ไลฟ์สไตล์

"ตุ๊ดตู่คู่ใจ"คว้านเม็ดลำไยวท.ลำพูนตอบโจทย์ชุมชน 

"ตุ๊ดตู่คู่ใจ"คว้านเม็ดลำไยวท.ลำพูนตอบโจทย์ชุมชน 

21 ส.ค. 2561

"ตุ๊ดตู่คู่ใจ"คว้านเม็ดลำไยวท.ลำพูนตอบโจทย์ชุมชน  : รายงาน  โดย...  เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ  [email protected]


  
          โครงการขับเคลื่อนสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมอาชีวศึกษา เข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นหนึ่งในโครงการขับเคลื่อนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ที่พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ มอบหมาย สอศ.ดำเนินการ คัดสรรผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษาที่ส่งเข้าประกวดแข่งขันเป็นประจำทุกปีใน 11 ประเภท เพราะหลายชิ้นงานสามารถต่อยอดสู่การใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม และเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้ ให้ปรากฏสู่สายตาของประชาชน และผู้ประกอบการ

          ที่ต่างไปจากเวทีอื่นๆ คือ เป็นการต่อยอดพัฒนาเชิงธุรกิจ ผ่านการเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างวิทยาลัยสังกัด สอศ. และสถานประกอบการ ตลอดจนผู้ประกอบการต่างๆ ได้เข้ามาเยี่ยมชมและให้คำแนะนำในการพัฒนามาตรฐานผลงานต่างๆ ให้สูงขึ้นเท่านั้น ยังเป็นช่องทางการทำธุรกิจเชิงสร้างสรรค์

 

"ตุ๊ดตู่คู่ใจ"คว้านเม็ดลำไยวท.ลำพูนตอบโจทย์ชุมชน 

 

          221ผลงานสร้างรายได้ 4-5 ล้าน
          สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า การขับเคลื่อนสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมอาชีวศึกษาเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม เริ่มต้นที่ภาคตะวันออกและพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และล่าสุดภาคเหนือ พบว่า มีสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมฝีมืออาชีวะที่ผ่านคัดเลือกเข้าร่วมนำเสนอผลงาน 751 ชิ้นงาน โดยมีผลงานเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมไปแล้ว 221 ผลงาน คิดเป็นมูลค่ารวมราว 4-5 ล้านบาท

 

"ตุ๊ดตู่คู่ใจ"คว้านเม็ดลำไยวท.ลำพูนตอบโจทย์ชุมชน 

 

          โดยการจับคู่ธุรกิจตามโจทย์ที่กำหนดไว้ใน 4 ประเด็น ดังนี้ 1.เจรจาซื้อสิ่งประดิษฐ์ หรือต้นแบบสิ่งประดิษฐ์ 2.ให้แนะนำเพิ่มเติมจากสิ่งประดิษฐ์เดิมแล้วจะซื้อสิ่งประดิษฐ์หรือต้นแบบสิ่งประดิษฐ์ 3.ให้โจทย์นักศึกษาอาชีวศึกษาในการนำไปสร้างสิ่งประดิษฐ์เพื่อที่จะซื้อต่อไป และ 4.ให้คำแนะนำหรือช่วยเป็นที่ปรึกษาในการนำไปสร้างสิ่งประดิษฐ์ทั้งปัจจุบันและอนาคต เพื่อไปดำเนินการทางธุรกิจต่อไป อย่างไรก็ตาม ในปลายเดือนนี้จะมีการจัดกิจกรรมที่ภาคใต้เป็นครั้งสุดท้าย

          “เวลานี้มี 221 ผลงานที่เข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม ที่ผู้ประกอบการมาเจรจาซื้อขาย ถือเป็นการต่อยอดผลงานของนักศึกษาอาชีวะ ยังมีอีกหลายชิ้นงานที่ผู้ประกอบการเข้ามาช่วยให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งข้อมูลต่างๆ ที่ได้ก็จะเป็นแนวทางให้นำไปสู่การพัฒนาผลงานให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ผมเชื่อว่าในอนาคตอาชีวะสามารถพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ผู้ประกอบการ และชุมชนมากขึ้น” สุเทพ กล่าว

 

"ตุ๊ดตู่คู่ใจ"คว้านเม็ดลำไยวท.ลำพูนตอบโจทย์ชุมชน 

 


          “ตุ๊ดตู่คู่ใจ”ถูกใจผู้ประกอบการ
          วัชรพงศ์ ฝั้นติ๊บ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิค(วท.)ลำพูน จ.ลำพูน กล่าวว่า เกษตรกรปลูกลำไย 70-80% ในช่วงที่มีปริมาณมากต้องแปรรูปโดยนำไปอบแห้ง ซึ่งจากการที่อาจารย์นักศึกษาลงพื้นที่พบว่าชุมชนต้องการอุปกรณ์คว้านเม็ดลำไยที่ช่วยให้สะดวก รวดเร็ว ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ เพราะที่ผ่านมามีปัญหาขาดแรงงานในการคว้านและอุปกรณ์เดิมที่ใช้ก็ต้องอาศัยคนที่ชำนาญ ไม่เช่นนั้นผลผลิตที่ได้จะไม่สวยงามต้องคัดออก ได้ผลผลิตไม่ตรงความต้องการ กลุ่มอาจารย์และนักศึกษาจึงได้มีการพัฒนาอุปกรณ์คว้านเมล็ดลำไย เรียกสั้นๆ ว่า “ตุ๊ดตู่คู่ใจ” ที่ช่วยลดระยะเวลาทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพของเนื้อลำไยให้สวยงามช่วยเพิ่มมูลค่าได้ด้วย ซึ่งในขับเคลื่อนสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม อาชีวศึกษาเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม ภาคเหนือเมื่อเร็วๆ นี้ วท.ลำพูน และบริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด(มหาชน) มาเจรจาเป็นคู่ธุรกิจและสั่งซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

