ฟังอย่างมีสติ-สื่อสารเข้าใจ-รักบอกว่ารัก

โดย... -ชุลีพร อร่ามเนตร -qualitylife4444@gmail.com 

 

 

          “สภาพความเป็นจริงในแต่ละวันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาวะทางเศรษฐกิจ การแข่งขันกันทำมาหากิน การสร้างความมั่นคงทางการเงินเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีส่งผลให้สถานการณ์ครอบครัวไทยเปลี่ยนแปลงไป จากครอบครัวขยายกลายเป็นครอบครัวเดี่ยว หรือพ่อแม่ต้องส่งลูกไปอยู่กับปู่ย่าตายายขณะที่ตนเองต้องมาทำงานในเมือง ก่อเกิดสถิติคนไทยใช้เวลากับครอบครัวน้อยลง 

 

 

          ลักษณะครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป “ครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ครอบครัวขยายน้อยลง” พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวเพิ่มขึ้น หลายครอบครัวจึงเกิดปัญหามาก ยิ่งโลกเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของผู้คน ทุกคนอยู่กับโลกหน้าจอ มือถือของตนเองทำให้เกิดช่องว่างทั้งในเรื่องปฏิสัมพันธ์ การสื่อสาร เวลาน้อยนิดที่พ่อแม่ลูกจะอยู่ร่วมกันก็ยิ่งหายไป

 

 

ฟังอย่างมีสติ-สื่อสารเข้าใจ-รักบอกว่ารัก

 


          รศ.ดร.จิตตินันท์ เดชะคุปต์ กรรมการสมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ครอบครัวเป็นหน่วยย่อยแต่มีความสำคัญที่สุด ขณะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงมาก ทำอย่างไรให้ครอบครัวมีความสุขอย่างสม่ำเสมอ รักษาความเข้มแข็ง อบอุ่น ดำรงความเป็นครอบครัว สิ่งสำคัญคือการสื่อสารในครอบครัวกับสมาชิกทุกวัยเป็นประเด็นที่ต้องกลับมาใส่ใจเพื่อสานสัมพันธ์ครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น

 

          ครอบครัวในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อดีตเป็นครอบครัวขยาย ปู่ย่าตายายพ่อแม่ลูกอยู่พร้อมกันเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวเดี่ยว และครอบครัวที่นำลูกไปฝากเลี้ยงไว้กับตายายซึ่งมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ 


 

 

ฟังอย่างมีสติ-สื่อสารเข้าใจ-รักบอกว่ารัก

 


          “เลิศปัญญา บูรณบัณฑิต” อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวนั้น เมื่อพ่อแม่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ทำแต่งานจึงไม่มีเวลาให้ลูก เพราะสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็งต้องมีพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันอย่างน้อยสัปดาห์หนึ่งอยู่ด้วยกัน 2-3 วัน

 

 

 

ฟังอย่างมีสติ-สื่อสารเข้าใจ-รักบอกว่ารัก

 


          นอกจากเรื่องเวลาแล้ว ตอนนี้ช่องว่างระหว่างวัยก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาในครอบครัว โดยเฉพาะการสื่อสาร ซึ่งปู่ย่าตายายกับหลาน เป็นช่วงวัยที่อยู่ด้วยกันยาก ไม่ค่อยเข้าใจกัน ยิ่งเมื่อไม่มีความรู้ หรือไม่ได้สร้างความเข้าใจทำให้เกิดปัญหาในการอยู่ร่วมกัน ยิ่งวัยรุ่นยิ่งมีปัญหา เพราะเด็กวัยรุ่นกับผู้สูงอายุปกติก็ไม่เข้ากันอยู่แล้ว เจตคติตั้งแต่ต้นไม่ได้ปลูกฝังเรื่องการสื่อสารอย่างเข้าใจ

 

 

ฟังอย่างมีสติ-สื่อสารเข้าใจ-รักบอกว่ารัก


          "เมื่อเกิดปัญหาในครอบครัว ความรุนแรงและปัญหาต่างๆ ก็ตามมา ดังนั้นขณะนี้ พม.พยายามรณรงค์เรื่องคำพูด โดยต้องใช้คำพูดที่ดีและเรื่องการใช้ท่าทาง กลับเข้าบ้านไปยิ้มแย้มแจ่มใส ทำอย่างไรให้ทุกคนเข้าใจตรงนี้” เลิศปัญญา กล่าว


          ทั้งนี้ปัญหาครอบครัวที่พบเจอมากขึ้น คือเด็กจะพูดว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจ เพราะลูกพูดอะไรไปพ่อแม่ก็ไม่ฟัง เนื่องจากพ่อแม่คาดหวังจากลูกว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งพ่อแม่คาดหวังด้วยความรักแต่นั่นไม่ใช่ตัวเด็ก หรือเด็กจะรับรู้ได้ จนทำให้ตอนนี้เด็กหลายคนโดยเฉพาะเด็กมัธยมศึกษาตอนปลายเกิดความกังวลและกลัวผิดพลาด หลายคนมาพบแพทย์เนื่องจากไม่อยากไปเรียนหนังสือกลัวสอบไม่ติด

 

