royal coronation
วันที่ 23 สิงหาคม 2562
คิดโซน (ของ) วัยทีน

วธ.เผยโพลล์วาเลนไทน์บอกรักแฟนผ่านไลน์59%

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 - 12:45 น.
กระทรวงวัฒนธรรม,วธ,บอกรัก,วาเลนไทน์
Shares :
เปิดอ่าน 350 ครั้ง

โดย... คุณภาพชีวิต qualitylife4444@gmail.com 


 

          วัยเรียนที่มีรักต้องใจแข็ง อย่าใจอ่อนให้ใช้เหตุผลเหนืออารมณ์ รักนวลสงวนตัว -วีระ โรจน์พจนรัตน์ หารูปประกอบให้ด้วยจ้า 


          กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชนและประชาชนหัวข้อ “วันแห่งความรัก (14 กุมภา วันวาเลนไทน์) จากกลุ่มตัวอย่าง 7,436 คนทั่วประเทศ   ผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 51.17 ให้ความสำคัญพอๆ กับทุกปีที่ผ่านมา ร้อยละ 22.53 ไม่ได้ให้ความสำคัญ ร้อยละ 10.65 ให้ความสำคัญมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ร้อยละ 10.01 ให้ความสำคัญมากที่สุด และร้อยละ 5.56 ให้ความสำคัญน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา

 

 

 

 

          สำหรับบุคคลที่อยากมอบความรักหรือส่งความรู้สึกที่ดีในวันวาเลนไทน์มากที่สุด ร้อยละ 71.01 ระบุพ่อแม่/ผู้ปกครอง ร้อยละ 31.33 แฟน/คนรัก ร้อยละ 26.59 เพื่อน ร้อยละ 19.28 ครูอาจารย์/ผู้มีพระคุณ/ผู้บังคับบัญชา และร้อยละ 9.72 สามี/ภรรยา และ คู่รักศิลปิน ดารา นักร้องที่ชื่นชอบ และคิดว่าเป็นแบบอย่างให้คนรุ่นใหม่ ได้แก่ ณเดชน์-ญาญ่า, ตูน-ก้อย, เวียร์-เบลล่า, บอย-เจี๊ยบ, แดน-แพตตี้


          วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จาการสอบถามว่า หากแฟนหรือคนรัก ขอมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์ จะใช้คำพูดปฏิเสธอย่างไร คำตอบอันดับ 1 ปฏิเสธไปตรงๆ ว่ายังไม่พร้อม/ยังไม่ถึงเวลา อันดับ 2 ขอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อน อันดับ 3 ควรรอให้เราแต่งงานกันก่อน อันดับ 4 ค่อยดูกันไปก่อนนะ อันดับ 5 ถ้าเธอรักเราเธอต้องรอได้ และอันดับ 6 ถ้ารักกันจริงอย่าทำแบบนี้ 

 

 

 


          นอกจากนี้ได้สอบถามว่านอกจากบอกรักแฟนด้วยตนเองแล้วจะบอกรักแฟนผ่านช่องทางใดอีกบ้าง ร้อยละ 59.55 บอกว่าจะบอกรักผ่านไลน์ ร้อยละ 51 โทรศัพท์ ร้อยละ 40.59 ช่องทางแชทของเฟซบุ๊ก ร้อยละ 25.22 อินสตาแกรม ร้อยละ 13.14 ข้อความ (SMS) ร้อยละ 12.52 เขียนการ์ด และอันดับ 7 ร้อยละ 2.95 วอทส์แอพ

 

          สิ่งที่อยากมอบให้แฟน/คนรัก/พ่อแม่/ครอบครัว มากที่สุดในวันวาเลนไทน์ ร้อยละ 53.99 บอกรักด้วยคำพูด ร้อยละ 37.24 มีเวลาอยู่ด้วยกัน ร้อยละ 36.31 บอกรักด้วยกายภาพ เช่น กอด หอมแก้ม ร้อยละ 22.43 ดอกกุหลาบ ร้อยละ 21.19 ไปเที่ยวด้วยกัน ร้อยละ 15.01 บอกรักผ่านโซเชียล ร้อยละ 14.87 มอบสิ่งของแทนใจ เช่น สร้อย แหวน เงิน ทอง และร้อยละ 10.56 ให้ช็อกโกแลต


