มุมมองใหม่-ครอบครัวเล็กร.ร.เทศบาลคุ้มหนองคูอุ่นไอรักอ้อมอกพ่อ แม่(ครู)

"ครอบครัว" เป็นสถาบันแรกเริ่มและสำคัญที่สุดในการบ่มเพาะเด็กให้เป็นคนดี คนเก่ง มีระเบียบวินัยและคุณธรรม แต่เมื่อพ่อแม่ซึ่งฐานะยากจนต้องทำมาหากินเลี้ยงปากท้องของตนเองกับลูกๆ กระทั่งไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ลูกได้อย่างเต็มที่

 โรงเรียนก็ต้องเข้ามาโอบอุ้มทำหน้าที่ประดุจครอบครัวที่สองของเด็ก ดังเช่นโรงเรียนเทศบาลคุ้มหนองคู สังกัดสำนักการศึกษาเทศบาลนครขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งจัดโครงการ “ครอบครัวเล็ก” ขึ้น เพื่อให้ครูทำหน้าที่เป็นพ่อแม่คนที่สองคอยเติมเต็มทั้งความรัก ความรู้และคุณธรรมให้แก่เด็กๆ มาตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบัน

 "ชัยมงคล อรรถพลไพศาล" ผอ.โรงเรียนเทศบาลคุ้มหนองคู เล่าว่า เริ่มโครงการ "ครอบครัวเล็ก" มาตั้งแต่ปี 2542 หลังจากพบว่า นักเรียนมีพฤติกรรมซึมเศร้าหงอยเหงา แต่งกายไม่เรียบร้อย การเรียนตกต่ำ แถมเด็กบางคนเกเร เนื่องจากพ่อแม่ทำงานกลางคืนไม่มีเวลาดูแลลูก จึงหารือกับครูทั้งหมดในโรงเรียน และเห็นตรงกันว่า ให้จัดโครงการครอบครัวเล็ก เพื่อให้ครูทุกคนได้ดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้พี่ได้ดูแลน้องๆ เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน

 โดยใช้วิธีการจับสลากนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล-ป.6 จำนวน 415 คน ให้สอดคล้องกับจำนวนครูที่มีอยู่ 26 คน โดย ผอ.โรงเรียนเป็นกำนันและรอง ผอ.โรงเรียนทั้งสองคนเป็นผู้ใหญ่บ้าน และครูแต่ละคนทำหน้าที่เป็นพ่อครู แม่ครู ดูแลนักเรียน 20-22 คน และอยู่กันเป็นครอบครัวจนจบการศึกษา ปัจจุบันโรงเรียนมีครอบครัวเล็กทั้งหมด 22 ครอบครัว

 ไม่เพียงแต่เฉพาะครูเท่านั้นที่จะดูแลนักเรียน แต่พี่ที่โตกว่า จากที่เคยเป็นน้องในชั้นอนุบาล เมื่อมาเป็นรุ่นพี่ชั้นป.4-ป.6 ในปัจจุบัน จะต้องดูแลช่วยเหลือน้องๆ ทั้งด้านการเรียนและให้คำปรึกษาเรื่องส่วนตัว โดยช่วงเช้าวันจันทร์-ศุกร์ หลังจากเคารพธงชาติแล้ว ครูพ่อครูแม่กับนักเรียนที่เป็นลูกๆ จะมาพบปะพูดคุยกัน ซึ่งพ่อครูแม่ครูก็จะโอบกอดและถามไถ่ทุกข์สุข หากนักเรียนมีปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว การเรียนก็สามารถมาปรึกษากับครูพ่อครูแม่และพี่ๆ เพื่อนๆ ภายในครอบครัวเล็กได้ตลอดเวลา

 และคาบสุดท้ายของวันศุกร์แต่ละสัปดาห์จะให้ครอบครัวเล็กทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งแต่ละครอบครัวเล็กจะตกลงกันเอง เช่น ทำอาหาร ขนม อ่านหนังสือ เล่านิทาน ฯลฯ แต่ละภาคเรียนพ่อครูแม่ครูต้องออกไปเยี่ยมบ้านนักเรียนแต่ละคนที่อยู่ภายในครอบครัวเล็กภาคเรียนละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ โรงเรียนจัดแข่งขันกีฬาสีระหว่างครอบครัวเพื่อสร้างความสามัคคีในโรงเรียนอีกด้วย

