กัญชาพืชคุณค่าทางการแพทย์โอกาสใหม่ของ(ผู้ป่วย)คนไทย??

โดย...  ทีมข่าวคุณภาพชีวิต -qualitylife4444@gmail.com



 


          ว่ากันว่างาน “พันธุ์บุรีรัมย์” วันที่ 19-21 เมษายน เป็นจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะองค์กรของรัฐ ร่วมกับองค์กรภาคประชาชน และภาคเอกชน เนรมิตพื้นที่จัดงาน “พันธุ์บุรีรัมย์”มหกรรมความรู้เกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์ ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้ความรู้ในเรื่องการใช้กัญชาอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ ทั้งการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนปัจจุบันให้แก่ผู้เจ็บป่วย ผู้ที่มีความสนใจเรื่องสุขภาพ และประชาชนทั่วไปมีความเข้าใจในการใช้กัญชาบนพื้นฐานของความถูกต้องตามกฎหมายอย่างแท้จริง

 

 

          โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 คนจากหน่วยงาน อาทิ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์, คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน), มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยแม่โจ้, สำนักกฎหมายการแพทย์ กรมการแพทย์, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ฯลฯ
   

 

 

กัญชาพืชคุณค่าทางการแพทย์โอกาสใหม่ของ(ผู้ป่วย)คนไทย??

 

 

          เนวิน ชิดชอบ กล่าวว่า ปัจจุบันนี้มีงานวิจัยทางการแพทย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก ยืนยันว่ากัญชาเป็นพืชที่มีคุณค่าทางการแพทย์ หลายประเทศในโลก รวมทั้งประเทศไทย อนุญาตให้มีการผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว อีกทั้งองค์การอนามัยโลกได้ศึกษาวิจัยและระบุว่า สารสกัดในกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แต่มีสรรพคุณรักษาโรค และมีองค์ความรู้ภูมิปัญญาพื้นถิ่นเกี่ยวกับการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์


          “ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดประเทศหนึ่งในโลก และมีมาตรการควบคุมการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ด้านความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ได้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มผสมกัญชาในร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไปอย่างเปิดเผยและได้รับความนิยม ไม่น้อยกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ สิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างสินค้าที่คนไทยทำได้ และมีตลาดรองรับ อยู่ที่เราจะเลือกว่าเราเลือกเป็นผู้ผลิตเพื่อจำหน่าย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ หรือเลือกที่จะเป็นผู้ซื้อ ผู้บริโภค และต้องจ่ายเงินออกไป กัญชาไม่ใช่แค่ยาเพื่อผู้ป่วย แต่เพื่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มยังเป็นโอกาสใหม่ของคนไทย”


     

 

 

กัญชาพืชคุณค่าทางการแพทย์โอกาสใหม่ของ(ผู้ป่วย)คนไทย??

 

 

          นพ.สมยศ กิตติมั่นคง ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษามะเร็ง กล่าวว่าหลังจากศึกษามากขึ้นจึงรู้ว่าตัวกัญชาไม่ได้มีฤทธิ์เสพติดเหมือนที่เคยพูดกันมา ที่สำคัญสมัยสมเด็จพระนารายณ์มีเขียนเอาไว้ชัดเจนว่ายาหลายๆ ตำรับมีการนำกัญชามาเป็นส่วนประกอบด้วย ซึ่งหลายประเทศพิสูจน์มาแล้วจากงานวิจัย
 

          “เราแก้ปัญหาง่ายๆ ได้หลายอย่าง ใช้ในรูปแบบสมุนไพร ประหยัดเงินค่ายา ไม่สะสมตกค้างในร่างกาย ไม่มีผลข้างเคียง งานพันธุ์บุรีรัมย์เป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทยที่จะตอบคำถามว่า คนไทยจะใช้กัญชารักษาโรคด้วยตัวเองได้หรือไม่ มีวิธีการอย่างไรบ้าง”
    

          ศ.ดร.สิริวัฒน์ วงศ์ศิริ  ราชบัณฑิตยสภา กล่าวว่า กัญชามีสาร 2 ชนิดหลักที่ถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ คือ สาร CBD (Cannabidiol) ซึ่งมีฤทธิ์ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนและการบวมอักเสบของแผล และสาร THC (Tetrahydrocannabinol) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายและลดอาการปวด ซึ่งปัจจุบันมีการนำกัญชามาสกัดเป็นน้ำมันเพื่อนำสารทั้ง 2 ชนิดนี้มาใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆ อาทิ โรคลมชัก โรคพาร์กินสัน โรคมะเร็งระยะสุดท้าย และเอชไอวี

 

 

กัญชาพืชคุณค่าทางการแพทย์โอกาสใหม่ของ(ผู้ป่วย)คนไทย??

