royal coronation
วันที่ 24 สิงหาคม 2562
คิดโซน (ของ) วัยทีน

งานด่วนรมต.ใหม่โค้ดดิ้ง-พัฒนาครูกัญชาเสรีการแพทย์

วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 - 12:40 น.
รัฐมนตรี,รมวศึกษาธิการ,กัญชาเสรี,การแพทย์
Shares :
เปิดอ่าน 2,624 ครั้ง

โดย...  ทีมคุณภาพชีวิต qualitylife4444@gmail.com -

 

 


          รัฐมนตรีใหม่ไฟแรงเข้าทำงานวันแรกเกือบทุกกระทรวง ต่างตั้งเป้าเร่งทำงานตามกรอบนโยบายรัฐบาล นโยบายไหนดีสานต่อ นโยบายไหนไม่ดีต้องปรับปรุงแก้ไข ให้ทันสมัยต่อโลกยุคดิจิทัล ตั้งเป้าทำให้เกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลา 1 เดือน  

 

 

          วันที่ 18 กรกฎาคม เวลา 07.49 น. ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และ กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เดินทางเข้าทำงานที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นวันแรก โดย มีการแบ่งงานดังนี้ คุณหญิงกัลยา จะดูแลสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ 


          กนกวรรณ จะรับผิดชอบสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ส่วน รมว.ศึกษาธิการนั้น จะรับผิดชอบดูแลงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานปลัด ศธ.

 

 

 


          พัฒนาคุณภาพครูวาระเร่งด่วน
          รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า นโยบายเรื่องการศึกษาไทยต้องเร่งดำเนินการเป็นวาระเร่งด่วน โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาคุณภาพครู เพราะเด็กทุกคนที่มีคุณภาพ ล้วนเกิดจากการอบรมสั่งสอนของครู ดังนั้น ต้องดูว่าจะดำเนินการพัฒนาครูได้อย่างไรบ้าง


          รวมถึงต้องมุ่งสร้างเด็กและเยาวชนให้มีทักษะในศตวรรษที่ 21 มีความรู้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ซึ่งจะพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยให้ก้าวกระโดดเทียบเท่าสากล อยากให้ผู้บริหารศธ.ทุกคนได้นำนโยบายเหล่านี้ไปต่อยอดบูรณาการกับเรื่องที่ทำอยู่ในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป

 

 

 

 

 


          "สิ่งสำคัญที่สุด ต้องขอศึกษาข้อมูลต่อยอดการทำงานด้านการศึกษาได้อย่างไรบ้าง โดยนโยบายเรื่องใดที่ดีอยู่แล้ว ก็จะส่งเสริมต่อยอด แต่หากนโยบายใดที่ทำแล้วไม่ประสบผลสำเร็จแต่กลับสร้างภาระให้แก่ครูจนมีเรื่องร้องเรียน ก็จะปรับแก้ไข จะฟังเสียงสะท้อนจากเขตพื้นที่และข้าราชการครูเป็นหลัก พร้อมกับดึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนงานการศึกษา เพราะผมมองว่าการศึกษาไทยจะต้องมีการปรับปรุง และทุกภาคส่วนจะต้องเปิดกว้างในการช่วยกันแก้ปัญหาการศึกษา” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว


          ทั้งนี้ การศึกษาไทยมีตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และการศึกษานอกระบบตามอัธยาศัย ซึ่งทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่หากค้นพบศักยภาพเด็กไทยในกลุ่มเด็กเก่งมีทักษะและความสามารถ ต้องสร้างและสนับสนุนให้เด็กเหล่านี้เป็นช้างเผือก เพื่อวางแผนต่อยอดพัฒนา เป็นผู้นำในอนาคตได้


          จะต้องมีการปรับหลักสูตรการศึกษาต่างๆ ให้มีความทันสมัยต่อโลกยุคดิจิทัล เพื่อทำให้การเรียนการสอนได้รับการพัฒนาเหมาะสมกับการศึกษาที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ตั้งเป้าว่าจะทำให้เกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลา 1 เดือน และดูในรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณต่างๆ ของ ศธ. โดยจะมีทีมงานมืออาชีพด้านการคลังเข้ามาดูแลงบ ศธ.ว่าถูกใช้อย่างคุ้มค่าและถูกต้องหรือไม่ คาดว่าก่อนสิ้นปี 2562 จะดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จ


          Coding สอนตรรกะแก้ปัญหา
          คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า จะเร่งดำเนินการ 2 เรื่อง คือ 1.วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการเกษตร โดยเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้เรื่องการเรียนการด้านเกษตร แก่เด็กที่เรียนในวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่างๆ เพื่อยกระดับการทำเกษตร และเกษตรกรของไทย เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ อีกทั้งไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม 2.เรื่องโค้ดดิ้ง (Coding) ซึ่งเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาสมัยใหม่ที่เป็นทักษะของโลกในอนาคต และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี การเรียนการสอน Coding เป็นการสอนตรรกะ ทำให้เด็กรู้จักการแก้ปัญหา และเรียนได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ จะมีคอมพิวเตอร์หรือไม่มีก็สามารถเรียนได้ นโยบายของรัฐบาลที่จะให้เด็กอนุบาล-ประถมศึกษา ได้เรียน Coding และเน้นในโรงเรียนต่างจังหวัด เพื่อให้เด็กทุกคนได้เข้าถึง ซึ่งจะมีการแถลงนโยบายชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้

 

 

 

 


