ยาต้านไวรัสเอดส์ ผ่านรับรองมาตรฐานสากล บรรจุในรายชื่อของ WHO

ยาต้านไวรัสเอดส์ "เอฟฟาไวเรนซ์" ของ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ผ่านรับรองมาตรฐานสากล ถูกบรรจุในบัญชีรายชื่อขององค์การอนามัยโลก (WHO) นับเป็นรายการแรกของไทย-อาเซียน

นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า  ยาเอฟฟาไวเรนซ์ชนิดเม็ดขนาด 600 มิลลิกรัม ( Efavirenz Tablets 600 mg) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ยาต้านไวรัสเอดส์ขององค์การเภสัชกรรม(อภ.) ผลิตที่โรงงานผลิตยารังสิต 1  คลอง 10 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้รับรองมาตรฐานสากล WHO Prequalification Program (WHO PQ) จากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือฮู กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 

 

ยาต้านไวรัสเอดส์ ผ่านรับรองมาตรฐานสากล บรรจุในรายชื่อของ WHO

 

โดย WHO ได้ขึ้นบัญชีรายการยานี้ไว้ในบัญชีตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก ( WHO Prequalified List) แสดงอยู่บนเว็บไซต์ของ WHO เพื่อให้หน่วยงานหรือองค์กรสาธารณสุขนานาชาติ จัดซื้อยาจากผู้ผลิตที่ได้ผ่านกระบวนการตรวจรับรองนี้เท่านั้น อาทิ กองทุนโลก (Global Fund) องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ที่ทำหน้าที่ในการจัดซื้อจัดหายาให้กับประเทศสมาชิกที่ต้องการยา หรือประเทศที่ด้อยโอกาสต่อการเข้าถึงยา นับเป็นยารายการแรกของประเทศไทย และเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศสมาชิกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ได้รับการรับรองนี้ เพิ่มความเชื่อมั่นในคุณภาพ ประสิทธิผล และความปลอดภัยต่อผลิตภัณฑ์ยาของอภ. ให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น ทั้งตลาดยาภายในประเทศและต่างประเทศ 

 

ยาต้านไวรัสเอดส์ ผ่านรับรองมาตรฐานสากล บรรจุในรายชื่อของ WHO

ยาต้านไวรัสเอดส์ ผ่านรับรองมาตรฐานสากล บรรจุในรายชื่อของ WHO

 

"ยาต้านไวรัสเอดส์เอฟฟาไวเรนซ์ ขนิดเม็ด ขนาด 600 มิลลิกรัมป็นยาที่ผู้ป่วยเอดส์มีความจำเป็นต้องใช้ เนื่องจากเป็นยาต้านไวรัสที่แนะนำให้เป็นสูตรแรก (first line regimen) ตามแนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อที่ใช้ยานี้ประมาณ 80,000 ราย ยาต้านไวรัสเอดส์ Efavirenz จะช่วยลดปริมาณเชื้อเอชไอวีในร่างกายและทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อเอชไอวี เช่น การติดเชื้อของโรคฉวยโอกาสซึ่งเสี่ยงต่อการป่วยเป็นวัณโรค  การติดเชื้อที่นำไปสู่การเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก  ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีให้ดีขึ้น นอกจากจะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยในประเทศไทยให้เข้าถึงยาคุณภาพได้แล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาสการช่วยเหลือผู้ป่วยในภูมิภาคอาเซียน หรือประเทศอื่นๆอีกกว่า 20 ประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมโครงการความร่วมมือของฮูกับ หน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ยาแต่ละประเทศ ส่งผลให้องค์การฯ สามารถขึ้นทะเบียนตำรับยาเอฟฟาไวเรนซ์ ไปยังประเทศเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนตำรับยาไปยังประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะมีมูลค่าการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นราว 50 ล้านบาท"  นพ.โสภณกล่าว

 

ยาต้านไวรัสเอดส์ ผ่านรับรองมาตรฐานสากล บรรจุในรายชื่อของ WHO

 

ภญ.มุกดาวรรณ ประกอบไวทยกิจ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า อภ.พยายามมานานกว่า 16  ปี ก็สามารถพัฒนาและนำยาตัวนี้จนผ่านมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก มาตรฐานเทียบเท่ายาต้นแบบ ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาดี มีคุณภาพจากเมื่อก่อนที่ยังไม่สามารถผลิตได้เองทำให้ราคาสูงขวดละกว่า 1 พันบาท แต่เมื่อผลิตได้เองทำให้ราคาลดลงเหลือเพียงขวดละ 180 บาท ซึ่งกำลังการผลิตที่โรงงานผลิตยารังสิตเฟส 1 เพียงพอต่อการผลิตยาใช้ในประเทศ และส่งออก โดยการผลิตปี 2561สามารถผลิตยาเอฟฟาไวเรนซ์ 42 ล้านเม็ด คิดเป็นเพียง 2.5 %ของกำลังการผลิตยาในโรงงานทั้งหมด ที่สามารถผลิตได้มากถึง 4 พันล้านเม็ด และขณะนี้ได้ส่งยาต้านไวรัสเอดส์จีพีโอเวียร์ (VIR T) ซึ่งเป็นยาสูตรรวม กินแค่เม็ดเดียว ขอรับรองจากฮูเช่นเดียวกัน คาดว่าอีก 2 ปีจะทราบผล แต่มั่นใจว่าน่าจะสามารถผ่านได้ นอกจากนี้อนาคตยังเตรียมส่งยาต้านวัณโรค และยารักษาโรคมาลาเรียเข้าสู่การรับรองด้วย 

 

ยาต้านไวรัสเอดส์ ผ่านรับรองมาตรฐานสากล บรรจุในรายชื่อของ WHO

ยาต้านไวรัสเอดส์ ผ่านรับรองมาตรฐานสากล บรรจุในรายชื่อของ WHO