เปิดข้อเสนอป.ป.ช.แก้แป๊ะเจี๊ยะสกัดเรียกเงินแลกที่นั่งเรียน

โดย...  ทีมข่าวคุณภาพชีวิต qualitylife4444@gmail.com -


 

          หลังจาก ครม.รับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ตอบแทน เพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ตามที่ ป.ป.ช.เสนอ หนึ่งในนั้นคือการเสนอให้ยกเลิกการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ 7 ข้อ ซึ่ง สพฐ.จะนำเสนอให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณาวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อปรับปรุงประกาศรับนักเรียนใหม่

 

 

          ดร.บุญรักษ์  ยอดเพชร  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ประชุม ครม.รับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ตอบแทน เพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการหรือปราบปรามการทุจริตต่อหน้าที่ หรือการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ ไปแล้วนั้น จากนี้ สพฐ.ต้องไปดำเนินการในรายละเอียดต่อไป

 

 

เปิดข้อเสนอป.ป.ช.แก้แป๊ะเจี๊ยะสกัดเรียกเงินแลกที่นั่งเรียน

 


          ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักนโยบายและแผน สพฐ. ไปดำเนินการจัดทำรายละเอียดที่สำคัญๆ เพื่อเสนอที่ประชุม กพฐ. พิจารณาเพื่อปรับปรุงประกาศ สพฐ. เรื่องนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนสังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2562 ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ และข้อเสนอให้ยกเลิกหลักเกณฑ์การรับนักเรียนกรณีเงื่อนไขพิเศษทั้ง 7 ข้อ รวมถึงแนวปฏิบัติรับนักเรียนใหม่ที่สอดรับกับมติ ครม. ดังกล่าว


          นอกจากนี้จะเสนอต่อที่ประชุม กพฐ.พิจารณา พร้อมเสนอขอปรับเวลาการรับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ที่เดิมกำหนดวันที่ 23-27 มีนาคม แต่เนื่องจากวันที่ 24 มีนาคม ตรงกับวันเลือกตั้ง จะเสนอให้เลื่อนวันรับสมัครเป็นวันที่ 22-27 มีนาคม และงดรับสมัครวันที่ 24 มีนาคมด้วย 

 

 

 

 

เปิดข้อเสนอป.ป.ช.แก้แป๊ะเจี๊ยะสกัดเรียกเงินแลกที่นั่งเรียน

 


          ว่ากันว่าสาระสำคัญเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทน เพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ที่ ป.ป.ช.จัดทำข้อเสนอ มีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนคือ เสนอให้รัฐบาล สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) โดยข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ได้แก่ 1.ควรพิจารณาดำเนินการปฏิรูประบบการจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยปรับปรุงระบบการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงในปัจจุบัน 2.ควรพิจารณากำหนดให้แต่ละสถานศึกษาดำเนินการจัดทำแผนงาน/โครงการ เพื่อเสนอขออนุมัติงบประมาณสนับสนุนการบริหารจัดการและการดำเนินการจัดการเรียนการสอนของแต่ละสถานศึกษาให้มีการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษามากยิ่งขึ้น



          3.ควรพิจารณากำหนดมาตรการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษี เพื่อสนับสนุนการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาและเพื่อสร้างการจูงใจให้มีการระดมทรัพยากรในรูปของเงินบริจาค โดยมุ่งเน้นให้ผู้บริจาคเงินเพื่อการศึกษาให้แก่โรงเรียนที่มิใช่โรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงหรือโรงเรียนที่มีความขาดแคลนหรือด้อยโอกาสห่างไกลความเจริญ หรือโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร หรือโรงเรียนที่ขาดแคลนทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้รับสิทธิทางด้านภาษีมากกว่าปกติที่กำหนด ณ ปัจจุบัน รวมทั้งกรณีที่บริษัทเอกชนบริจาคสิ่งของและวัสดุอุปกรณ์แทนเงินสด เห็นควรให้ได้รับสิทธินำมาลดหย่อนการเสียภาษีได้ด้วย

 

 

เปิดข้อเสนอป.ป.ช.แก้แป๊ะเจี๊ยะสกัดเรียกเงินแลกที่นั่งเรียน

 


          4.ควรพิจารณาเร่งรัดการดำเนินการและสนับสนุนด้านงบประมาณ ภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 


          ข้อเสนอแนะต่อ สพฐ. ได้แก่ 1.พิจารณายกเลิกหลักเกณฑ์การรับนักเรียนกรณีนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษทั้ง 7 ข้อ เนื่องจากเป็นช่องทางสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบการสอบคัดเลือกการรับนักเรียนอย่างยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดปัญหาการฝากเด็กเข้าเรียนโดยเรียกรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ตอบแทน


          2.เห็นควรให้กำหนดวิธีการเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนการรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ นักเรียนทั่วไป และนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ตามประกาศของ สพฐ. เรื่องนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนสังกัด สพฐ. ให้มีความชัดเจน โดยมุ่งให้ความสำคัญกับการให้เด็กได้ศึกษาต่อยังสถานศึกษาใกล้บ้าน

