ไลฟ์สไตล์

นัดถกปฎิรูปอาชีวะ เพิ่มคุณภาพ ปรับฐานเงินเดือน

นัดถกปฎิรูปอาชีวะ เพิ่มคุณภาพ ปรับฐานเงินเดือน

09 ม.ค. 2561

รมช.ศึกษาธิการ นัด สกอ.- สอศ.-มหาวิทยาลัย ถกปฏิรูปอาชีวะ 10 ม.ค.วาง 3 แนวทางเบื้องต้นพัฒนาศักยภาพผู้เรียน มีทักษะชั้นสูง ปรับฐานเงินเดือนเหมาะสม

      จากนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ที่ได้ย้ำให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เร่งดำเนินการปฏิรูปอาชีวศึกษาให้เป็นรูปธรรม ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ในการผลิตกำลังคนเพื่อพัฒนาประเทศ โดยให้เริ่มดำเนินการโดยเร็วนั้น ศ.นพ.อุดม  คชินทร  รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องเริ่มดำเนินการ มี 3 เรื่องสำคัญ คือ 1.ยกประสิทธิภาพ และคุณภาพของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ให้ดีขึ้น เพื่อให้สามารถผลิตกำลังคนตอบโจทย์การพัฒนาประเทศให้ได้  โดยหน่วยงานที่จะเป็นต้นแบบได้ทันทีคือ วิทยาลัยแห่งชาติว่าด้วยเทคโนโลยีโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่น เท่าที่ทราบมีบางวิทยาลัยของ สอศ.ที่มีศักยภาพจัดการศึกษาตามมาตรฐานหลักสูตรของโคเซ็นอยู่แล้ว ดังนั้น ต้องกระจายหลักสูตรและวิธีการเรียนการสอนแบบโคเซ็นให้มากขึ้น 
            2. การพัฒนาศักยภาพ ผู้เรียนอาชีวะให้มีความเชื่อมโยงกับระบบมหาวิทยาลัย สามารถเทียบโอนหน่วยกิตร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ต้องมีการปรับมาตรฐานหลักสูตรทั้งของสอศ. และของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ให้เชื่อมโยงกัน อย่างจริงจัง  โดยต่อไปการเรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส. ) หรือเทียบเท่าระดับอนุปริญญาให้มาใช้มาตรฐานหลักสูตรเดียวกับมาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี เพื่อให้สามารถเรียนต่อเนื่องได้ทันที แต่ทั้งนี้ก็ไม่อยากให้ผู้ที่เรียนสายอาชีพมาใช้แนวทางในการเรียนต่อปริญญาตรีทั้งหมด เพราะจุดเด่นของอาชีวะ เป็นเรื่องของการเรียนสายปฏิบัติ เป็นการเรียนเพื่อเพิ่มสมรรถนะ ดังนั้นอยากให้ผู้เรียนทางด้านนี้ เติบโตทางสายอาชีพโดยตรง ให้พัฒนาสมรรถนะใช้ทักษะชั้นสูง โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย  

         แนวทางที่ 3 คือ ปรับฐานเงินเดือนให้ผู้ที่จบสายอาชีพ โดยจะหารือกับ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) หากเป็นสายวิชาชีพที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ มีความเป็นไปได้ที่จะการันตีเงินเดือนได้สูงกว่าระดับปริญญาตรี  เพราะไม่ต้องการให้ผู้เรียนสายอาชีพ มาเรียนปริญญาตรีทั้งหมด ดังนั้น อยากให้คงความเข้มข้นในสายปฏิบัติไว้ 

         “ผมจะเชิญ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มาหารือร่วมกับทางสอศ. และสกอ. เพื่อปฎิรูปอาชีวะศึกษา ในวันที่ 10 ม.ค.นี้ เพราะเชื่อว่า การปฏิรูปอาชีวะ สามารถทำได้แน่นอน โดยช่วงเริ่มต้นจะนำร่องกลุ่มสถานศึกษาที่มีศักยภาพ ให้มีการพิจารณาให้ทุนเด็กหัวกะทิ มาเรียนต่อในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศก่อน"รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

          อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการเสนอเริ่มการปฎิรูปอาชีวศึกษา โดยให้เริ่มตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เรียนต่อจนถึงระดับปริญญาตรี หรือสูงขึ้นกว่านั้น ซึ่งหากสถานศึกษาในสังกัด สอศ.ใดทำได้ จะให้งบประมาณ เป็นเงินรายหัว แต่ต้องเป็นสาขาที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ เช่น รถไฟฟ้าระบบราง ช่างอากาศยาน หลักสูตรโรโบติกส์ หลักสูตรแมคคาทรอนิกส์ หลักสูตรการท่องเที่ยว และหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ เป็นต้น

          ด้าน นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้แนวทางการปฏิรูปอาชีวะมีความชัดเจนมากขึ้น วันนี้ได้หารือกับนายกฯ ได้ให้หลักการดำเนินการ คือ ต้องโฟกัสเริ่มต้นปฏิรูปในสาขาที่จำเป็นต่อความต้องการของประเทศก่อน  โดยให้ดูว่าจะปฏิรูปสาขาที่เป็นความจำเป็น เร่งด่วน 3-4 สาขา เช่น รถไฟฟ้าระบบราง ช่างอากาศยาน รวมถึงสาขาที่เกี่ยวข้องกับโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)  การพัฒนาประเทศในยุค 4.0 ส่วนอุดมศึกษาจะพัฒนาการเรียนการสอนในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องล้อตามกันไปด้วย  ขณะเดียวกัน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีศักยภาพ ขอให้มีการรวมตัวเป็นกลุ่มสถาบันร่วมกันทำเพื่อให้เกิดพลังต่อยอดเรื่องต่างๆ  เช่น  การเจรจาทำความร่วมมือกับต่างประเทศ และให้ขึ้นตรงกับรองเลขาธิการ กอศ.ที่ได้รับมอบหมาย   

          “สาขาที่เร่งใช้กำลังคนเร่งด่วน หรือการผลิตกำลังคนสาขาที่มีความเชี่ยวชาญระดับปริญญาโท จะให้มีช่องทางพิเศษ โดยจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคำนวณการใช้เงินในการผลิตต่อหัว เสนอมา ผมจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา  แต่ต้องกำหนดชัดเจน ว่าเป็นสาขาที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน   ส่วนสาขาอื่น ๆ ก็ผลิตไปตามระบบ เชื่อว่าทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดี”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว