"รัฐบาล" ขอบคุณ "สธ.-อย." สนองตอบนโยบาย "ไทยแลนด์ 4.0"

"บิ๊กฉัตร" ขอบคุณ "สธ. - อย." ให้บริการ ปชช. อย่างมีประสิทธิภาพ สนองตอบนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

               30 ส.ค. 61  ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในโอกาสครบ 1 ปี อย. 4.0 จบงานค้าง สร้างนวัตกรรม มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ ตอนหนึ่งว่า

 

 

 

               ชื่นชมการทำงานของ อย. ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา นับจากที่รัฐบาลได้เดินหน้าสู่ ไทยแลนด์ 4.0 โดยการผลักดันให้มีการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสนับสนุนให้ประชาชน ภาคเอกชน ผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ทั้งภายในและนอกประเทศ ซึ่งจะนำมาสู่การเพิ่มมูลค่าในการส่งออกของประเทศ ทั้งนี้ จากการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณคำขออนุญาตในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเพิ่มถึง 5 เท่า จาก 77,000 คำขอ เป็น 380,000 คำขอ ทำให้การทำงานของ อย. ไม่ทันต่อการขยายตัวของภาคธุรกิจ รัฐบาลจึงได้ใช้มาตรการเร่งด่วนในการแก้ปัญหา เพื่อมุ่งหวังที่จะให้ประชาชนได้เข้าถึงการบริการของภาครัฐอย่างทั่วถึงและทันต่อสถานการณ์

               พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ทั้งนี้ รัฐบาลจึงใช้มาตรา 44 โดยมีคำสั่ง คสช. ที่ 77/2559 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ทำให้ อย. สามารถจัดกระบวนการพิจารณาอนุญาตตามระบบใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ตนขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข และ อย. ที่สามารถให้การบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และสนองตอบนโยบายของรัฐบาลเป็นอย่างดี

               นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า อาหารและยาถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต ดังนั้น อย. จึงเป็นองค์กรสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพชีวิต จากดำริของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการปฏิรูป อย. ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และด้วยการประกาศใช้มาตรา 44 ในการปรับการทำงานของ อย. ทำให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการทำงานเชิงรุกมากกว่าเชิงรับเช่นที่ผ่านมา การนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ โดย อย. ต้องปรับกระบวนการทำงานอย่างเต็มรูปแบบให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคสูงสุด

 

 

 

               นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า นับเป็นความสำเร็จของการดำเนินงานตลอด 1 ปี ที่ผ่านมา สามารถปรับลดระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตลงเฉลี่ยร้อยละ 27.4 และเร่งรัดงานพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพคงค้าง จำนวน 9,112 คำขอ โดยเฉพาะการพัฒนาสมุนไพรหลายรายการให้ได้การรับรองคุณภาพ ตลอดจนกระบวนการตรวจสอบสินค้าในท้องตลาดให้เป็นไปตามมาตรฐานของ อย. การใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาทดแทนการใช้ระบบเอกสารกระดาษ โดยตั้งเป้า 3  ด้าน คือ ผู้บริโภคปลอดภัย ผู้ประกอบการก้าวไกล และระบบคุ้มครองสุขภาพยั่งยืน