"นโยบายสิ่งแวดล้อม" 3 พรรค ใช้ก.ม.-เทคโนโลยีทุกฝ่ายร่วมกัน

โดย...  -ชุลีพร อร่ามเนตรqualitylife4444@gmail.com -


 

          นับถอยหลังอีกไม่กี่วัน “ประเทศไทย” ก็ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลังจากห่างหายจากกระบวนการทางประชาธิปไตยไปยาวนาน หลายปีที่ผ่านมาประเทศประสบปัญหามากมาย “สิ่งแวดล้อม” เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ประสบ โดยเฉพาะเรื่องของมลพิษทางอากาศอย่างฝุ่งละออง พีเอ็ม 2.5 ที่ก่อให้เกิดความหวาดหวั่น ต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาเรื่อง “นโยบายสิ่งแวดล้อมกับการเมืองไทย : เป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน?” โดยได้เชิญเหล่านักการเมืองของพรรคการเมืองต่างๆ มาอภิปรายนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

 

 

"นโยบายสิ่งแวดล้อม" 3 พรรค ใช้ก.ม.-เทคโนโลยีทุกฝ่ายร่วมกัน

 

 

          เร่งแก้ 3 โจทย์สิ่งแวดล้อม
          บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สิ่งแวดล้อมเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสังคมและเศรษฐกิจอยู่ภายใต้ขีดจำกัดของสิ่งแวดล้อม โดยโจทย์หลักเรื่องสิ่งแวดล้อมไทย 3 ประเด็นปัญหา คือ 1.การเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม 2.การเข้าถึงและแบ่งปันทรัพยากรสิ่งแวดล้อมเป็นธรรม และ 3.ความขัดแย้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ซึ่งทั้ง 3 โจทย์ล้วนเป็นเรื่องการเมืองกับสิ่งแวดล้อม เพราะปรากฏการณ์ของสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น อาทิ เขาหัวโล้น จ.น่าน สะท้อนให้เห็นถึงความยากจน การบังคับใช้กฎหมาย หลักนิติธรรม กฎหมายป่าไม้ และสิทธิชุมชน หรือกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5 สะท้อนให้เห็นปัญหาของผังเมือง ระบบคมนาคม ระบบ EIA รถยนต์ EV การบังคับใช้กฎหมาย เป็นต้น ขณะที่การเข้าถึงและการแบ่งปันทรัพยากร พบว่า 10% ของคนไทยมีที่ดินมากกว่า 100 ไร่ แต่ 90% มีที่ดินถือครองน้อยกว่า 100 ไร่ และมีประมาณ 7 แสนกว่าครัวเรือน ไม่มีที่ดินของตนเอง อีกทั้ง 1 ใน 3 ของเกษตรกรไทยไม่มีที่ดินของตนเองต้องเช่าที่ทำเกษตรกร ส่วนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็มีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากฝากไปพรรคการเมือง คือ อยากให้มีกลไกระดับนโยบายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน มีกระบวนการนโยบายสาธารณะและประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม รวมถึงต้องมีเครื่องมือบริหารและตัดสินใจทางนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน


          แก้สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
          ศิริภา อินทวิเชียร ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าการพัฒนาสิ่งแวดล้อมบรรลุเป้าหมายให้เกิดการพัฒนาที่ยังยืน ผู้มีอำนาจถือกฎหมายในการดูแลสิ่งแวดล้อม ต้องทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ทำงานโปร่งใสไม่เลือกปฏิบัติ และต้องร่วมมือกับภาคเอกชน ประชาชน โดยพรรคมีนโยบาย 6 ด้าน สำคัญ คือ 1.นโยบายด้านพลังงาน ยุติการสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน และส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานสะอาด ส่งเสริมให้ภาคเอกชน ประชาชนมีส่วนร่วมผลิตไฟฟ้าใช้เอง และใช้ไบโอดีเซล 2.ป่าไม้และสัตว์ป่า เพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ 50% หรือ 160 ล้านไร่ โดย 30 % เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ใช้ได้เฉพาะงานวิจัยห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ และ 20% เป็นป่าชุมชนจะมีการจัดทำแนวเขตป่าให้ชัดเจน เน้นการปลูกป่าและมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด 3.การจัดการขยะ ลดการใช้พลาสติก 4.การลดมลพิษทางอากาศ มีมาตรการฉุกเฉินกรณีวิกฤติมลพิษ ปรับปรุงกฎหมายในการรับมือจัดการมลพิษทางอากาศและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพิ่มพื้นที่สีเขียว 5.มีการบริหารจัดการของเสีย เพิ่มมาตรการด้านภาษีในการบำบัดน้ำเสีย ของเสียอย่างถูกต้อง และ 6.มาตรการทางทะเล ควบคุมนักท่องเที่ยวในบางพื้นที่ และการควบคุมประมงเชิงพาณิชย์ตามชายฝั่ง เพื่อฟื้นฟูและส่งเสริมให้ชาวประมง ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม อย่างไรก็ตามการจะพัฒนาสิ่งแวดล้อมได้นั้นทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันโดยเฉพาะภาครัฐต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีข้อยกเว้น

