ร้อง"เพิ่มบัญชียามะเร็ง"ให้สิทธิข้าราชการเข้าถึงการรักษา

ร้อง"เพิ่มบัญชียามะเร็ง"ให้สิทธิข้าราชการเข้าถึงการรักษา : รายงาน  โดย... ปาริชาติ บุญเอก qualitylife4444@gmail.com


 

          จากที่กระทรวงการคลัง ได้กำหนดโครงการจ่ายตรงสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยา (OCPA) ภายใต้การดำเนินงานของกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นสวัสดิการข้าราชการทั่วประเทศ เมื่อปี 2549 โดยเมื่อต้นปี 2561 มีรายชื่อยาในบัญชีเพียง 9 รายการ ใน 17 กลุ่มโรค ซึ่งไม่ครอบคลุมการรักษา  สมาคมพิทักษ์สิทธิข้าราชการ แพทย์ และผู้ป่วย จึงได้เปิดเวทีเสวนาปลดล็อกโครงการจ่ายตรงข้าราชการที่ป่วยมะเร็ง (OCPA) คืนสิทธิสวัสดิการข้าราชการผู้ป่วยมะเร็ง ให้เข้าถึงนวัตกรรมการรักษาและยาใหม่ๆ เนื่องจากมีกว่า 41 รายการที่ต้องสำรองจ่ายก่อน

 

 

         
          พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา กรรมการแพทยสภา กล่าวถึงนวัตกรรมและยารักษาโรคมะเร็ง ตามสิทธิสวัสดิการข้าราชการ  ว่าประเทศไทยมีอัตราผู้ป่วยมะเร็งปีหนึ่งกว่าแสนคน เสียชีวิตชั่วโมงละ 8 คน หรือกว่า 7,000 คนต่อปี สูงสุดในภาคพื้นเอเชีย ทั้งหากสามารถเข้าถึงยารักษาโรคมะเร็งจะสามารถลดอัตราการตายให้น้อยลง 
 

 

ร้อง"เพิ่มบัญชียามะเร็ง"ให้สิทธิข้าราชการเข้าถึงการรักษา

พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา

 

 

          ปัจจุบันระบบประกันสุขภาพข้าราชการมีปัญหาหลายอย่าง ในการละเมิดสิทธิข้าราชการ โดยการจำกัดยา และวิธีการรักษาจากกรมบัญชีกลาง ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่าผู้ป่วยที่ได้รับสิทธิในการรักษาข้าราชการ มีชีวิตยืนยาวกว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคเดียวกัน ปัจจุบันมียานวัตกรรมใหม่ในการรักษามะเร็งแต่มีราคาสูง และมีการจำกัดการใช้ยาในสิทธิข้าราชการอยู่
ปัญหาสุญญากาศของหมอมะเร็ง
    

 

          ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลศรีนครินทร์  จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ปัจจุบันนวัตกรรมของการรักษามะเร็งพัฒนาขึ้นมาก ล่าสุดคือ ยามุ่งเป้า (Targeted Therapies) ซึ่งข้อดี คือหากตรวจและให้ยาตามเป้าการรักษาจะดีมาก ผลข้างเคียงน้อย ไม่มีการกดไขกระดูก ใช้ได้แม้กระทั่งผู้ป่วยที่ใส่ท่อหายใจ และควบคุมโรคได้นาน 1 ปี สามารถรักษาได้กับมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ เต้านม และรังไข่ รวมถึงยากระตุ้นภูมิต้านทาน ซึ่งช่วยให้ 1 ใน 4 ของคนไข้สามารถหายขาดได้ในระยะแพร่กระจาย 


 

ร้อง"เพิ่มบัญชียามะเร็ง"ให้สิทธิข้าราชการเข้าถึงการรักษา

ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ


   

          แต่ปัจจุบัน ยาดีๆ บางตัวยายังไม่ถูกทำให้อยู่ในบัญชียา ซึ่งหากจะใช้ยานอกบัญชีต้องในกรณีที่คนไข้แพ้ยาในบัญชียาหลัก ใช้แล้วมีผลข้างเคียง หรือมีความประสงค์ที่จะจ่ายเงินเอง ที่ผ่านมาถ้าใช้ไปแล้วขอเบิกจากกรมบัญชีกลาง มีหลายโรงพยาบาลไม่ได้เงินค่ายาคืนรวมๆ แล้วหลายสิบล้าน พอมีเรื่องขึ้นมาหมอก็ต้องทำเรื่องไปถามกรมบัญชีกลาง แต่เขาตอบกลับมาว่า “ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของหมอ” กลายเป็นว่าไม่มีการจ่ายเงินคืน หมอก็ไม่กล้าใช้ เป็นช่องว่างของสุญญากาศ นี่เป็นปัญหาของหมอมะเร็งทั่วประเทศ


     
          พญ.เอื้อมแข กล่าวเพิ่มเติมว่า จริงๆ ไม่ได้ต่อต้าน OCPA เพราะถ้าทำดีๆ จะทำให้การเข้าถึงยาได้ถูกต้อง มีการประเมิน แต่ที่ผ่านมา OCPA มีการอัพเดทน้อยมาก ตั้งแต่ปี 2549 มียาเพียง 6 รายการ ใน 7 กลุ่มโรค ผ่านมา 12 ปี มีการเพิ่มยาเข้ามา 9 รายการ ทั้งนี้ยาใหม่ที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป ผู้ป่วยจะไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้