 

 

 


          ทั้งนี้ ประโยคหรือคำพูดในวันวาเลนไทน์ที่ตั้งใจบอกรักพ่อแม่และคนรัก ได้แก่ 1.ผม/หนู รักพ่อกับแม่ จะเป็นคนดี ตั้งใจเรียน ครับ/ค่ะ 2.รักพ่อ/แม่มากนะ ครับ/ค่ะ 3.รักนะ ครับ/ค่ะ 4.สุขสันต์วันวาเลนไทน์ /Happy Valentine's Day และ 5.รักที่สุด 


          “จากการสอบถามความเห็นว่าการแสดงออกของวัยรุ่นยุคใหม่ในเรื่องความรัก/การบอกรักที่สร้างสรรค์ ปลอดภัยตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม ร้อยละ 59.33 บอกว่า วัยเรียนที่มีรักต้องใจแข็ง อย่าใจอ่อนให้ใช้เหตุผลเหนืออารมณ์ รักนวลสงวนตัว ร้อยละ 52.23 คนในครอบครัวต้องรับรู้เสมออยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ ร้อยละ 42.33 ซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียว ร้อยละ 37.99 ไม่ชิงสุกก่อนห่าม ร้อยละ 30.97 เข้าตามตรอกออกตามประตู และร้อยละ 29.85 ห้ามใกล้ชิดจนเกินงามทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ให้เกียรติซึ่งกันและกัน” นายวีระ กล่าว 

 

 

          มีรักในวัยเรียนต้องมีสติ
          14 กุมภาพันธ์ คือ  วันวาเลนไทน์  วันแห่งความรัก หรือวันพิเศษสำหรับคนมีคู่ ซึ่งส่วนใหญ่หลายคนคงนึกถึงความรักแบบหนุ่มสาว...แต่ถ้าถามว่า วัยรุ่นไทย ณ วันนี้มีมุมมองเกี่ยวกับความรักเช่นไร


          สุชญา มานิตยกุล (น้องหญิง) สาวพิการสายตา นักศึกษาปี 4 หลักสูตรภาษาไทย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ความรักแบบหนุ่ม-สาวทั่วไป คงยากที่จะเกิดขึ้นกับเธอ แต่ความรักที่รับรู้ได้นั้นคือ ความรักของแม่ ซึ่งมีภาษามือที่รู้กันแค่สองคนด้วยการนำมือตนเองไปแตะเบาๆ ที่บริเวณท้องคุณแม่ แม่ก็รับรู้แล้วว่า “กำลังบอกรัก” 

 

 


          วันวาเลนไทน์ไม่ใช่แค่วันแสดงความรักแบบหนุ่มสาวเท่านั้น แต่สามารถใช้เทศกาล แห่งความรักนี้ บอกรักคุณพ่อ คุณแม่ และคนในครอบครัวได้ด้วย

 

          ด้าน ณัฐวัฒน์ วิบูลย์นรชาติ (น้องเนส) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรธุรกิจการบิน บอกว่า เรื่องความรักเป็นสิ่งสวยงามและมหัศจรรย์ เพราะสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อคนรักได้ เขามีแฟนตั้งแต่มัธยมปลาย คบกันเรื่อยมาจน 6 ปี แต่บทสุดท้าย ก็ยังไม่ใช่เนื้อคู่กัน แต่ถ้าเพื่อนๆ คนไหนเจอคนที่ใช่แล้ว ก็รักษาไว้ให้ดี เพราะหากความรักมาถูกจังหวะในเวลาที่เหมาะสมคำว่า Power of love ยังใช้ได้อยู่เสมอ จากความรักที่จบลง ทำให้หันมาโฟกัสแค่เรื่องงาน และทำงานส่งเสียให้ที่บ้าน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือเป็นสจ๊วต 

 

 


