วิจัยสารซีบีเอ็นยับยั้งมะเร็งปอดม.รังสิตเตรียมทดลองในคน3รพ.

โดย...พวงชมพู ประเสริฐ  qualitylife4444@gmail.com

 

 

          ม.รังสิตเผยผลวิจัยพบสาร “ซีบีเอ็น” ในกัญชาแห้ง มีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งปอดในเซลล์มนุษย์ระดับหนูทดลอง เดินหน้านำกัญชาวิจัยในคนร่วมกับรพ.ราชวิถี นพรัตน์ เลิดสิน โชว์ผลิตภัณฑ์กัญชาต้นแบบ 4 ตัว พร้อมเปิดสถาบันวิจัยกัญชาทางการแพทย์แห่งแรกของไทย

 

 

          วานนี้ (23 เม.ย.) ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี ม.รังสิต กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดสถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเดินหน้าวิจัยสารสกัดจากกัญชาทางการแพทย์ ว่า ม.รังสิต ได้เริ่มต้นศึกษาวิจัยกัญชาทางมาตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน จนปัจจุบันประสบผลสำเร็จอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวดีที่สุดในโลกเนื่องจากยาที่ม.รังสิตวิจัยน่าจะรักษามะเร็งได้ เพราะทดลองในหนูทดลองแล้ว โดยการฉีดสารมะเร็งในหนูและฉีดยากัญชาเข้าไปรักษามะเร็งหายแล้วในเชิงประจักษ์ ซึ่งมะเร็งถือเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยสูงสุด 

 

 

วิจัยสารซีบีเอ็นยับยั้งมะเร็งปอดม.รังสิตเตรียมทดลองในคน3รพ.

 


          อย่างไรก็ตามจะต้องพัฒนาต่อไปถึงในคนซึ่งก็มีความพร้อมในการวิจัยในคนได้แล้ว โดยมีคณะแพทยศาสตร์ และมีโรงพยาบาลในเครือของ ม.รังสิต ทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ซึ่งขณะนี้ได้มีการประสานติดต่อทั้ง รพ.ราชวิถี รพ.เลิดสิน และรพ.นพรัตนราชธานี ที่จะทดลองยากัญชารักษามะเร็งได้ ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างยิ่ง เรื่องกัญชาทางการแพทย์ อยากให้รัฐบาล สนช. และข้าราชการที่มีอำนาจ ทำอะไรเพื่อประชาชนคนไทยอย่ามาทำเพื่อผูกขาดผลประโยชน์เฉพาะตัวหรือเอื้อนายทุน เราต้องการการปฏิวัติเรื่องนี้ทุกด้าน

 

 

 

 

วิจัยสารซีบีเอ็นยับยั้งมะเร็งปอดม.รังสิตเตรียมทดลองในคน3รพ.

 


          โดย ม.รังสิต ได้จัดตั้งสถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ขึ้นมา เพื่อให้สามารถทำงานวิจัยกัญชาได้ทุกมิติ เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติในการบำบัดโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น ได้รับอนุญาตในการปลูกกัญชา เพื่อวิจัยหาสายพันธุ์ที่ดีที่สุด ให้ได้สารสำคัญที่บริสุทธิ์ที่สุด เช่น สารทีเอชซี ซีบีดี ซีบีเอ็น เป็นต้น ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์แต่ละอย่าง เพราะการมีสารน้อยจะทำให้การสกัดแพงและใช้เวลานาน แต่การหาพันธุ์ที่ดีที่สุด เพื่อให้ราคาถูก ได้ผลผลิตมากที่สุด
 

 

 

วิจัยสารซีบีเอ็นยับยั้งมะเร็งปอดม.รังสิตเตรียมทดลองในคน3รพ.

 

 

          ทั้งนี้การปลูกจะอยู่ในรูปแบบของโรงเรือนระบบปิด มีการควบคุมคุณภาพ อุณหภูมิ กล้องวงจรปิด ที่วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร เทคโนโยชีวภาพ และอาหาร ม.รังสิต ตึก 5 ชั้นดาดฟ้า ในพื้นที่ 4x8 ตารางเมตร หรือ 32 ตารางเมตร ซึ่งปลูกได้ราว 50 ต้น โดยจะมีสถาบันวิจัยกัญชาทางการแพทย์ช่วยวิจัยควบคู่กันไปในการช่วยปรับปรุงพันธุ์กัญชา ทั้งหมด ม.รังสิตทำในรูปแบบของงานวิจัย เพราะหากจะผลิตจะต้องมีกระบวนการมากกว่านี้และต้องมีบริษัทยาจริงๆ เข้ามาดำเนินการ

 

 

วิจัยสารซีบีเอ็นยับยั้งมะเร็งปอดม.รังสิตเตรียมทดลองในคน3รพ.

