royal coronation
วันที่ 18 กรกฎาคม 2562
คิดโซน (ของ) วัยทีน

วิชัย จันทร์ส่อง "ผอ.กล้าเปลี่ยน"รุ่นบุกเบิก

วันที่ 1 มีนาคม 2562 - 09:25 น.
วิชัย จันทร์ส่อง,ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดตาขัน
Shares :
เปิดอ่าน 3,773 ครั้ง

โดย...  ปาริชาติ บุญเอก qualitylife4444@gmail.com

 

 

          "ถ้า ผอ.มีหน้าที่แค่มาโรงเรียน ดูความเรียบร้อย กินกาแฟ จบไปวันหนึ่งโดยไม่รู้เลยว่าครูเขาสอนอะไร เด็กเป็นอย่างไร ก็ไม่ต่างอะไรจากภารโรง"   

 

           จากเดิมที่เคยคิดว่าผู้บริหารต้องมองการณ์ไกล ในจุดที่สำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่พอลองลงลึกถึงปัญหาในการพัฒนาโรงเรียนซึ่งส่วนใหญ่ล้มเหลว ทำให้ วิชัย จันทร์ส่อง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดตาขัน ที่ได้เข้าร่วมโครงการ “ผอ.กล้าเปลี่ยน” ลุกขึ้นมาปรับความคิด บูรณาการแนวทางบริหาร สร้างการมีส่วนร่วม และส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์จริง  

 

 

 

 

          วิชัย จันทร์ส่อง วัย 44 ปี เคยเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ โรงเรียนขยายโอกาสใน จ.ระยอง กว่า 12 ปี หลังจากสำเร็จการศึกษาชีววิทยา ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ปริญญาโทบริหารการศึกษา ม.บูรพา สอบเลื่อนขั้นเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาคลองซอง ในปี 2553 ก่อนที่จะย้ายมาประจำการที่โรงเรียนบ้านหนองฆ้อ โรงเรียนขยายโอกาสเดิมที่เคยสอน ในปี 2554 


          และล่าสุด ในปี 2559 เขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดตาขัน จ.ระยอง โรงเรียนขนาดกลาง เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1–ประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีนักเรียนจำนวน 205 คน และครู 13 คน


          ผอ.วิชัย เล่าว่า “โรงเรียนแรกที่เป็น ผอ. เราทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง หลังจากนั้นโรงเรียนที่สอง ร่วมกับทรูปลูกปัญญาพาโรงเรียนสู่โรงเรียนต้นแบบ ตอนนั้นมองว่าตัวเองเก่งมาก แต่พอมาอยู่โรงเรียนวัดตาขัน กลับพบว่าเราไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของเงินค่าจ้างที่เขาให้ ถ้า ผอ.มีหน้าที่แค่มาโรงเรียน ดูความเรียบร้อย กินกาแฟ จบไปวันหนึ่งโดยไม่รู้เลยว่าครูเขาสอนอะไร เด็กเป็นอย่างไร ก็ไม่ต่างอะไรจากภารโรง 

 

 


          ดังนั้น หลังจากเกิดโครงการพื้นที่นวัตกรรมขึ้นในเดือนกันยายน 2561 โดย ธงชัย มั่นคง ผอ.สพป.ระยอง เขต 2 แจ้งว่าจะมีโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาโรงเรียนรัฐบาลในท้องถิ่น จึงสนใจเข้าร่วม โดยไปดูงานที่โรงเรียนรุ่งอรุณ ซึ่งจัดการเรียนการสอนแบบองค์รวม”

 





          “เรือใบ”เปลี่ยนความคิด
          หลังจากนั้น ผอ.วิชัยตัดสินใจเข้าร่วม 15 โรงเรียนแรกในโครงการ “ผอ.กล้าเปลี่ยน” เข้าหลักสูตรเปลี่ยนความคิด ผ่านกิจกรรมแล่นเรือใบ ที่สโมสรเรือใบ ฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อให้ลองปะทะกับปัญหาและกลับมาใคร่ครวญกับตัวเองในสิ่งที่ผ่านมา


          ผอ.วิชัย เล่าว่า “ส่วนตัวเป็นคนคิดเร็ว คิดไว สนใจศึกษาก่อนทั้งจากคลิปและความรู้ทั่วไป ทำให้ในขั้นตอนลงมือปฏิบัติเราสามารถแล่นเรือใบโดยมีโค้ชทหารอยู่ด้วยเพียง 2 รอบ และข้ามไปหลักสูตรสุดท้ายคือล่มเรือและกู้เรือกลับ แต่เมื่อเข้าสู่วง AAR (After Action Review) ในการสะท้อนตัวตนกลับพบว่า เราเป็นคนที่เร็ว อยากได้เป้าหมายแต่ไม่รู้วิธีการ เราไม่รู้เลยว่าการแล่นเรือใบถ้ามันล่มด้วยอุบัติเหตุจริงๆ ใจเราจะเป็นอย่างไร 

 

 

 

 


