ไลฟ์สไตล์

ดุสิตธานีขึ้นทำเนียบผ่าน WACS

ดุสิตธานีขึ้นทำเนียบผ่าน WACS

23 ม.ค. 2561

วิทยาลัยดุสิตธานีผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน “เวิลด์เชฟ” จากWACS(World Association of Chefs Societies) องค์กรด้านอาหารเทียบชั้น70สถาบันคุณภาพทั่วโลก

        วิทยาลัยดุสิตธานีผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน “เวิลด์เชฟ” จากWACS(World Association of Chefs Societies) องค์กรด้านอาหารเทียบชั้น70สถาบันคุณภาพทั่วโลก พร้อมสร้างสุดยอดเชฟสู่วงการเชฟโลก สนับสนุนอุตสาหกรรมอาหาร บริการและท่องเที่ยวไทยแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนในเวทีโลก

       ดร.สาโรจน์ พรประภา อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานีสถาบันผลิตบุคลากรคุณภาพให้กับวงการท่องเที่ยวและบริการอย่างต่อเนื่องและยาวนานเป็นเวลาถึง 24 ปี เปิดเผยว่า เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่วิทยาลัยดุสิตธานี ได้ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานการเรียนการสอนด้านการประกอบอาหารจากองค์กรที่ได้รับการยอมรับระดับโลกWorld Association of Chefs Societies(WACS) ซึ่งเป็นการรับรองมาตรฐานทั้งทางด้านคุณภาพของหลักสูตร บุคลากร สถานที่และอุปกรณ์ระดับมืออาชีพ และทำให้วิทยาลัยดุสิตธานี เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยในขณะนี้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานดังกล่าว

         ทั้งนี้ World Association of Chefs' Societies(WACS) หรือสมาคมเชฟโลก เป็นเครือข่ายของสมาคมเชฟทั่วโลกที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1928 ณ กรุงปารีส โดยมีผู้เเทนของชมรมและสมาคมเชฟ 65 คน จาก 17 ประเทศ มาประชุมใหญ่กันเป็นครั้งแรก และได้ลงมติเลือกAugust Escoffierสุดยอดเชฟในตำนาน เป็นประธานกิตติมศักดิ์คนแรกของสมาคม โดยในปัจจุบันWACSมีสมาชิกอย่างเป็นทางการ คือ สมาคมเชฟ 72 แห่งทั่วโลก

         อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี กล่าวด้วยว่า WACS เป็นองค์กรเอกชนที่มีเป้าหมายในการสร้างกรอบมาตรฐานอาชีพเชฟหรือพ่อครัวในตำแหน่งต่างๆ เพื่อส่งเสริมความสำคัญของอาชีพนี้ นอกจากนี้WACSยังจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมพ่อครัวให้มีมาตรฐานในการทำงาน โดยเป้าหมายสำคัญขององค์กรแบ่งเป็น2ส่วน ได้แก่ งานด้านการศึกษาหรือEducationซึ่งเน้นไปที่การให้การรับรองสถาบันที่สอนด้านCulinary Artsทั่วโลก

         โดยพิจารณาจากปัจจัยหลัก 12 ข้อ ได้แก่ คุณภาพและคุณวุฒิของอาจารย์ผู้สอน ความพร้อมของห้องปฏิบัติการและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียนการสอน โครงสร้างหลักสูตร การได้รับการรับรองจากองค์กรภาครัฐ การทำงานร่วมกับหน่อยงานภายนอก เป็นต้น ทั้งนี้ สถาบันที่ผ่านการรับรองจะได้ปรากฏในเว็บไซต์ของWACSในส่วนของApproved Schoolหรือสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองแล้ว และสามารถนำตราสัญลักษณ์ไปใช้ในการประชาสัมพันธ์สถาบันได้ นอกจากการรับรองในส่วนของสถาบันแล้ว ยังมีการรับรองในส่วนของผู้สอนหรือEducatorอีกด้วย

         ส่วนเป้าหมายที่ 2 มุ่งเน้นงานด้านการแข่งขันหรือCompetitionซึ่งจะเป็นการแข่งขันประกอบอาหารที่มีการจัดระดับว่าเป็นNational, International, ContinentalและGlobalโดยที่WACSจะเน้นไปที่การสร้างมาตรฐานของคณะกรรมการตัดสินผ่านระบบการอบรม และเกณฑ์ในการตัดสินที่เป็นระบบ

         สำหรับปัจจัยที่ทำให้วิทยาลัยดุสิตธานีผ่านการประเมินของWACSนั้น มาจากโครงสร้างหลักสูตรที่เน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง และสามารถทำงานได้ ตลอดจนความหลากหลายของรายวิชา และคุณภาพของห้องปฏิบัติการที่เอื้ออำนวยต่อการฝึก รวมถึงอาจารย์ผู้สอนมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการสอนอีกด้วย

        “ดังนั้น การที่วิทยาลัยดุสิตธานี เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ผ่านมาตรฐานWACSนับเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมาก ที่เราสามารถพัฒนาการเรียนการสอนตลอดจนหลักสูตรของเราให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ซึ่งแน่นอนว่า สอดคล้องกับเป้าหมายของวิทยาลัยที่เราต้องการสร้างสุดยอดเชฟป้อนสู่เวทีเชฟโลก และเราเชื่อว่า สถาบันการศึกษาจะมีส่วนอย่างมากที่จะช่วยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอาหาร ท่องเที่ยวและบริการของไทยมีความแข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืนในระดับโลก และที่สำคัญยังเป็นการตอกย้ำว่า แบรนด์ “ดุสิตธานี” เป็นแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกอีกวาระหนึ่งด้วย”ดร.สาโรจน์ กล่าว

         ด้านเชฟ จอห์น แคลนซี่ ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการของเวิลด์เชฟส์ (Worldchefs) กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของเวิลด์เชฟส์ ได้ให้การรับรองคุณภาพมาตรฐานการเรียนการสอนด้านการประกอบอาหารของวิทยาลัยดุสิตธานี ซึ่งเป็นสถาบันแรกและสถาบันเดียวของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองนี้ ทำให้หลักสูตรต่างๆ ของวิทยาลัยดุสิตธานีอยู่ในมาตรฐานเดียวกับอีก 70 กว่าสถาบันทั่วโลก

        ขณะที่ อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานีได้ยัง กล่าวย้ำถึงเป้าหมายของวิทยาลัยดุสิตธานี ที่มุ่งเน้นการพัฒนา3ด้าน ประกอบด้วย การพัฒนาด้านกายภาพ ซึ่งเป็นการพัฒนาสภาพแวดล้อมของวิทยาลัยที่จะส่งเสริมประสบการณ์การเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของอุปกรณ์ที่ทันสมัย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของนักศึกษาและคณาจารย์ การพัฒนาด้านหลักสูตร ซึ่งได้มีการเปิดหลักสูตรใหม่ทั้งระดับปริญญาตรี เช่น หลักสูตรด้านนวัตกรรมการบริการในธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม หลักสูตรปริญญาโท และหลักสูตรอบรมระยะสั้นที่หลากหลาย และการพัฒนาด้านความร่วมมือกับสถาบันนานาชาติให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ซึ่งในขณะนี้พัฒนาการทั้ง3ด้านที่วางเป้าหมายไว้มีพัฒนาการคืบหน้าไปมากอย่างน่าพอใจ