 


          ผศ.ดร.ภญ.สุรางค์ ลีละวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ ม.รังสิต ผู้วิจัยการศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งปอดมนุษย์ของสารจากกัญชาในหนูทดลอง กล่าวว่า ทีมวิจัยสามารถแยกสารบริสุทธิ์ของกัญชาออกมาได้ ทั้งทีเอชซี ซีบีดี และซีบีเอ็น ซึ่งซีบีเอ็นเกิดจากการเสื่อมสลายของทีเอชซีจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน จึงพบสารซีบีเอ็นเฉพาะในกัญชาแห้ง โครงการวิจัยจึงนำสารทั้ง 3 ชนิดมาทดสอบ
 

 

 

วิจัยสารซีบีเอ็นยับยั้งมะเร็งปอดม.รังสิตเตรียมทดลองในคน3รพ.

 

 

          เริ่มจากทดลองเซลล์มะเร็งปอดมนุษย์ในหลอดทดลอง พบว่าสารซีบีดี ทำให้ลักษณะของเซลล์มะเร็งเปลี่ยนแปลงไม่มาก แต่จำนวนลดลง แต่สารทีเอชซี และซีบีเอ็น ทำให้เซลล์มะเร็งตาย ถือว่ามีความเป็นพิษต่อเซลล์ในระดับหนึ่ง จากนั้นจึงใช้สาร 3 ชนิดที่มีความเข้มข้นต่างๆ และวัดอัตราการรอดชีวิตของเซลล์มะเร็ง 
โดยพบว่าความเข้มข้นสูงสุดของสารทีเอชซี และซีบีเอ็น เซลล์มะเร็งรอดเพียง 20-30% คือเซลล์ส่วนใหญ่ตาย ส่วนสารซีบีดี อัตรารอดชีวิตเซลล์มะเร็งสูง 75%  ดังนั้นจึงนำเฉพาะสารทีเอชซีและซีบีเอ็นไปศึกษาต่อในหนูทดลอง โดยปลูกถ่ายเซลล์มะเร็งปอดมนุษย์ในหนูทดลอง เลี้ยงหนู 2-3 สัปดาห์ จึงเกิดก้อนเกิดขึ้นในตัวหนู ซึ่งตรวจยืนยันแล้วว่าเป็นมะเร็งจริง และแบ่งหนูที่ฉีดมะเร็งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มควบคุม ให้รับน้ำเกลือ กลุ่มรับทีเอชซี และกลุ่มรับซีบีเอ็น โดยฉีดให้ทุกวันเป็นเวลา 3 สัปดาห์


          “ผลวิจัยพบว่าช่วงสัปดาห์แรกขนาดก้อนมะเร็งแต่ละกลุ่มไม่ต่างกันมากนัก แต่ช่วงสัปดาห์ที่สองกลุ่มที่ไม่ได้รับสาร ก้อนมะเร็งโตขึ้นเรื่อยๆ ส่วนกลุ่มรับทีเอชซีและซีบีเอ็นก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลง โดยผลไม่ต่างกันมากระหว่างสารทีเอชซี 3 มิลลิกรัม เทียบเท่ากับซีบีเอ็น 8 มิลลิกรัม ทั้งนี้กัญชาที่วิจัยเราได้รับมาจากของกลางของป.ป.ส. เรียกว่าการวิจัยนี้สารทีเอชซีและซีบีเอ็น ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้” ผศ.ดร.ภญ.สุรางค์ กล่าว

 

 

 

วิจัยสารซีบีเอ็นยับยั้งมะเร็งปอดม.รังสิตเตรียมทดลองในคน3รพ.

 


          สำหรับยาเม็ดเวเฟอร์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดกัญชา นั้นสามารถดูดซึมทางช่องปากโดยไม่ต้องรับประทาน จะเห็นว่าน้ำมันกัญชาที่ใช้ในใต้ดินก็เป็นแบบใช้หยดใต้ลิ้น จึงต้องการพัฒนายาเม็ดที่ส่งสารสำคัญทางเยื่อบุช่องปากได้ แต่สิ่งสำคัญคือยาจะต้องแตกตัวได้อย่างรวดเร็ว จึงจะดูดซึมและออกฤทธิ์ได้เร็ว ดังนั้น การพัฒนายาจึงนึกถึงขนมเวเฟอร์ที่เป็นชั้นๆ และหักง่าย จึงพัฒนายาเม็ดให้มีความเปราะ มีรูพรุนคล้ายฟองน้ำ จึงดูดซึมน้ำได้เร็ว ยาแตกตัวได้อย่างรวดเร็ว ข้อดีของยาเม็ดเวเฟอร์ใช้ช่องปาก คือไม่ต้องรับประทานน้ำแล้วกลืน ช่วยให้คนไข้มะเร็งที่รับยาเคมีบำบัด เยื่อบุช่องปากอักเสบกลืนยาได้ยาก สามารถรับยาได้สะดวกขึ้น เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วย


          แคนนาบินอลสเปรย์ฉีดพ่นช่องปาก มีสารซีบีเอ็นและทีเอชซีมีฤทธิ์ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น เพื่อสะดวกในการใช้งาน ตัวยาจะถูกดูดซึมเข้าเยื่อบุช่องปากทันที ไม่ถูกทำลายระหว่างทางเดินอาหารและตับ ออกฤทธิ์ได้เร็วมีประสิทธิภาพกว่ารับประทาน โดยอาศัยเทคโนโลยีจัดเก็บสาร “ลิโปโซม” ซึ่งเป็นอนุภาคในการกักเก็บสารสำคัญที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำให้อยู่ในอนุภาคเดียวกัน ซึ่งช่วยเพิ่มความคงตัวการดูดซึมออกฤทธิ์นานขึ้น เนื่องจากทั้งสองสารไม่ละลายน้ำ แต่ต้องทำตำรับยาที่อยู่ในรูปแบบน้ำ

 

 

วิจัยสารซีบีเอ็นยับยั้งมะเร็งปอดม.รังสิตเตรียมทดลองในคน3รพ.

 

 


          ส่วน “ประสะกัญชา”  ตำราพระโอสถพระนารายณ์ บอกว่าแก้ไข้ผอมเหลือง ลมตี นอนไม่หลับ มีส่วนประกอบของตำรับยาดังนี้ ตรีกฏุก คือพริกไทย ดีปลี และเหง้าขิงแห้ง จันทน์ทั้ง 2 คือ แก่นจันทน์แดง แก่นจันทน์ขาว ใบสะเดา ใบคนทีเขมา พริกไทยล่อน และใบกัญชา ซึ่งยารองตัวอื่นจะทำหน้าที่ทั้งเสริมฤทธิ์และและลดความเป็นพิษของกัญชา ทั้งนี้การวิจัยก็เพื่อสืบสานภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของแพทย์ผู้สั่งจ่ายยาและผู้ป่วยที่รับยาอีกทางหนึ่ง

 


          ‘อนุทิน’ถกร่วมหมอรามาฯดันกัญชาเสรี
          วานนี้ (23เม.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประชุมเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ร่วมกับคณะแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ร่วมประชุม อาทิ ศาสตราจารย์นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดี, ศาสตราจารย์นายแพทย์บุญส่ง องค์พิพัฒนกุล รองคณบดีฝ่ายวิจัย, ศาสตราจารย์นายแพทย์วินัย วนานุกูล หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงสาทริยา ตระกูลศรีชัย อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน


          โดยกล่าวงถึงการที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันนโยบายกัญชาเสรี เพราะว่าศึกษากฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ แล้วฝ่ายยุทธศาสตร์เห็นว่าประชาชนได้ประโยชน์ไม่เต็มที่ จึงต้องเข้าไปแก้ไขเพื่อปากท้องประชาชนลดอุปสรรคทางกฎหมาย ให้ประชาชนมีโอกาสเพิ่มขึ้นในการหารายได้อย่างสุจริต หากปล่อยให้กัญชาเป็นเรื่องของคนกลุ่มน้อย ในอนาคตจะมีกลุ่มคนที่จ้องเอากัญชาคนไทยไปจดสิทธิบัตรไปแปรรูป กลับมาขายคนไทยในราคาแพง


          นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้กัญชามีโทษแต่ก็มีประโยชน์ ต้องหาทางใช้ประโยชน์ และต้องควบคุมไม่ให้เกิดโทษ กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ต้องทำให้คนไทยได้ประโยชน์ร่วมกัน ต้องยอมรับว่าโลกเปลี่ยนไปมาก กัญชาขายได้ นำไปผสมเครื่องสำอางขายแพงมาก ภาครัฐควรสนับสนุนให้ประชาชนได้รับประโยชน์ด้วยกัน ที่บุรีรัมย์จัดอบรมเรื่องกัญชา คนที่มามากที่สุดคือผู้ป่วย เพราะมองว่ากัญชาเป็นความหวัง


          “ในฐานะนักการเมือง ผมมาอำนวยความสะดวกให้ท่าน ด้วยการออกกฎหมาย พรรคภูมิใจไทยเปิดรับทุกความเห็น ถ้ามีอะไรดีท่านมาเสนอเลย มีประโยชน์ ผมกล้าทำพรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.เกิน 25 คน เราเสนอกฎหมายได้ วันนี้เราได้ฉันทามติจากประชาชน พูดไม่ต้องอายว่าคนกัญชาพาเราเข้าสภา เราต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ” นายอนุทิน กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่