 ผอ.ชัยมงคล บอกอีกว่า โรงเรียนใช้หลักการสอนแบบ "มอนเตสเซอรี" ในระดับชั้นอนุบาล-ป.2 และอนาคตจะขยายไปถึงชั้น ป.6 ซึ่งการสอนแบบมอนเตสเซอรีนั้น ครูต้องยอมรับความแตกต่างของเด็กแต่ละคนและจัดการศึกษาให้เด็กแต่ละคนตามความสามารถผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น ชั้น ป.1 ให้เด็กๆ ช่วยกันทำกับข้าว ร้อยมาลัย เย็บปักถักร้อย ประดิษฐ์โมบาย ฯลฯ ซึ่งครูจะต้องค้นหาความสามารถพิเศษของเด็กแต่ละคนให้พบ เพื่อช่วยสนับสนุนให้เด็กได้เรียนรู้ตามศักยภาพ

 ขณะเดียวกันยังสอนให้นักเรียนรู้จักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยให้เรียนรู้สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง ได้แก่ ชั้นอนุบาลเรียนรู้เกี่ยวกับอนามัย ป.1 กินอยู่เป็น ป.2 จัดการขยะ ป.3 น้ำ ป.4 กิจกรรมปุ๋ย ป.5 พลังงาน และป.6 เกษตรปลอดสารพิษ ผ่านแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายของโรงเรียน เช่น โรงผลิตไบโอดีเซล โรงสีข้าวด้วยแรงปั่นจักรยาน ธนาคารขยะ สวนเกษตรปลอดสารพิษ ทำให้โรงเรียนได้รับรางวัลโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่นจากฮอนด้าเมื่อปี 2549 และรางวัลลูกโลกสีเขียวของ ปตท.เมื่อปี 2550

 "โรงเรียนทำโครงการครอบครัวเล็กมากว่า 10 ปีแล้ว โดยได้รับการสนับสนุนจาก นายพีระพล พัฒนพีระเดช นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น และผู้ปกครอง เป็นอย่างดี ผลจากการดำเนินโครงการทำให้เด็กๆ ร่าเริง แจ่มใส กล้าแสดงออก มีผลการเรียนและมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นมาก มีเมตตา ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และรักใคร่กลมเกลียวกัน ส่งผลให้โรงเรียนได้รับรางวัลเหรียญเงินโครงการหนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรมของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เมื่อปี 2549 " ผอ.ชัยมงคลบอกอย่างภาคภูมิใจ

 "แม่วา" ครูวารุณี ศรีมาตย์ ครูโรงเรียนเทศบาลคุ้มหนองคู บอกว่า การเป็นแม่คนที่สองให้แก่เด็กนั้นจะต้องทำให้เด็กมีความไว้เนื้อเชื่อใจในตัวเรา โดยต้องตัดความเป็นครูออกไป แล้วคิดว่านักเรียนในครอบครัวเล็กทุกคนคือลูกของตัวเองคอยดูแล กอดจูบสัมผัสให้ความรัก ความอบอุ่นเหมือนเป็นลูกแท้ๆ สิ่งที่ปลูกฝังให้แก่ลูกทุกคนเสมอคือ ขอให้ตั้งใจเรียน มีความรับผิดชอบและจิตสาธารณะ รู้จักเอื้อเฟื้อแบ่งกัน ช่วยเหลือกันและกัน

 "น้องฟักแฟง" ด.ญ.ฟาริดา จงภักดี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนเทศบาลคุ้มหนองคู บอกว่า ครอบครัวเล็กเป็นโครงการที่ดีมาก การมีครูแม่ดูแลทำให้อบอุ่นจนรู้สึกว่ามีแม่อีกคนอยู่ที่โรงเรียน ลูกๆ ในครอบครัวเล็กจะทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น อ่านหนังสือให้น้องฟัง ช่วยทำการบ้าน ทำอาหาร ขนมแล้วรับประทานร่วมกัน แบ่งปันขนม ของเล่นให้กันและกัน ซึ่งทำให้เรารักและสามัคคีกันด้วย ทั้งนี้ สนใจเยี่ยมชมโรงเรียนเทศบาลคุ้มหนองคูติดต่อได้ที่โทร.0-4323-8119, 08-1661-7101, www.nongkoo.ac.th

 


เปิดอ่าน