          ขณะที่ รมช.กนกวรรณ กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนของเด็กที่เรียนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จะเน้นให้สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา จะพยายามทำให้เด็กอาชีวะมีความภาคภูมิใจในตนเอง ส่งเสริมทวิภาคี เพื่อจะได้สร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการ ติดตามและประเมินผล จากผู้ประกอบการทุกพื้นที่ เพื่อให้เด็กได้ศึกษาเรียนรู้ ฝึกงาน และได้เงินเดือนระหว่างเรียน


          เร่งด่วนกัญชาเสรีทางการแพทย์
          ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เดินทางเข้ารับตำแหน่งที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมให้สัมภาษณ์ อีก 1 สัปดาห์ นายกรัฐมนตรีจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จึงจะถือว่ารัฐมนตรีสามารถทำงานได้สมบูรณ์


          ในส่วนของนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์นั้น ได้มอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ดำเนินการปลดล็อกกัญชาและกัญชง ขอให้เสร็จในสมัยนี้ โดยจะต้องทำให้กัญชาและกัญชงเป็นยาที่ประชาชนสามารถเข้าถึงในส่วนที่เกิดประโยชน์ในทางการแพทย์ได้ เป็นยาหลักอยู่ในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ผู้ป่วยจะเข้าถึงได้เมื่อมีความจำเป็น จะเป็นการลดค่าใช้จ่าย ภาระงบประมาณของประเทศ และอาจจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ ช่วยเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกร


          ในส่วนของร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลของนายกฯ บรรจุเรื่องนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์และการพัฒนานวัตกรรมจากกัญชาเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล และได้มอบหมายให้ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ. เป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติในการขับเคลื่อน


          “อีกหน่อยก็จะให้ อสม.เริ่มปลูกกัญชาในบ้านก่อนคนละ 6 ต้น ก็เหมือนการปลูกสมุนไพรที่อยู่ในบ้าน ส่วนเรื่องสันทนาการเป็นผลพลอยได้ช่วยเจริญอาหาร ใส่ในต้มหรืออาหารต่างๆ จะต้องไม่มีการซื้อขายกันเอง และพกพาออกข้างนอกเคหสถานไม่ได้” อนุทินกล่าว

 

 

 

 


          ส่วนกรณีการแจกน้ำมันสูตรของ อ.เดชา ศิริภัทร ที่ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจาก อย.นั้น อนุทิน กล่าวว่า ยังคงไม่สามารถแจกได้ เนื่องจากยังผิดกฎหมายอยู่ หากแจกไปต้องรับผิดชอบเอง เบื้องต้นได้รับการประสานจากมูลนิธิข้าวขวัญ ว่า อ.เดชา และ แอ๊ด คาราบาว จะขอเข้าพบเป็นการส่วนตัว เพื่อหารือเรื่องน้ำมันกัญชา


          ขณะที่ สาธิต กล่าวว่า งานที่อยากจะเห็น มี 3 ส่วน คือ 1.การรณรงค์ให้ประชาชนใส่ใจเรื่องการออกกำลังกาย เพื่อส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ลดการเจ็บป่วย ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล 2.การพัฒนาระบบบริการ ลดความแออัดในโรงพยาบาลทุกระดับ และ 3.การใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนในการสนับสนุนการให้บริการประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในข้อมูลสุขภาพของตัวเอง


          ‘อิทธิพล’ขอดูงบเพิ่ม40%ลดซ้ำซ้อน
          ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ระบุว่า จะทำงานตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยจะพิจารณาแผนงานและโครงการตามกรอบนโยบายรัฐบาล ที่ดำเนินการให้มีความคุ้มค่ากับการลงทุนให้มากที่สุด 


          เนื่องจากงบประมาณของกระทรวงวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นถึง 40% จากเดิมอยู่ในวงเงิน 9,100 ล้านบาท แต่ปีนี้อยู่ที่ 14,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งต้องไปดูรายละเอียดภาพรวมอีกที 


          ทั้งนี้ จะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวแลุะกีฬา เพื่อลดความซ้ำซ้อนของโครงการต่างๆ และเน้นการทำงานผสมผสานกับคนทุกช่วงวัยให้มากที่สุด  เพราะไม่ต้องการให้เกิดความซ้ำซ้อนงานในหลายส่วน รวมถึงการจัดงานอีเวนท์ต่างๆ ของกระทรวงวัฒนธรรม


          “ทยา ทีปสุวรรณ”พ้นผู้บริหาร  โรงเรียนนานาชาติ รักบี้
          ทยา ทีปสุวรรณ ภรรยาของ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Taya Teepsuwan” เมื่อเวลา 22.17 น. ของวันที่ 17 กรกฎาคม ว่าได้ลาออกจากการเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ผู้รับใบอนุญาต, กรรมการ และ Governor โรงเรียนนานาชาติรักบี้ โดยมีผลในทันที เพื่อไม่ให้เป็นข้อกังขาของสังคมในเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน”  

 

 

 


          ทั้งนี้ ครอบครัว “ทีปสุวรรณ” ได้สร้าง “โรงเรียน Rugby School Thailand” โดยใช้งบประมาณ 1.5 พันล้าน ที่ จ.ชลบุรี พื้นที่กว่า 180 ไร่ โดยเป็นโรงเรียนนานาชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย เน้นพัฒนาศักยภาพนักเรียนรอบด้าน ตั้งเป้าเจาะกลุ่มครอบครัวระดับบนในไทยและกลุ่มต่างประเทศ เช่น กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม  


          “ณัฏฐพล” เป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิสดอม เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และประธานโรงเรียน รักบี้ สคูล ไทยแลนด์ (Rugby School Thailand) ก่อนจะให้ “ทยา ทีปสุวรรณ” เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงเรียน และล่าสุดได้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากโรงเรียนเปิดมา 1 ปีเศษ

Shares :
เปิดอ่าน 2,624 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