กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยขออุ้มบุญไม่ผ่าน 11คู่ จาก 169คู่

คุณภาพชีวิต  :  11 มี.ค. 2561

บังคับใช้ ก.ม.อุ้มบุญ 2 ปีครึ่ง ผ่านเกณฑ์ 158 คู่ "สบส." ชี้ ก.ม.ขจัดเอเจนซี่/นายหน้าขายอสุจิตัวอ่อน-หาแม่รับจ้างอุ้มบุญ ย้ำโทษหนักคุก 10 ปี ปรับสูง 2 แสน

         11 มี.ค.61 - "นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร" รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 หรือ "กฎหมายอุ้มบุญ" ว่า กฎหมายฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้คู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีบุตรยาก ได้มีบุตรตามต้องการ รวมทั้งควบคุมการศึกษาวิจัยไม่ให้มีการนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง 

        โดยจากผลการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว มาตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.58 ประมาณ 2 ปีครึ่ง พบว่า มีผู้ให้ความสนใจสอบถามไป ยังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ เพื่อปรึกษาข้อกฎหมาย การดำเนินการด้านเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ รวมทั้งการขอรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ของสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนเดือนละกว่า 100 ครั้ง 

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยขออุ้มบุญไม่ผ่าน 11คู่ จาก 169คู่

        ซึ่ง "คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (กคทพ.)" ได้พิจารณาเรื่องขออนุญาตให้ตั้งครรภ์แทนเสร็จสิ้นแล้ว 169 คู่ อนุญาต 158 คู่ และไม่อนุญาต 11 คู่ เนื่องจากคุณสมบัติของหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้บริจาคไข่ ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนมีอายุเกิน 40 ปีบริบูรณ์ หรือมีการผ่าคลอดเกิน 1 ครั้ง

       "นับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้กรม สบส.ยังไม่พบว่ามีการลักลอบอุ้มบุญภายในประเทศ แต่เพื่อป้องกันมิให้เกิดการลักลอบอุ้มบุญเพื่อการพาณิชย์ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายและศีลธรรม กรม สบส.ขอเน้นย้ำให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด  ซึ่งจะทำให้ทั้งคู่สมรส หญิงที่รับตั้งครรภ์ และเด็กได้รับการคุ้มครองอย่างรอบด้าน โดยกฎหมายได้กำหนดความเป็นบิดาและมารดาของเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีฯไว้อย่างชัดเจน รวมทั้ง ระบุให้คู่สมรสรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจ รักษาพยาบาลตามกระบวนการ ค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ และเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีฯ จึงมั่นใจได้ว่าทั้งหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนและเด็กจะได้รับการดูแลอย่างรอบด้านตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ จนถึงหลังคลอด" รอง อธ.สบส. กล่าวย้ำ

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยขออุ้มบุญไม่ผ่าน 11คู่ จาก 169คู่

         ขณะที่ "ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ" ผอ.สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ผู้ที่มีสิทธิขออนุญาตให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทน จะต้อง 1.เป็นคู่สมรสชาวไทย ที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย 2.หากเป็นชาวไทยที่สมรสกับชาวต่างชาติ จะต้องจดทะเบียนสมรสมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และห้ามคู่สมรสซึ่งเป็นชาวต่างชาติทั้งคู่ , หญิงโสด , ชายโสด หรือคู่สมรสเพศเดียวกัน ส่วนหญิงที่รับตั้งครรภ์แทน จะต้องมีสัญชาติไทยและเคยมีบุตรมาแล้ว 

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยขออุ้มบุญไม่ผ่าน 11คู่ จาก 169คู่

        ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนลักลอบอุ้มบุญ จะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งมีบทลงโทษแบ่งเป็นวาระต่างๆ  อาทิ แพทย์ผู้ดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , ผู้ใดรับจ้างอุ้มบุญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท , ผู้ใดกระทำการซื้อขาย อสุจิ , ไข่ หรือตัวอ่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , กระทำการเป็นนายหน้าชี้ช่องทางให้มีการตั้งครรภ์แทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