 


  

          "กัญชาสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ สามารถนำไปใช้พัฒนาต่อยอดประกอบธุรกิจได้อีกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นนำไปใช้ประกอบอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ช็อกโกแลต ซอสปรุงรส ฯลฯ เป็นพืชเศรษฐกิจแสนล้าน สามารถส่งออกต่างประเทศได้กำไรมหาศาล เช่นเดียวกับที่ประเทศชั้นนำของโลกเริ่มลงมือกันแล้ว”   
  

          ทั้งนี้ภายในงาน "พันธุ์บุรีรัมย์” ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ มีนิทรรศการการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทย, นิทรรศการจำลองการปลูกจนถึงกระบวนการสกัดเป็นน้ำมันกัญชา, นิทรรศการกัญชาสายพันธุ์ต่างๆ, กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้กัญชา นอกจากนี้ยังมีการเปิดให้จดแจ้งครอบครองกัญชาแก่ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีใบรับรองแพทย์ โดยงานเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยที่มีใบรับรองแพทย์เข้าร่วมได้ฟรีมีลงทะเบียนและรับรักษาผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
     

 

 

กัญชาพืชคุณค่าทางการแพทย์โอกาสใหม่ของ(ผู้ป่วย)คนไทย??

 

 

          นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอองค์ความรู้วิชาการ หัวข้อบูรณาการกัญชาเพื่อการแพทย์ โดย อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์ แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต รวมทั้งเสวนา “กัญชงและกัญชาทางการแพทย์และเศรษฐกิจ” โดย นพ.สมนึก ศิริพานทอง อาจารย์รสสุคนธ์ ธนธีระบรรจง ​กัญชากับโรคลมชัก นพ.ชนินทร์ ลีวานันท์
   

          เสวนา “การสกัดการควบคุมคุณภาพ การวิเคราะห์ การหาสูตรโครงสร้างของไฟโตเคมิคัลแคนนาบินอยด์ในพืชกัญชง กัญชา” โดย ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขต กาญจนบุรี และรสสุคนธ์ ธนธีระบรรจง หัวหน้างานตรวจพิสูจน์สารเสพติด สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ 
  

          ​​เสวนา “พฤษศาสตร์ GI การปลูก และการผลิตทั่วไปและแบบแม่นยำในพืชกัญชง กัญชา” โดย ผศ.ดร.ธรรมรันต์ พุทธไทย คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผศ.ดร.สิริวัฒน์ สาครวาสี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกัญชากับโรคปวดระบบประสาท โดย นพ.ชนินทร์ ลีวานันท์ และหมอแก้มหอม ณ ลานช้าง (แม่มดกัญชา) ที่จะมาบรรยายในหัวข้อ กัญชาทางการแพทย์ของ ดร.อูม่า และธุรกิจกัญชาในต่างประเทศด้วย
 

 

 

กัญชาพืชคุณค่าทางการแพทย์โอกาสใหม่ของ(ผู้ป่วย)คนไทย??

 

 

          ขณะเดียวกันยังมีกลุุ่มต่างๆ มาร่วมออกบูธ อาทิ  อีสานเขียว, บูรพา, พรรคเขียว, ยิ้มสยาม, บุญเติม สายเขียว, รู้กัญ 420, เพื่อผู้ป่วย, เจ๋ง ภาคเพียร, องค์กรกัญชาเพื่อการป้องกันรักษาโลก, กลุ่มยิปซี, กลุ่มอินเดียนคาวบอย, ปฏิวัติกัญชา, กัญชามหาชน, ศูนย์กัญชาไทย  เป็นต้น
ดึงกลุ่มใต้ดินช่วยแพทย์รักษาคนไข้


          ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ต้องมีองค์กรกลาง หรือหน่วยงานกลางเป็นผู้ประสานกลุ่มคนใต้ดิน หรือผู้ที่มีความรู้ในการใช้กัญชารักษาโรคที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาบนดิน เพื่อให้พวกเขามาช่วยเหลือกันในการใช้กัญชารักษาโรค เนื่องจากมีองค์ความรู้เรื่องนี้ โดยต้องให้มาช่วยหรือเสริมทัพกับทางแพทย์แผนปัจจุบันที่จะอบรมการใช้กัญชารักษาโรครุ่นแรกจำนวน 200 คน เพราะถ้าแพทย์แผนปัจจุบันฝ่ายเดียวไม่มีทางเพียงพอ จึงต้องเข้ามาร่วมเป็นเพื่อนแพทย์ในการใช้กัญชารักษาผู้ป่วยด้วยกัน


          ขณะเดียวกันวานนี้ (18 เม.ย.) วัฒนา โมสิกมาศ ประธานสภากัญชาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการบริหาร และที่ปรึกษา พร้อมด้วยประธานสภากัญชาทุกจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมกันยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอรับความสนับสนุนการจัดตั้งสภากัญชาแห่งประเทศไทย ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี และขอให้เกษตรกร ประชาชนในนามสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ร่วมปลูกกัญชาในทุกตำบล พร้อมศูนย์รักษาผู้ป่วยด้วยกัญชาในทุกอำเภอของประเทศไทย โดยมีนายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่อง

 


          นำร่อง“แม่แตงโมเดล”ดันกัญชาบำบัดยาเสพติด    
          ดร.แก้มหอม ณ ล้านช้าง ฉายา “แม่มดกัญชา” ผู้ได้รับรางวัลแพทย์ทางเลือกและแพทย์สมุนไพรจากประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ในต่างประเทศมีการใช้กัญชาบำบัดผู้ที่ติดยาเสพติดกันอย่างแพร่หลาย ทั้งติดยาเสพติดในระดับรุนแรงและทั่วไป ปัจจุบันมีโครงการสำหรับผู้สูงอายุที่ติดบุหรี่ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะไปตามบ้านและสอนผู้สูงอายุให้เลิกบุหรี่ โดยเปลี่ยนมาสูบกัญชาแทน เนื่องจากปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ต้องพูดกันทั่วโลก
  

 

 

กัญชาพืชคุณค่าทางการแพทย์โอกาสใหม่ของ(ผู้ป่วย)คนไทย??

 

 

          "สำหรับกรณีศึกษาที่ถือเป็น Case of The World คือมีคนเกิดอุบัติเหตุและขาหัก ซึ่งต้องใช้มอร์ฟีนในการบรรเทาปวด หลังจากที่ใช้เยอะขึ้นจนมอร์ฟีนเอาไม่อยู่ จึงต้องหันไปหาเฮโรอีน จนติดเฮโรอีนอย่างหนัก สุดท้ายต้องหันมาใช้กัญชาในการบำบัด และเลิกได้ในที่สุด กลายเป็นเคสที่ดังและทำให้วงการแพทย์ในอเมริกาหันมาใช้กัญชาในการบำบัดผู้ติดยาเสพติด”
  

          ในประเทศไทยได้เริ่มมีการใช้กัญชาในการเลิกบุหรี่เช่นกัน โดยพบว่าจากคนที่สูบวันละ 2 ซอง เปลี่ยนมาสูบกัญชา 15 วัน ทำให้สูบบุหรี่ลดลงเหลือ 2 มวนต่อวันเท่านั้น นอกจากนี้ได้มีการทดลองใช้กับผู้ที่ติดยาบ้า โดยใช้ CBD ใน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ หรือ “แม่แตงโมเดล” โดยมีการจัดอบรมในหลายฝ่าย ทั้งตำรวจ และผู้ที่สนใจ เนื่องจากปัจจุบันมีนักโทษที่ติดยาเสพติดทั่วประเทศกว่า 3 แสนคน ซึ่งต้องเสียงบประมาณวันละ 100 บาทต่อคน ตกวันละ 30 ล้านบาท กลายเป็นงบประมาณแผ่นดินที่นำไปเลี้ยงผู้ติดยาเสพติดแต่ไม่มีอะไรดีขึ้นกลายเป็นปัญหาสังคมต่อไป
   

          “แม่แตงโมเดล เริ่มต้นในช่วงนิรโทษกรรม ซึ่งในขณะนี้อยู่ในช่วงนาทีเพชร เรามองว่าคนที่ติดยาเสพติดเป็นคนป่วยที่อันตราย ไปจี้ปล้นฆ่า ทำร้ายลูกเมียคนในครอบครัว ดังนั้นจึงเดินหน้าให้องค์ความรู้ สอน และปฏิบัติจริง ผ่านมา 15 วัน ผู้ที่รับการบำบัดดีขึ้นมาก จิตสำนึกกลับมา รักครอบครัว จากเสพยาบ้าวันละ 5 เม็ด ตอนนี้เหลือวันละ 1 เม็ด และคาดว่าจะเลิกได้ในที่สุด"
 

          ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือกับทางสถานีตำรวจในการแจ้งผู้ที่ประสงค์จะบำบัดมาเข้าร่วม วิธีการบำบัดเริ่มจากอบรมให้ความรู้ ทั้งผู้ที่ติดยาและครอบครัว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่คนที่ติดยาเสพติด ในช่วงที่ขาดยาจะมีอาการสั่น ดังนั้นลูกหลานต้องคอยนวดและให้กำลังใจ เอาอาหาร น้ำ หรือชาให้ดื่ม เพื่อให้ผ่อนคลาย ส่วนกัญชานำมาหยดใต้ลิ้น และให้นอนพักผ่อนนานที่สุด รวมถึงใช้สมุนไพรไทยล้างพิษร่วมด้วย หลังจากนี้ตั้งเป้าโครงการอบรมให้ความรู้ตำรวจอีกด้วย
     

          ดร.แก้มหอม กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ตั้งใจในตอนนี้คือ พยายามผลักดันให้การใช้ยากัญชาอยู่ใน 30 บาทรักษาทุกโรค เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึง เนื่องจากกัญชาผลิตและปลูกในประเทศไทยได้ นอกจากนี้ยังตั้งเป้าเดินหน้าเพื่อสร้างให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์เรียนรู้กัญชา โดยการดึง ดร.Uma Dhanabalan แพทย์กัญชาอันดับ 1 ของโลก เข้ามาร่วมงานด้วย
   

          รวมทั้งเทรนด์หมอจากประเทศต่างๆ เพื่อให้มาเรียนรู้กัญชาจากประเทศไทย หากในอนาคตเราสามารถปลดล็อกกัญชาได้สำเร็จ สามารถสั่งกัญชาจากประเทศไทยและเป็นรายได้แบบองค์รวมของประเทศตั้งแต่รากหญ้าถึงทุกคน ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์เรียนรู้กัญชาเวียงแม่มด จ.เชียงใหม่ ประกอบกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งสนใจในการทำงานวิจัย นวัตกรรม และมีคลินิกแพทย์แผนไทยในการเทรนด์เพื่อใช้การแพทย์แบบผสมผสานได้
  

          อย่างไรก็ตามการนำกัญชามาใช้ควรดูให้ดีว่าขั้นตอนสกัดถูกต้องหรือไม่ หากคนที่ไม่มีความรู้จริงๆ ในการสกัด อาจกลายเป็นพิษได้ ซึ่งที่ผ่านมาโรงพยาบาลหลายแห่งรายงานว่าพบผู้ป่วยที่อาเจียนเป็นเลือดจากการใช้กัญชาเกินขนาด ดังนั้นจึงควรสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนเพื่อใช้ประโยชน์จากกัญชาให้ถูกต้อง
ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.) กล่าวว่า มร.จะตั้งศูนย์วิจัยและนวัตกรรมกัญชาเพื่อการแพทย์ เพื่อทำให้การศึกษาวิจัยเรื่องนี้โดยเฉพาะในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจมาก จึงจำเป็นต้องมีผู้รู้จากต่างประเทศเข้ามาสร้างความรู้เพื่อเดินหน้าศึกษาและเกิดผลระยะยาว การจัดตั้งศูนย์วิจัยและนวัตกรรมกัญชาเพื่อการแพทย์น่าจะเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้รู้อย่างแท้จริง
   

          ทั้งนี้เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับกัญชาอย่างรอบด้านจึงจัดโครงการสัมนาวิชาการ เรื่อง “องค์ความรู้ด้านกัญชากับการรักษาโรค” ในวันที่ 30 เมษายน เวลา 08.30–16.30 น. ณ อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยมี ดร.Uma Dhanabalan ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกจากสหรัฐอเมริกา ดร.แก้มหอม ณ ล้านช้าง รวมถึงฝ่ายวิชาการด้านการปลูกกัญชาในระบบปิดแบบเกษตรอินทรีย์และวัสดุนาโน จากบริษัท Goture Nature Science Lab. U.S.A. เป็นวิทยากร
 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่