให้เราได้เรียนรู้คนหลายประเภท ซึ่งเราสามารถนำมาปรับใช้เพื่อสอนตัวเอง ส่วนสิ่งที่เราเรียนรู้มากที่สุดคือ “ความลับไม่มีในโลก” ทำให้เราต้องคิดทบทวนให้ดีก่อนที่จะทำอะไรก็ตาม เรียนรู้ที่จะสร้างเกราะป้องกันตัวเอง เพราะอยู่ตรงจุดนี้เหมือนทุกสายตาจ้องมาที่เรา ถ้าเราทำอะไรผิด แม้เพียงนิดเดียว ถือว่าเราฆ่าตัวเองทันที เรื่องส่วนตัวบางเรื่อง เราควรจะเก็บไว้กับตัวเรา ไว้กับครอบครัวหรือคนที่เราไว้ใจจะดีกว่า ทำให้ตอนนี้จี้เป็นคนค่อนข้างมีโลกส่วนตัวมากพอสมควร

**เพื่อนในวงการสนิทกับใคร
     คิม (คิมเบอร์ลี่ แอนด์ โวเทมัส) เพราะเรียนแอ็กติ้งด้วยกัน ส่วนมิ้นต์  (ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง)จะอายุเท่ากันลย และญาญ่า (อุรัสยา เสปอร์บันด์) จะเจอตามงานอีเวนท์ คุยกันได้ เพราะเป็นเพื่อนรุ่นเดียววัน มีปรึกษาเรื่องงานแสดงบ้าง เพราะเพื่อนเก่งกว่าเรา และเราภูมิใจในตัวเพื่อนมาก ทั้ง 3 คนเลย ส่วนเรื่องกระแสเปรียบเทียบ อย่าเอาเราไปเทียบเลย เพราะเราเทียบไม่ได้หรอก (หัวเราะ) ความจริงจี้เป็นคนไม่ชอบโดนเปรียบเทียบกับใครนะ เพราะเราเป็นคนมั่นใจและภูมิใจในสิ่งที่เราที่เราได้ทำมาจนถึงทุกวันนี้ ในสายคนอื่นอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ส่วนตัวเราภูมิใจในสิ่งที่เราทำมาก

**ไอดอลในวงการ
     พี่แอน ทองประสม คือพี่เขาแสดงละครได้ทุกบทบาท และวางตัวดีทั้งในชีวิตจริงหรือในทีวี จี้นับถือพี่เขามาก และอยากเป็นได้แบบนั้น ส่วนตัวเคยเจอตัวจริงแต่ไม่เคยคุยด้วยเลยเพราะอาย และไม่กล้า ได้แค่มอง ชอบที่พี่เขาทุ่มเทมากถึงขึ้นมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้

ชีวิตและครอบครัว
**เป็นคนจังหวัดอะไร
     บ้านอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ติดกับภูเขาและภูเขาจะติดทะเล จะเป็นเด็กนอกเมืองกรุง แต่ความจริงชลบุรีไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มาก พื้นฐานครอบครัวอบอุ่นเวลามีกิจกรรมอะไรเราจะทำร่วมกัน แต่พอเริ่มโตขึ้นเราทำงานเลยต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพฯ ถ้ามีเวลาจะกลับไปเยี่ยมที่บ้านบ่อยๆ

**เริ่มเข้ากรุงเทพฯ มากี่ปีแล้ว
     เริ่มแรกเข้ามาเรียนพิเศษที่กรุงเทพฯ ช่วงมัธยมต้นตั้งแต่ตอนอยู่โรงเรียนสาธิตเกษตรพหุภาษาที่ชลบุรี พอถึงช่วงประมาณ ม.4-ม.6 เหตุผลที่เข้าคือเราต้องทำงาน ตอนนี้เริ่มเข้ามหาวิทยาลัยเลยต้องมาเรียนด้วย ตอนนี้อยู่คนเดียวมีคอนโดอยู่แถวสุขุมวิท ความจริงพ่อแม่ไม่อยากให้เข้ามาอยู่คนเดียว แต่เราเป็นคนไม่ชอบทำตัวให้เป็นภาระใคร เพราะถ้าพ่อกับแม่ย้ายมาอยู่ด้วย เขาต้องทิ้งงาน ทิ้งทุกอย่างเพื่อมาดูแลเรา ดังนั้นเลยคิดว่า ถ้าเราสามารถดูแลตัวเองได้ พ่อแม่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก ตอนนี้เราดูแลตัวเองทุกอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือว่าค่าเทอมตอนเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนี้เรียนอยู่ ม.กรุงเทพอินเตอร์ คณะคอมพิวเตอร์กราฟฟิก แอนด์ มัลติมีเดีย แต่ยังไม่เปิดเทอม