          สุดท้าย ชนม์พิศา บุญสำราญ (น้องปอ) นักศึกษาปี 3 หลักสูตรภาษาไทย มี “แฟน” แล้ว เป็นรุ่นพี่หลักสูตรเดียวกัน อายุห่างกัน 2 ปี ความรักคือ การดูแลกัน อยู่เป็นเพื่อนให้คำปรึกษาทั้งเรื่องเรียนและเรื่องส่วนตัว เป็นความรักที่อยู่ในกรอบ ไม่มีคำว่าล้ำเส้น และไม่เสียการเรียน เพราะรู้หน้าที่คนหนึ่งเรียน อีกคนทำงาน เวลาเราว่างค่อยมาเจอกัน ความรักแสดงออกได้ทุกวัน ไม่จำกัดเฉพาะเทศกาลปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ และคบแบบไม่คาดหวังเป็นเรื่องดีที่สุด

 

 

 

 


          มีรัก-อยากรักต้องอ่าน 
          1. “ความรักใดจะไม่ปวดร้าว”

ผู้แต่ง ชวนหนี (พระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)
นวนิยายสะท้อนปัญหาสังคมสมัยใหม่ของหนุ่มสาวชาวจีน อันส่งผลต่อนิยามของความรักในมิติต่างๆ โดยเฉพาะจากมุมมองของผู้หญิง ผู้เป็นทั้งแม่และภรรยา เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามกับค่านิยมเก่าที่บูชาเทิดทูนความรัก ทั้งความรักของพ่อแม่ ความรักของหนุ่มสาว ความรักของเพื่อน และจบลงอย่างชาญฉลาด “ไม่มีความรักใดจะไม่ปวดร้าว แต่ผู้จะเปลี่ยนความปวดร้าวนี้เป็นปีติสุขได้นั้นก็คือ ผู้มีความรักนั้นเอง” 

 


          2.“เอ่ยชื่อคือคำรัก” (Call me by your name)
          ผู้แต่ง Andre Aciman

          เรื่องราวความรักที่ถ่ายทอดออกมาอย่างละมุน แม้เต็มไปด้วยความขัดแย้งในอารมณ์ของตัวละครก็ตาม เพราะความรักมักมาเทียบประตูหัวใจในยามไม่ตั้งตัว ความรู้สึกของคนสองคนเร้นอยู่ในใจโดยไม่อาจเอ่ย แต่จะปล่อยให้มันผ่านเลยโดยไม่เผยออกมานั้นหรือ แม้จะร้าวราน แต่ในเมื่อรักนี้เปี่ยมด้วยความปรารถนาไม่แปรผัน ได้โปรดสื่อออกมา “รัก” นะหรือ เอ่ยสิ เพียงเอ่ยชื่อ เพราะนั่นคือความรัก! 

 


          3. “อันนา คาเรนินา”(Anna Karenina)
          ผู้แต่ง Leo Tolstoy

          ผลงานชิ้นเอกแห่งโลกวรรณกรรม นวนิยายวิจารณ์สังคมของรัสเซียในศตวรรษที่ 19 ว่าถึงเรื่องราวอันซาบซึ้ง ดื่มด่ำ ฉาวโฉ่ แกมเศร้าสลด เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมรักของหญิงสาวสังคมชื่อ อันนา คาเรนินา ที่ถูกจำกัดอยู่ในกรอบหรือพันธนาการของระบบสังคมรัสเซีย เกิดไปรักกับชายที่ไม่ใช่สามีของตน จนตกเป็นข่าวอื้อฉาว

 

 

 


          4. “500 ล้านปีของความรัก”
          ผู้แต่ง ชัชพล เกียรติขจรธาดา

          หาคำตอบว่า ความรัก ความผูกพัน และความเชื่อใจ มีวิวัฒนาการมาเป็นอารมณ์ที่เรารู้จักกันในโลกทุกวันนี้ได้อย่างไร และมีผลต่อการสร้างอารยธรรมมนุษยชาติได้อย่างไรย้อนอดีตกลับไปศึกษาผู้คนและสิ่งมีชีวิตต่างๆ ซึ่งจะทำให้มองเห็นภาพอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 500 ล้านปี ที่ดึงเราออกจากวิถีชีวิตแบบสัตว์ป่ามาเป็นมนุษย์ที่ใช้ชีวิตเช่นในโลกปัจจุบัน