 

 

 

เปิดข้อเสนอป.ป.ช.แก้แป๊ะเจี๊ยะสกัดเรียกเงินแลกที่นั่งเรียน

 


          3.เห็นควรให้กำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การเป็นนักเรียนในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนให้มีความชัดเจนและมีความเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดนิยามและคุณสมบัติของการเป็นนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ เช่น ระยะเวลาในการมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียน และกรณีมีการย้ายเข้ามาพักอาศัยในทะเบียนบ้านซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียน อีกทั้งเห็นควรให้กำหนดนิยามความหมายของนักเรียนในเขตพื้นที่บริการให้ครอบคลุมถึงนักเรียนที่เป็นบุตรข้าราชการครูและบุคลากรของโรงเรียนนั้นๆ ด้วย เพื่อให้เป็นหลักเกณฑ์การพิจารณาในลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ และเป็นการป้องกันหรือลดการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ


          4.เห็นควรให้กำหนดระเบียบหรือข้อบังคับที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ในการกำหนดรูปแบบมาตรฐานกลางสำหรับการประกาศผลการคัดเลือกนักเรียน การประกาศผลการสอบ คะแนนการสอบ โดยเรียงรายชื่อตามลำดับคะแนนที่สอบแข่งขันได้ของนักเรียนที่เข้าสอบทุกคน เพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งภายใต้สังกัด สพฐ. ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและมีกระบวนการรับนักเรียนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นธรรม และเสมอภาค และในกรณีที่สถานศึกษามีการรับนักเรียนเพิ่มเติมไม่ว่าในกรณีใด ให้ดำเนินการเรียกรับนักเรียนตามประกาศผลการสอบที่ได้เรียงรายชื่อตามลำดับคะแนนที่สอบแข่งขันได้


          5.เห็นควรกำหนดให้ทุกสถานศึกษาต้องดำเนินการแจ้งค่าใช้จ่าย และรายละเอียดการเก็บเงินบำรุงการศึกษาไว้ในประกาศการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อของแต่ละสถานศึกษา เพื่อให้ผู้ปกครองนักเรียนได้รับทราบไว้โดยชัดเจน โดยจะเป็นมาตรการป้องกันมิให้มีการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษาเกินอัตราที่กำหนด และเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้


          6.ควรกำหนดนโยบายด้านการจัดการศึกษา รวมทั้งระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนให้มีความชัดเจน พร้อมทั้งซักซ้อมเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ


          7.เห็นควรให้มีการประกาศห้ามมิให้สถานศึกษาดำเนินการเอื้อประโยชน์ โดยให้สิทธิพิเศษหรือโควตาแก่สมาคมผู้ปกครองและครู สมาคมศิษย์เก่า หรือสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับด้านการศึกษาของแต่ละสถานศึกษา ในลักษณะที่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในการฝากเด็กเข้าเรียนหรือในลักษณะการมีผลประโยชน์ต่างตอบแทน


          ส่วนข้อเสนอแนะต่อ ศธ. ได้แก่ 1.ควรเร่งรัดการดำเนินการพัฒนามาตรฐานการศึกษาของแต่ละโรงเรียนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน หรืออยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้มีการดำเนินการจัดสรรงบประมาณทางด้านการศึกษาโดยพิจารณาและคำนึงถึงการสนับสนุนงบประมาณเพื่อส่งเสริมและพัฒนาโรงเรียนในระดับรองและโรงเรียนในส่วนภูมิภาคให้สามารถเพิ่มศักยภาพและคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น และให้มีการสร้างแรงจูงใจหรือมาตรการสนับสนุนให้บุคลากรครู อาจารย์ที่มีศักยภาพสูงในสาขาวิชาการต่างๆ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่กำลังพัฒนา เพื่อให้มีการกระจายบุคลากรครูและอาจารย์ที่มีศักยภาพไปทำการสอนยังโรงเรียนในส่วนภูมิภาคให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วย     


          2.เห็นควรให้มีการดำเนินการประชาสัมพันธ์และสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้ผู้ปกครองนักเรียนและประชาชน รวมทั้งเจ้าพนักงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรับทราบถึงความผิดและบทลงโทษกรณีการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของเงินบริจาค ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวนั้นไม่อาจถือได้ว่าเป็นเงินบริจาค แต่ถือว่าเป็นเรื่องของ “สินบน” ในฐานะผู้รับสินบนกับผู้ให้สินบน ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมาย ป.ป.ช.