รักต่างวัย
**ความรักกับ "กีกี้" ศักดิ์ นานา
     แฮปปี้สดใสดี คบมาปีกว่าแล้ว รู้จักกันเยอะขึ้นได้มีความทรงจำหลายๆ อย่างมากขึ้น ถามเรื่องช่องว่างระหว่างวัย ไม่มีเลยเพราะอายุห่างมากเกินไป (หัวเราะ) อาจเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น ความจริวแล้วจี้เด็กแค่อายุ แต่คิดว่าความจริงความคิดเราโตกว่าอายุเยอะนะ เราไม่ได้งอแงหรืองี่เง้าขนาดนั้น เขาเป็นผู้ใหญ่พอที่จะเข้าใจอารมณ์หรือความคิดของเราอยู่แล้ว แต่บางทีอาจไม่มีเวลาเจอกันมากนักเพราะเขาก็ยุ่ง จี้ทำงาน แต่ถ้ามีเวลาจะพยายามเจอกันทุกวัน วันละ 5-10 นาที ก็ยังดี

**คาดหวัง
     พยายามทำทุกวัน ให้ดีที่สุด เป็นเราอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คนอื่นอาจจะมองจี้ในแง่ลบเยอะเหมือนกัน ถามว่ามีคนเตือนไหม ทุกคนแหละ ว่าให้ระวังตัว แต่จี้กับพี่กี้เป็นคนตรงทั้งคู่ มีอะไรเราจะถามเขาเลย แล้วพี่กี้เป็นสุภาพบุรุษ เราเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเขารักเราจริงหรือเปล่า แต่เราไม่สามารถทำให้ทุกคนเลิกห่วงได้ เพราะเขาไม่รู้ว่าเรามีความสุขหรือทุกข์ยังไง ทุกอย่างเราเป็นคนเลือกเองอย่างระมัดระวัง โดยที่มีคุณพ่อคุณแม่คอยช่วยดูอยู่ตลอด คบกันอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ ด้วยความที่เขาเป็นผู้ใหญ่เขาจะสอนให้เราคิด ให้เราเลือกว่ามีกี่ทางเลือก พออยู่กับเขามากๆ เราเลยเริ่มโตตามเขาไปด้วย ทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุดดีกว่า ส่วนเรื่องช่องว่างระหว่างวัยที่ต่างกันมาก จี้คิดว่าไม่มีปัญหา เพราะจี้มีความคิดที่โตกว่าตัว และพี่กี้ไม่ได้มีความคิดที่แก่ เราเลยเข้ากันได้ดี

     นี่แหละ "จีจี้" จอมขวัญ กับทางเดินที่เธอเลือกเอง 
             

 ชื่อ : จอมขวัญ ลีละพงศ์ประสุต
 ชื่อเล่น : จีจี้
 อายุ : 17 ปี
 เรียน : มหาวิทยาลัยกรุงเทพอินเตอร์ คณะคอมพิวเตอร์กราฟฟิก แอนด์ มัลติมีเดีย
 ผลงานที่ผ่านมา : ละครเรื่อง ผยอง สืบสวนป่วนรัก  หอ..หึหึ
 ผลงานปัจจุบัน : สืบสวนป่วนรักกำลัง 3 และสองผู้ยิ่งใหญ่

เรื่อง : เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล
ภาพ : วริศรา วุฒิกุล


เปิดอ่าน