 


          5. “ปานหยาดน้ำผึ้ง”
          ผู้แต่ง Rupi Kaur

          รวมบทกวีและความเรียงเล่มสำคัญแห่งยุคสมัย ตัวแทนของความรู้สึกนึกคิดและความเข้มแข็งของผู้หญิงในยุคนี้ ซึ่งผู้แต่งได้เปรียบเปรยไว้ว่า “นุ่มนวลดั่งน้ำนมและหนักแน่นราวน้ำผึ้ง” สะท้อนถึงตัวตนอันซับซ้อนของผู้หญิง ที่ถูกกดทับด้วยวัฒนธรรม และความต้องการของผู้ชาย ถ่ายทอดออกมาได้อย่างรวดร้าว คมคาย รวมถึงเรื่องราวของความรักหลากหลายแง่มุมที่จับใจคนอ่านได้อย่างลึกซึ้ง

 


          6. “อย่าชวนเธอไปดูหนังรัก”
          ผู้แต่ง นำชัย ชีววิวรรธน์

          วิทยาศาสตร์ จะพาคุณไปหาคำตอบเบื้องหลังความเป็นมนุษย์ ทั้งอารมณ์รัก โลภ โกรธ กลัว วิทยาศาสตร์สุดชิค เผยพฤติกรรมแปลกๆ และเบื้องหลังอารมณ์รัก โลภ โกรธ กลัว ชายหนุ่มที่พาสาวไปเดทต้องชวนเธอไปดูหนังรักเสมอไปหรือ หลายๆ คู่รักคงต้องเจอปัญหาการสับขาหลอก การลวง การมีกิ๊กของคนรัก หญิงหรือชาย ทำไมต้องมีกิ๊ก หรือเรื่องลับที่ไม่ลับอีกต่อไปเมื่อหญิงสาวในช่วงไข่ตก จะมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามเป็นที่สุด

 


          7. “เอเลนอร์ กับ ปาร์ค” (Eleanor & Park)
          ผู้แต่ง Eainbow Rowell

          เรื่องราวของสองคนที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเข้ากันเลย กับรักที่มหัศจรรย์ “เอเลนอร์” เด็กใหม่ ด้วยชีวิตครอบครัวที่ยุ่งเหยิง เสื้อผ้าไม่เข้าชุดกัน และผมสีแดงกระเซอะกระเซิง ทำให้เธอโดดเด่นเกินจะบรรยาย “ปาร์ค” เด็กท้ายรถโรงเรียน เขาคิดว่าเสื้อยืดสีดำ หูฟัง และการก้มหน้างุดอ่านหนังสือ ทำให้เขาไม่มีตัวตน แต่ทั้งสองค่อยๆ ตกหลุมรักกันอย่างช้าๆ และมั่นคง ผ่านการพูดคุยในยามดึกและเทปอัดเสียงที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองรักกันเหมือนที่เรารักใครสักคนเป็นครั้งแรกในวัยหนุ่มสาว และรู้สึกราวกับไม่มีอะไรและใดๆ จะสูญเสีย

 


          8. “แล้วความรักก็บอกกับเราว่า”
          ผู้แต่ง สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม)

          ความเรียงชวนทบทวนรสชาติหวานขมสุขเศร้า เพราะเราอาจไม่มีทางเข้าใจความรัก ทำได้เพียงทบทวน คิดถึง สัมผัส และรับฟัง รักคือบทเรียนไม่รู้จบ รักสอนบางสิ่งกับเราเสมอ หนังสือเล่มนี้คือสมุดบันทึกบทเรียนที่ความรักสอน เพื่อเข้าใจความรัก

 


          9. “1991 ระหว่างเราสูญหาย”
          ผู้แต่ง พิมประภา

          เมื่อความเศร้าคือเรื่องเดียวกันกับความรัก เราจึงมองเห็นตัวเองอย่างชัดเจนในบางครั้งและเลือนรางในบางที ความเศร้าของบางคนอาจเป็นใบหน้า สัมผัส คำพูด การกระทำ สถานที่ หรือบทเพลงระหว่างใครสักคนหนึ่ง และเราต่างตั้งคำถามสำหรับการข้ามผ่านความเจ็บปวดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อบอวลไปด้วยมวลความเหงาและร้าวรานอันเนื่องมาจาก “ความรัก” 