ฟังอย่างมีสติ-สื่อสารเข้าใจ-รักบอกว่ารัก

 

 


          พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตอนนี้พ่อแม่มีลูกน้อยลงหลายคนมีเวลาวุ่นวายกับลูกมากเกินไป จากพ่อแม่ที่มักใช้อำนาจในการบังคับลูกกลายเป็นพ่อแม่กลัวลูก เพราะคุมลูกไม่อยู่แต่ก็คาดหวังกับลูก อยากให้พ่อแม่บ่นให้น้อยลง เพิ่มความเข้าใจ ฟังลูกมากขึ้น 
  

          "อยากให้พ่อแม่หันกลับมามองตัวเองว่าลูกไม่ดีจริงหรือเพราะพ่อแม่คาดหวังกับลูกมากเกินไป เริ่มแรกพ่อแม่ต้องรู้จักแก้ที่ตัวเอง เพราะต่อให้ปัจจัยที่เกิดปัญหาในครอบครัวอาจจะเกิดจากตัวเด็กเอง สังคม เพื่อน แต่เรื่องเหล่านั้นบางครั้งอาจเปลี่ยนแปลงยากต้องปรับที่ตัวพ่อแม่ก่อน” พญ.วิมลรัตน์ กล่าว
 

 

ฟังอย่างมีสติ-สื่อสารเข้าใจ-รักบอกว่ารัก

 

 

          พ่อแม่ต้องถามตัวเองว่าเลี้ยงลูกด้วยความสุขหรือความเหนื่อยหน่าย ถ้ายังเห็นความน่ารัก ความเมตตา ความปรารถนาดีของลูก อยากให้มองนึกถึงมุมเหล่านั้น และย้อนมองตัวเองว่าจริงๆแล้วเป็นลูกที่เปลี่ยนแปลงไปหรือเป็นความคาดหวังของพ่อแม่เอง   "ชูไชย นิจไตรรัตน์" จากมูลนิธิแพธทูเฮลท์ กล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างปัญหาในครอบครัว คือการพูดคุยเรื่องเพศ ซึ่งพ่อแม่มักมองว่าไม่ควรคุยกับลูกเรื่องนี้ ทั้งที่สถานการณ์และนวัตกรรมที่เข้าถึงอย่างรวดเร็ว คงปฏิเสธ หรือสกัดห้ามได้
   

          ดังนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งและรู้เท่าทันเด็กในการบริโภคสื่อให้แก่ลูก อย่ามองเรื่องเพศเป็นความกระดากหรือน่าอายที่จะพูดในครอบครัว หรือมองว่าเรื่องเพศต้องเป็นเรื่องเพศสัมพันธ์ ทั้งที่ความจริงเรื่องเพศเป็นเรื่องวิถีชีวิต ซึ่งเกี่ยวโยงเรื่องโรค เรื่องการป้องกันการท้องไม่พร้อม

 

ฟังอย่างมีสติ-สื่อสารเข้าใจ-รักบอกว่ารัก

 


          ขณะที่หัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 


          “ธีร์ ภวังคนันท์” เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ของเด็กและวัยรุ่นที่ติดต่อมายังศูนย์เฉพะกิจ พบว่าต้นเหตุที่ทำให้ปัญหาเด็กและวัยรุ่นเกิดขึ้นนั้น เริ่มจากปัญหาในครอบครัว โดยเฉพาะในช่วง 1,000 วันแรกของการเลี้ยงดูไม่สมบูรณ์ เด็กมักจะบอกว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจ พ่อแม่ขาดทักษะในการใช้เวลาที่มีอยู่น้อยให้เกิดประสิทธิภาพ เพราะจากการสอบถามเด็กบางคนไม่เคยถูกกอดในชีวิต พ่อแม่ขาดการสื่อสาร ปฏิสัมพันธ์กัน 
   

 

ฟังอย่างมีสติ-สื่อสารเข้าใจ-รักบอกว่ารัก

 

 

          ดังนั้นพ่อแม่ควรปรับตัว เรียนรู้พร้อมๆ กับลูกโดยเฉพาะการสื่อสาร พ่อแม่ต้องรู้จักฟังลูกอย่างมีสติ เนื่องจากขณะนี้พ่อแม่ส่วนใหญ่ทำงาน นอกจากไม่มีเวลาให้ลูกแล้ว ยังเป็นผู้พูด แต่ไม่เคยฟังว่าสิ่งที่ลูกต้องการคืออะไร ที่สำคัญพ่อแม่ต้องทำให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่คือเพื่อนที่สามารถปรึกษา พูดคุยได้ทุกเรื่อง
    

          สำหรับครอบครัวไหนหรือใครที่พบเห็นความรุนแรงปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวว่างๆ สามารถโทรไปที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 หรือแพลตฟอร์ม ออนไลน์ ของผู้ปกครองในครอบครัวที่มีลูกหลานวัยรุ่น สามารถติดตามผ่านช่องทาง เฟซบุ๊ก : Toolmorrow และในเว็บไซต์ของ www.afterschoolonline.tv

 

 

ฟังอย่างมีสติ-สื่อสารเข้าใจ-รักบอกว่ารัก

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่