 

"ตุ๊ดตู่คู่ใจ"คว้านเม็ดลำไยวท.ลำพูนตอบโจทย์ชุมชน 

 

          “การสร้างสิ่งประดิษฐ์ต้องเป็นประโยชน์ต่อชุมชนโดยรอบ เน้นการเข้าถึงเพื่อรับทราบปัญหาและนำมาพัฒนาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะรับข้อเสนอแนะจากชุมชน ในการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาวิทยาลัยก็ได้นำสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ไปสู่ชุมชน เช่น เครื่องกรอเส้นด้ายงานถัก เป็นต้น ทั้งนี้นโยบายที่เปิดโอกาสให้สถานศึกษาและผู้ประกอบการมาพบกัน เจรจาความร่วมมือพัฒนาชิ้นงานและซื้อสิ่งประดิษฐ์ เป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์สองฝ่าย หลายชิ้นงานที่เด็กอาชีวะคิดริเริ่มแต่เราอาจขาดความพร้อม หากเอกชนเห็นประโยชน์ก็เกิดความร่วมมือต่อยอดได้มากขึ้น” วัชรพงศ์ กล่าว

 

"ตุ๊ดตู่คู่ใจ"คว้านเม็ดลำไยวท.ลำพูนตอบโจทย์ชุมชน 

 

          ด้าน คมกริต น้อยสะปุ๋ง อาจารย์แผนกวิชาช่างไฟฟ้า ในฐานะครูที่ปรึกษาการทำอุปกรณ์คว้านเมล็ดลำไยฯ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรชาวสวนลำไย เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาชิ้นงานโดยออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายปากกามีขนาดกว้าง 12 มม. ยาว 170 มม. ปลายด้ามทำเป็นร่องปลายแหลมสำหรับเจาะขั้วเมล็ดลำไย ส่วนหัวด้ามใช้สปริงเป็นตัวดันเมล็ดลำไยออกมา โดยผลผลิตที่ได้ใน 1 ชั่วโมงอยู่ที่ประมาณ 12 กิโลกรัมต่อคน ต่างจากตุ๊ดตู่แบบเดิมที่ 1 ชั่วโมงจะได้ประมาณ 5 กิโลกรัมต่อคน ซึ่งเนื้อลำไยที่คว้านเมล็ดแล้วยังมีรูปทรงสวยงาม ไม่แตก ที่สำคัญทุกคนสามารถใช้อุปกรณ์นี้ โดยขณะนี้ก็เตรียมจัดทำอุปกรณ์ส่งให้กับบริษัทที่สั่งซื้อโดยจำหน่ายราคา 300 บาทต่อชิ้น ซึ่งอุปกรณ์คว้านเมล็ดลำไย “ตุ๊ดตู่คู่ใจ” ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่และการแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวศึกษาระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2560

 

"ตุ๊ดตู่คู่ใจ"คว้านเม็ดลำไยวท.ลำพูนตอบโจทย์ชุมชน 

 

          “เครื่องอบข้าว”เกษตรกรต้องการ
          คำจันทร์ แก้วบุญเรือง กรรมการชุมนุมสหกรณ์ จ.ลำพูน กล่าวว่า  ​ชุมนุมสหกรณ์ฯ เรามีสมาชิก 30 คน ปลูกและจำหน่ายข้าวทั้งภายในและต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวลานี้สิ่งที่ต้องการมากๆ คือ เครื่องอบข้าว เพราะปัจจุบันเวลารับซื้อข้าวถ้ายังไม่ได้อบมาก็ต้องไปจ้างภายนอกอบแทน กลายเป็นว่าเพิ่มต้นทุนสูงขึ้น กำไรที่จะได้จากการขายก็ลดลงไปด้วย จะไม่อบก็ไม่ได้เพราะถ้าเกิดความชื้นก็จะเกิดความเสียหาย ถ้าจะซื้อเครื่องอบข้าวเองก็พบว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูงยิ่งขนาดใหญ่ก็เป็นหลักล้านบาท ดังนั้น จึงได้มาพูดคุยกับทาง วท.ลำพูน โดยตั้งโจทย์ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์เครื่องอบข้าว โดยหลังจากนี้ก็จะมาหารือกันรายละเอียดต่อไปว่าต้องอบได้กี่กิโล หรือกี่ตัน ขนาดรูปแบบที่เหมาะสมควรเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตาม กิจกรรมนี้ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก เป็นช่องทางที่จะช่วยเหลือเกษตรกรได้เยอะ อย่างน้อยใครมีปัญหาอะไรมาคุยแลกเปลี่ยนกันได้วิธีไปแก้ไขได้ เพราะแต่ก่อนไม่มีแบบนี้

 

"ตุ๊ดตู่คู่ใจ"คว้านเม็ดลำไยวท.ลำพูนตอบโจทย์ชุมชน