 

          “สิ่งที่เป็นปัญหา คือการเลือกยาเข้าไปทำข้อมูล ขอให้เลือกเข้าไปให้ครบทุกโรค เช่น ยามุ่งเป้าสำหรับรักษามะเร็งปอด ยังสามารถใช้ได้กับมะเร็งหลายชนิดแต่ข้อมูลไม่อัพเดท ทำให้คนเป็นมะเร็งชนิดอื่นๆ ไม่ได้รับยา ถัดมาคือการเลือกยา ปัจจุบันมียาพุ่งเป้าที่ใช้รักษามะเร็งปอดกว่า 3 ชนิด ซึ่งในความเป็นจริงการออกฤทธิ์แต่ละตัวต่างกัน แต่กรมบัญชีกลางเลือกแค่ตัวเดียว เนื่องจากมีการเปิดให้ประกวดราคา หมอจึงถูกบีบให้ใช้ตัวเดียว ในขณะที่ราคาทั้งสามตัวไม่ได้ต่างกันอยู่ที่เม็ดละราวๆ 700 บาท ทั้งนี้ อยากเสนอให้มีการประกาศรายชื่อคณะทำงานในการเลือกยา และคนที่มีหน้าที่อนุมัติ ควรมีกรรมการกลางเพื่อตรวจสอบการทำงานเพื่อความโปร่งใสด้วย

 

          หยุดให้ยาผู้ป่วยมะเร็งกลางคัน
          รัตนาภรณ์ โพธิประสาท ตัวแทนข้าราชการผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งได้รับสิทธิข้าราชการตามโครงการ OCPA เปิดเผยว่า ตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะที่ 4 ลุกลามจากเต้านมไปยังตับ เมื่อเดือนตุลาคม 2558 ซึ่งไม่สามารถผ่าตัดได้เนื่องจากอยู่ในระยะแพร่กระจาย ตอนนั้นขยับตัวไม่ได้ พูดไม่ได้ นอนติดเตียง และหมอคาดว่าจะอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน คุณหมอจึงตัดสินใจให้ยามุ่งเป้า (Targeted Therapies) มาเรื่อยๆ ทำให้อาการดีขึ้น จนกระทั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 คุณหมอบอกว่าเบิกไม่ได้แล้ว เพราะกรมบัญชีกลางตัดสิทธิ์ จึงตัดสินใจทำหนังสือมาที่สมาคมพิทักษ์สิทธิข้าราชการ ให้กรมบัญชีกลางทบทวนใหม่เพื่อความต่อเนื่องในการรักษาและเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยคนอื่นๆ

 

 

ร้อง"เพิ่มบัญชียามะเร็ง"ให้สิทธิข้าราชการเข้าถึงการรักษา

รัตนาภรณ์ โพธิประสาท

 

 


          พลตรีหญิงพูลศรี เปาวรัตน์ นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิข้าราชการ กล่าวว่า สิทธิข้าราชการมีการควบคุมด้วยงบประมาณ งบสาธรณสุขที่น้อยเมื่อเทียบกับการเจ็บไข้ได้ป่วย อยากจะให้กระทรวงการคลัง คิดว่าทำอย่างไรที่จะช่วยดูแลคนเหล่านี้ ในเมื่อยามะเร็งแพง ดังนั้นหากรัฐบาลจะพิจารณาอยากให้มีการจัดตั้งกองทุนมีงบรักษาโรคมะเร็งเหมือนกองทุนโรคเอดส์ หรือมีการซื้อประกันคล้ายๆ เอกชน


          ด้าน นัฐกานต์ สุพสร นักวิชาการคลัง กองสวัสดิการรักษาพยาบาล กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรมบัญชีกลางขอเพิ่มบัญชียาทุกปี แต่มีข้อจำกัด อยากให้สะท้อนไปถึงระดับนโยบายว่าทำอย่างไรจะทำให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงสิทธินวัตกรรม ซึ่งไม่ใช่แค่มะเร็งแต่เป็นทุกโรค สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่เคยใช้ยามุ่งเป้าก็สามารถใช้ต่อไปได้

 

 

ร้อง"เพิ่มบัญชียามะเร็ง"ให้สิทธิข้าราชการเข้าถึงการรักษา

พลตรีหญิงพูลศรี เปาวรัตน์

 


          ส่วนผู้ป่วยใหม่ขอให้ใช้ยาที่อยู่ในระบบก่อน ใช้ไม่ได้ค่อยใช้ยาใหม่ ตอนนี้ระบบ OCPA ก็ค่อนข้างดีขึ้น การพิจารณาปรับอัตรายาในบัญชีก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ช้าอย่างที่ผ่านมา และหลังจากนี้จะปรับระบบในทุกๆ ปี


          ทั้งนี้จากการปรับเกณฑ์จำนวนยาในบัญชี 9 รายการ ใน 17 กลุ่มโรค โดยมียากว่า 41 รายการที่ผู้ป่วยต้องสำรองจ่ายก่อนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561 กรมบัญชีกลางได้ประกาศเพิ่มยา 5 รายการ ส่งผลให้รายการยาใน OCPA ครอบคลุม 24 กลุ่มโรค และปรับลดรายการจากที่ต้องสำรองจ่ายก่อน 41 รายการ เหลือ 37 รายการ และให้สถานพยาบาลเป็นผู้ทำเรื่องเบิกจากกรมบัญชีกลางแทน