ครม.ชูงานวัฒนธรรมสร้างอาชีพ-รายได้สู่ชุมชน

ครม.ไฟเขียว 4 แนวทางพัฒนากลุ่มภาคเหนือตอนล่าง 2 ชูงานวัฒนธรรมสร้างอาชีพ-รายได้สู่ชุมชน มุ่งพัฒนาแหล่งประวัติศาสตร์-ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม-ศิลปินพื้นบ้าน

 

         เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ที่ห้องประชุมพระบาง ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.)

         กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 2 ว่า ที่ประชุมมีมติรับทราบแนวทางพัฒนางานวัฒนธรรมเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นในกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์ อุทัยธานี พิจิตรและกำแพงเพชร)
 

        ตามที่ วธ.เสนอ พร้อมนำเสนอวีดิทัศน์แนวทางพัฒนางานวัฒนธรรมที่ได้ดำเนินการไปแล้วและแผนงานที่กำลังดำเนินการในระยะต่อไป โดยแนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายส่งเสริมคนดี สังคมดี สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน 4 ด้าน ระหว่างปี 2561-2564

 

       ได้แก่ 1.พัฒนาศักยภาพแหล่งประวัติศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โดยพัฒนาศักยภาพอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อุทยานเมืองเก่าพิจิตร โบราณสถาน ศาสนสถานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ต้นไม้สำคัญที่เป็นรุกขมรดกของแผ่นดิน ชุมชนท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น

 

       โดยปรับปรุงทั้งด้านกายภาพ ภูมิทัศน์สิ่งอำนวยความสะดวก นำระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศสมัยใหม่มาใช้ รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวในแหล่งประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมต่างๆ รวมทั้งเสนอจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พิจิตร พิพิธภัณฑ์เมืองนครสวรรค์และอุทัยธานี

 

       แนวทางตามแผนพัฒนาที่ 2 พัฒนาผลิตภัณฑ์และส่งเสริมกิจกรรมทางวัฒนธรรม โดยส่งเสริมการพัฒนาและขยายผลตลาดประชารัฐ ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม เทศกาลประเพณี กีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน สินค้า ผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึกชุมชนเพิ่มมากขึ้นจากเดิมไม่น้อยกว่าร้อยละ 20

 

ครม.ชูงานวัฒนธรรมสร้างอาชีพ-รายได้สู่ชุมชน

 

       รวมทั้งพัฒนาและเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมทั้งในชุมชนท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง 3.ส่งเสริมศิลปินพื้นบ้านโดยส่งเสริมศิลปินพื้นบ้านให้รวมกลุ่มจัดตั้งชมรม สมาคมเพื่อดำเนินงานร่วมกัน จัดให้มีลานวัฒนธรรมและเวทีการแสดงให้กับศิลปินพื้นบ้าน ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างศิลปินรุ่นใหม่ส่งเสริมชุมชนลิเกให้เป็นชุมชนท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่

 

       รวมทั้งมีข้อเสนอเชิงนโยบายให้จังหวัดพิจิตรและนครสวรรค์ เป็นเมืองแห่งลิเก และ4.ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมโดยพัฒนาและขยายผลจังหวัดคุณธรรม องค์กรคุณธรรม ชุมชนคุณธรรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่ประชาชนในทุกระดับ

 

   

        นายวีระ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม ครม. มีข้อสั่งการในส่วนของ วธ. ที่ต้องดำเนินการเกี่ยวกับพัฒนาแหล่งศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ดังนี้ 1.สั่งการให้กรมการท่องเที่ยว และกรมศิลปากร (ศก.) กรมป่าไม้ หารือเรื่องจัดทำรายละเอียดโครงการพัฒนาอุทยานเมืองเก่าพิจิตร อาทิ การจัดทำป้ายบอกเล่าทางประวัติศาสตร์ทางลาดรองรับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล เป็นต้น

 

        2.ให้ ศก. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) และจังหวัด พัฒนาและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น 3.ให้ สวธ. และสํานักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเมินผลการดําเนินงานตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม ตามโครงการตลาดประชารัฐ เพื่อนําข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาการดําเนินงาน

 

 

ครม.ชูงานวัฒนธรรมสร้างอาชีพ-รายได้สู่ชุมชน

 

      4. ให้ ศก. ติดตามและศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาอุทยานเมืองเก่าพิจิตร เพื่อให้การพัฒนา ด้านอาคารสถานที่และการจัดกิจกรรมมีความกลมกลืนและคํานึงถึงผลกระทบต่อโบราณสถาน แหล่งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้ ศก.ให้คําปรึกษาทางวิชาการ ด้านการจัดแสดงเนื้อหาต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์ให้เหมาะสมและน่าสนใจ

 

       5. ให้ จ.พิจิตรหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบและกําหนดแนวทางการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จให้สามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืน

 

       6.ให้ ศก. ขุดค้นแหล่งโบราณสถานเพิ่มเติม และพิจารณาความเหมาะสมในการสร้างศูนย์บริการข้อมูลนําเสนอภาพการจําลองสภาพวัดโพธิ์ประทับช้างที่มีความสมบูรณ์ในอดีต โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้สั่งการให้กรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เร่งดำเนินการตามข้อสั่งการของที่ประชุม ครม.ต่อไป

---***---