          3.เห็นควรให้มีการดำเนินการร่วมกันระหว่าง ศธ. กับ สพฐ. ในการพิจารณากำหนดแนวทางหรือมาตรการการตรวจสอบภายใน เพื่อให้กลไกการตรวจสอบการดำเนินการเกี่ยวกับการรับนักเรียนของโรงเรียนทั่วประเทศเป็นไปตามนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียนโดยเคร่งครัด โดยให้มีการดำเนินการตรวจสอบขั้นตอนการรับนักเรียนทั้งก่อนการรับนักเรียน ช่วงที่มีการรับนักเรียน และภายหลังการรับนักเรียน และมอบหมายให้หน่วยงานด้านกำกับดูแลในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและในระดับจังหวัด ได้แก่ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด คณะกรรมการรับนักเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน และสร้างการทำงานเชิงรุกในระดับพื้นที่รวมทั้งจัดทำแผนการดำเนินการร่วมกันในระดับจังหวัดเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรับนักเรียนโดยการกำหนดมาตรการป้องกัน ป้องปราม ที่จะไม่ให้เกิดปัญหาเด็กฝากและการรับเงินเพื่อแลกเปลี่ยนกับการรับนักเรียนเข้าเรียนอย่างเป็นรูปธรรม


          4.เห็นควรให้มีการสุ่มตรวจสอบรายได้ของสถานศึกษา ทั้งก่อนและหลังช่วงเวลาการรับนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบเงินบริจาคของสถานศึกษาที่มีอัตราการแข่งขันสูงเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างกลไกการตรวจสอบและป้องปรามปัญหาการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ในการเข้าเรียน รวมทั้งกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลรายรับ-รายจ่ายของแต่ละสถานศึกษา ข้อมูลการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่สถานศึกษา และจัดทำฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง


          5.เห็นควรให้มีการดำเนินการลงโทษอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่สถานศึกษา หรือผู้มีอำนาจของสถานศึกษา ไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเรียกรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียน


          ปฏิทินรับนักเรียนปี 62
          ปฏิทินการรับนักเรียนปีการศึกษา 2562 ของ สพฐ.ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง รับสมัครวันที่ 23-27 มี.ค. สอบวันที่ 30 มี.ค. จับสลากในเขตพื้นที่บริการ (ถ้ามี) ประกาศผลและรายงานตัว วันที่ 4 เม.ย. มอบตัววันที่ 8 เม.ย.


          โรงเรียนทั่วไป สอบคัดเลือกและใช้คะแนน สอบคัดเลือกและใช้คะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) รับสมัคร วันที่ 23-27 มี.ค. สอบคัดเลือก วันที่ 5 เม.ย. จับสลากเขตพื้นที่บริการ (ถ้ามี) วันที่ 6 เม.ย. ประกาศผลและรายงานตัว วันที่ 7 เม.ย. มอบตัววันที่ 8 เม.ย. ผู้ที่ยังไม่มีที่เรียน ยื่นความจำนงขอจัดที่เรียนวันที่ 7-9 เม.ย. ประกาศผลวันที่ 11 เม.ย. มอบตัววันที่ 18 เม.ย.


          สำหรับ โรงเรียนที่จัดห้องเรียนพิเศษ สมัครวันที่ 23-27 ก.พ. สอบคัดเลือก 9 มี.ค. ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 13 มี.ค. มอบตัววันที่ 16 มี.ค. โรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ รับสมัครวันที่ 23-27 ก.พ. สอบคัดเลือก 9 มี.ค. ประกาศผลวันที่ 14 มี.ค. และรายงานตัวภายใน วันที่ 17 มี.ค. มอบตัววันที่ 5 เม.ย.


          ในระดับชั้นม.ปลาย (ม.4) โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษากรุงเทพฯ และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภูมิภาค และโรงเรียนที่จัดห้องเรียนพิเศษ รับสมัคร วันที่ 23-27 ก.พ. สอบคัดเลือกวันที่ 10 มี.ค. ประกาศผล วันที่ 14 มี.ค. รายงานตัว วันที่ 16 มี.ค. มอบตัว วันที่ 17 มี.ค.โรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ รับสมัครวันที่ 23-27 ก.พ. สอบวันที่ 10 มี.ค. ประกาศผลวันที่ 14 มี.ค. รายงานตัว วันที่ 17 มี.ค. มอบตัวภายในวันที่ 5 เม.ย.


          โรงเรียนเฉพาะ ม.ปลาย รับสมัคร 23-27 มี.ค. สอบคัดเลือกวันที่ 31 มี.ค. ประกาศผลและรายตัววันที่ 6 เม.ย. มอบตัววันที่ 9 เม.ย. โรงเรียนที่เปิดสอนทั้งม.ต้นและม.ปลาย รับสมัคร 23-27 มี.ค. สอบคัดเลือก 31 มี.ค. ประกาศผลและรายงานตัว 9 เม.ย.


          การรับนักเรียนที่จบม.3 ของโรงเรียนเดิม รับสมัคร ประกาศผล และรายงานตัวให้เป็นไปตามที่โรงเรียนเดิมกำหนด มอบตัว วันที่ 9 เม.ย. นักเรียนความสามารถพิเศษ รับสมัคร วันที่ 23 -24 มี.ค. คัดเลือก 25 มี.ค. ประกาศผลและรายงานตัว วันที่ 27 มี.ค. มอบตัว วันที่ 9 เม.ย.
     

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่