          สะท้อนกลับไปที่การบริหารโรงเรียน เช่น อยากให้มีการเลี้ยงไก่ในโรงเรียน สั่งไก่มาให้ภารโรงทำเล้า ให้เด็กและครูไปเลี้ยง แต่กลับล้มเหลวเพราะเขาไม่ได้อยากมีส่วนร่วมกับเรา จึงกลับมาคิดว่าการคิดไวในหลายเรื่องทำให้งานไม่สำเร็จ และเชื่อว่าผู้บริหารหลายๆ โรงเรียนเป็นเหมือนกัน จึงกลายเป็นสิ่งแรกที่เปิดใจเรา นอกจากนั้น ยังมีกระบวนการในการสอนให้เรามองเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพราะคนทั่วไปมักจะมองเห็นสิ่งต่างๆ และตัดสินเอาเองว่า “ดี” หรือ “ไม่ดี”

 


          “ระยองมาโคร”พัฒนาเด็ก
          หลังจากการเข้าร่วมกิจกรรมเปลี่ยนความคิด จึงเริ่มวางแผนโดยเริ่มพูดคุยกับครูที่โรงเรียน ซึ่งโชคดีที่ได้รับการร่วมมือเป็นอย่างดี ตั้งแต่จัดการเรียนการสอน ให้นักเรียนได้ปะทะกับสิ่งที่เป็นจริง ผ่านวิชาหลัก 4 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เพราะมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอาวุธพื้นฐานของเด็ก ที่เหลือคือจัดเป็นหน่วยบูรณาการ โดยในเทอมนี้ (2/2561) ใช้หลักสูตร “ระยองมาร์โค” (Rayong-MARCO) ตั้งแต่ ชั้นอนุบาล เรียนรู้ภายในโรงเรียนและหมู่บ้าน, ป.1-ป.2 เรียนรู้เกี่ยวกับ ต.ตาขัน, ป.3-ป.4 เรียนรู้เกี่ยวกับ อ.บ้านข่าย และ ป.5-ป.6 เรียนรู้ระยองน่าอยู่ทั้ง จ.ระยอง

 

 

 


          “สิ่งที่เราได้จากการเรียนคือทำให้เด็กได้ฝึกสมรรถนะ 5 เรื่อง คือ 1.ความคิดสร้างสรรค์ 2.ความคิดรวบยอด 3.การสื่อสารกับผู้อื่น 4.การทำงานร่วมกัน และ 5.คิดเชิงคุณธรรม โดยให้ครูและเด็กวางแผนหาข้อมูลร่วมกันทั้งในและนอกห้องเรียน เด็กได้วางแผนออกนอกสนามด้วยตัวเอง รวมถึงติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ เช่น อบต. ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ ฯลฯ


          สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ป.5 เขาอยากเรียนเรื่องเกาะเสม็ด เด็กต้องหาเส้นทางไปเอง ประสานงานท่าเรือ โดยใช้งบของโรงเรียนเอง เด็กๆ เขาสนุกสนานกันมาก นอกจากนี้ เรายังเพิ่มการเรียนรู้โค้ดดิ้ง (Coding) พร้อมจับมือวิทยาลัยเทคนิคระยอง ร่วมสร้างแรงบันดาลใจในด้านนวัตกรรมให้เด็ก ป.5-ป.6 และจับมือพาร์ทเนอร์รอบๆ โรงเรียนอย่าง วัดและสถานปฏิบัติธรรม ให้เด็กได้เข้าไปเรียนรู้ และให้เด็กลองพายเรือเพื่อฝึกสติอีกด้วย”

 

 

 

 


          “โรงเรียนรัฐบาล ถ้าเปลี่ยนจริงๆ มันทำได้ แต่ต้องเริ่มจาก Mindset ของผู้บริหารก่อนเป็นอันดับแรก ต้องเปิดใจ อย่าบล็อกตัวเอง หลายคนมองว่าโรงเรียนตัวเองทำไม่ได้เพราะไม่ใช่เอกชน แต่ถ้าลองรับฟังกระบวนการตรงนี้ และนำไปปรับใช้ในโรงเรียนของเรา โดย ผอ.เป็นผู้นำ ผมเชื่อว่าทำได้ ในบริบทและต้นทุนที่มี ถ้าเราลอยตัวเหนือปัญหา และมองว่าครูก็สอนไป ยังไงก็ไปไม่รอดในภาพรวมของประเทศ เราก็จะได้เด็กที่เป็นบล็อกไซโลแบบนี้เติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ ทิ้งภาระให้สังคมเรื่อยๆ”


          “ไม่มีสมรภูมิไหนเปลี่ยนเด็กได้ดีเท่าในห้องเรียน และคนที่ใกล้ชิดตรงนั้นไม่ใช่ศึกษานิเทศก์ ไม่ใช่ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แต่เป็น ผอ.โรงเรียน ถ้า ผอ.ไม่ลุกมาทำตรงนี้ ต่อให้เปลี่ยนรัฐมนตรี เปลี่ยน พ.ร.บ.ใหม่ เปลี่ยนหลักสูตรใหม่ ทุกอย่างก็เหมือนเดิม” ผอ.วิชัย กล่าวทิ้งท้าย ​

 

 

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 3,773 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่