 

"นโยบายสิ่งแวดล้อม" 3 พรรค ใช้ก.ม.-เทคโนโลยีทุกฝ่ายร่วมกัน

ศิริภา อินทวิเชียร

 


          ปรับกฎหมาย-ใช้บิ๊กดาต้า
          ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมที่ดีต้องพัฒนาควบคู่กับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง 70 ประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมมานาน แต่ในไทยให้ความสำคัญเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย จนกระทั่งเกิดกรณีฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 มากขึ้น ทำให้เกิดความตระหนักมากขึ้น ซึ่งทางพรรคให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาตลอด เพราะต่อให้เศรษฐกิจดีแต่สุขภาพของประชาชนไม่ดีก็ย่อมส่งผลเสียดังนั้นในพื้นที่ต่างๆ จะนำเทคโนโลยีเข้ามาในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การแก้ปัญหาฝุ่นละอองจะมีการติดตั้งเครื่องมอนิเตอร์ไปตามจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบถึงปัญหาและร่วมแก้ปัญหา เพราะการแก้ไขสิ่งแวดล้อม จะให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งทำคงไม่สำเร็จ ทุกฝ่ายต้องเข้ามามีส่วนร่วมและตระหนักในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะหน่วยงานของภาครัฐ ราชการที่ต้องประสานงาน ทำงานร่วมกัน ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายและมีการใช้เทคโนโลยีบิ๊กดาต้า เข้ามาบริหารจัดการข้อมูลและเชื่อมต่อระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนเข้าด้วยกัน

 

 

 

"นโยบายสิ่งแวดล้อม" 3 พรรค ใช้ก.ม.-เทคโนโลยีทุกฝ่ายร่วมกัน

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์

 

 


          มาตรการภาษี
          นิติพล ผิวเหมาะ ตัวแทนจากพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ ให้ความสำคัญเรื่องของคน สิ่งแวดล้อม และสัตว์ ดังนั้น ในส่วนของนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมนั้นไม่ได้คำนึงเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เรายังคำนึงถึงสันติภาพของสัตว์อีกด้วย โดยสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างด่วน คือ ปัญหาพลาสติก ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่และไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จะมีการใช้มาตรการด้านภาษีเข้ามาส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาใช้วัสดุทดแทน การผลิตพลาสติก โดยรัฐต้องเป็นผู้จ้างให้เอกชนไปหาวัสดุทดแทน เพื่อภาครัฐจะได้เป็นเจ้าของสิทธิบัตรและส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาช่วยคิดค้น ผลิตวัสดุอื่นทดแทนการใช้พลาสติก นอกจากนั้นในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ประชาชนได้รับทราบข้อมูล อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน และรัฐบาลต้องกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น เพราะการจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น รัฐไม่มีทางรู้ปัญหาดีไปกว่าคนในท้องถิ่น ดังนั้นภาครัฐต้องส่งเสริมให้ท้องถิ่น ประชาชนมาร่วมแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมาที่ไม่ยั่งยืน เพราะทุกคนมักมองว่าสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องไกลตัว ใครออกมาพูดเรื่องนี้เป็นพวกโลกสวยทั้งที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกฝ่ายในสังคมต้องร่วมกัน

 

 

"นโยบายสิ่งแวดล้อม" 3 พรรค ใช้ก.ม.-เทคโนโลยีทุกฝ่ายร่วมกัน

นิติพล ผิวเหมาะ

 

การมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อม
 -การควบคุมโดยประชาชน
-การร่วมปฏิบัติ
- การร่วมตัดสินใจ
-การวางแผนร่วม
- การปรึกษาหารือ
-การรับฟังความคิดเห็น
- การให้ข้อมูล
ที่มา สถาบันพระปกเกล้า 2545

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่