 


          10. “กฎข้อนึงของความสัมพันธ์”
          ผู้แต่ง Kidmakk

          ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่ว่าเราจะอยากให้มันเหมือนเดิมสักเท่าไร ความสัมพันธ์เป็นเรื่องซับซ้อน เพราะเกิดจากคนสองคนมาสานสัมพันธ์กัน ปกติแค่เราสัมพันธ์กับตัวเองคนเดียวยังเหนื่อยเลย แล้วนี่คือคนแปลกหน้า ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่เราก็เปิดโอกาสที่จะทำความรู้จักและเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ ในมุมมองที่จะทำให้คุณพบกับความสุขและแรงบันดาลใจดีๆ     ที่มา *อุทยานการเรียนรู้ ทีเค พาร์ค

 


          โมเดลลดจำนวนแม่วัยใส 
          เด็กส่วนใหญ่เรียนรู้เพศศึกษาจากเพื่อน โซเชียลมีเดีย ละคร เด็กได้รับการกระตุ้น ขาดการยั้งคิด ทักษะชีวิตอ่อนแอ ปฏิเสธไม่เป็น ท้ายสุดนำมาสู่ปัญหาใหญ่คือท้องก่อนวัยเรียน นอกจากนี้ในปี 2560 พบว่ามีจำนวนแม่วัยใส 84,578 คน คิดเป็นร้อยละ 12.9 ของจำนวนหญิงคลอดทั้งหมด (กรมอนามัย สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์, 2560)


          ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการและเครือข่ายวิชาการด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ได้เสนอการแก้ปัญหานี้ อัตราแม่วัยใสเกือบเป็นศูนย์ได้ในหลายพื้นที่ ดังเช่น


          1) ละทายโมเดล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นวงจรการทำงานบูรณาการคุ้มครองเด็กขนาดเล็ก “6 ห่วง 3 ปราการ” 6 ห่วง ประกอบด้วย เครือข่ายชุมชน โรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล โรงพยาบาลประจำอำเภอ และเครือข่ายเด็กและเยาวชนที่เข้มเข็ง และปราการ 3 ด่าน ได้แก่ ระยะสร้างภูมิคุ้มกัน ผู้ปกครองสามารถสื่อสารให้คำปรึกษาอย่างสร้างสรรค์ตามหลักจิตวิทยา ลดช่องว่างระหว่างวัย ระยะแก้ไข เป็นระยะที่ต้องประสานทุกกลุ่มของเครือข่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ให้ความรู้ด้านการดูแลตัวเองเมื่อตั้งครรภ์ ด้านการหารายได้ แนวทางการใช้ชีวิตในอนาคต ระยะฟื้นฟู เป็นระยะการเยียวยาเด็กหลังจากคลอดแล้ว นำเด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบ ให้ความรู้ สร้างอาชีพ ป้องกันการท้องซ้ำ


          2) กลุ่ม Small Smile เครือข่ายเคียงริมโขง จังหวัดเชียงราย มีวิทยากรที่สอนเพศศึกษาแนวใหม่ สามารถแบ่งปันและเรียนรู้เรื่องของการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยและสะดวกใจ และวิธีการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน สร้างความเข้าใจผ่านกิจกรรมการอบรมในโรงเรียน กิจกรรมเดินสายพบปะพูดคุย โดยรุ่นพี่เยาวชนหนึ่งคนจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับน้องเยาวชนในประเด็นทางเพศ


          3) โรงเรียนเทศบาลวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว กลุ่มวิชาชีพพยาบาล ครูในโรงเรียน สภาเด็กและเยาวชน สร้างแกนนำฝึกอบรมประกบเด็กกลุ่มเสี่ยง พูดคุยปรึกษาหารือ และติดตั้งตู้ถุงยางอนามัยในโรงเรียน
 

Shares :
เปิดอ่าน 350 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