
คุณค่าของ"เศษอาหาร"
"โครงการเศษอาหารมหัศจรรย์ สู่ชุมชน คนเลี้ยงปลา บ้านบางไหน" ผลงานของ3 สาวจากม.ทักษิณ นำเศษอาหารเหลือใช้ ลดต้นทุนอาหารปลา เพิ่มคุณภาพชีวิตชาวประมง
หลายครั้งที่เราเห็นเศษอาหาร เศษกระดูกต่างๆ แล้วไม่รู้จะนำไปใช้ประโยชน์อะไร ..แต่สำหรับน้องๆ “ทีม Marketing ไฟท์” 3 สาว สุ น.ส.สุกัยย๊ะ หมัดอะดั้ม ,ยา น.ส.สุไมญา หีมอะด้ำ และ มิ้น น.ส.ศศิธร จับปรั่ง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ เศษอาหารเหล่านี้กลับมีค่า เมื่อได้แปรรูปเศษอาหารเหลือทิ้ง เศษกระดูกจากเคเอฟซี มาเป็นส่วนผสมหลักในการแปรรูปอาหารปลากะพง ให้กับชุมชนชาวประมงบ้านบางไหน อำเภอสิงหนคร จ.สงขลา
“โครงการเศษอาหารมหัศจรรย์ สู่ชุมชนคนเลี้ยงปลา บ้านบางไหน" เป็นกิจกรรมที่ 3 สาว ทีม Marketing ไฟท์ ได้ร่วมกันคิดค้นขึ้น ภายใต้การสนับสนุนในโครงการ ‘KFC Community Hero เป็นตัวจริงเพื่อสังคม’ 2017 ของเคเอฟซี ประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยปีนี้จัดภายใต้แนวคิด“คิดให้ใช่...แล้วไปให้สุด” โดยโครงการดังกล่าวเป็นการให้ความสำคัญในการบ่มเพาะหลักการและกระบวนความคิดที่ถูกต้องแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่
ยา น.ส.สุไมญา กล่าวว่า พวกเธอได้เห็นโครงการ‘KFC Community Hero เป็นตัวจริงเพื่อสังคม’ 2017 ทางเฟสบุ๊ค และได้มีโอกาสไปเข้าร่วมการรับฟังรายละเอียดของโครงการที่ทางเคเอฟซีมาจัดที่ภาคใต้ ทำให้สนใจโครงการดังกล่าว เพราะนอกจากสอดคล้องกับการต้องทำโปรเจคเพื่อจบการศึกษาแล้ว ยังเป็นการนำความรู้ ที่ได้เรียนมาช่วยเหลือชุมชน คนในพื้นที่อีกด้วย เนื่องจากหลักของโครงการดังกล่าว เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำความรู้และทรัพยากรของเคเอฟซีมาใช้ให้เกิดประโยชน์
“หลังจากได้รับความรู้จากโครงการแล้ว พวกเราทั้ง 3 คน ร่วมกันหาข้อมูล พบว่า ชุมชนบางไหน เป็นชุมชนชาวประมงที่ทำอาชีพเลี้ยงปลากระพงขาย ซึ่งเมื่อเข้าไปสอบถามชาวบ้านกำลังเดือดร้อนเรื่องต้นทุนอาหารปลาที่สูง พวกเราอยากช่วยลดต้นทุน และทำให้คุณภาพของชาวประมงในพื้นที่ดีขึ้น จึงได้แปรรูปเศษอาหาร จากKFC ที่ลูกค้าทานเหลือทิ้ง เช่น เศษกระดูกไก่KFC เศษเนื้อไก่KFC กากแป้งKFC นำมาแปรรูปเป็นอาหารเสริม ใช้ในเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง ให้กับชาวบ้านชุมชน บ้านบางไหน โดยสูตรอาหารดังกล่าว ทำให้ต้นทุนอาหารปลาเหลือเพียง 27 บาท จากเดิมต้องเสียค่าอาหารปลาประมาณ 55 บาท เป็นการแก้ปัญหาการเลี้ยงปลากะพงขาวมีต้นทุนสูงในการซื้ออาหารแต่ละครั้ง บริหารจัดการเศษอาหารจากKFC ที่ลูกค้าทานเหลือแล้วทิ้งมาทำให้เกิดประโยชน์ ต่อชุมชน และสังคมอย่างยั่งยืน” ยา กล่าว
“บางไหน” เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสอบที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตในทะเล ชาวบ้านเลี้ยงปลากระพงในกระชัง ครัวเรือนละ 2 กระชัง ปลากะพง กะชังละ 100-200 ตัว ตัวละ 1-3 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 120 บาท ชาวบ้านขายปลากะพงต่อหนึ่งกระชัง เป็นเงินประมาณ 1-2 แสนบาท ในระยะเวลา 1 ปีที่เลี้ยงมา แต่สถิติการประมงแห่งประเทศไทย มีการบันทึกไว้ล่าสุด ปี 2555 -2556 พบว่า มูลค่าจากปลาเพาะเลี้ยงชายฝั่ง ลดลงเกือบมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท เกิดการขาดทุนจนชาวประมงต้องล้มเลิกกิจการ
“อาหารปลาจากเศษอาหารที่ได้มีคุณภาพเทียบเท่ากับอาหารเม็ดสำเร็จรูปที่ขายตามท้องตลาด เนื่องจากกระดูกไก่ KCF มีธาตุอาหาร ไนโตเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม มาทำเป็นอาหารปลา ช่วยลดต้นทุน ชาวประมงสามารถทำได้ด้วยตนเองเพิ่มกำไร เพิ่มความสุข เพิ่มคุณภาพชีวิตแถมราคาถูกกว่า เมื่อทีมของเราได้รับรางวัลชนะเลิศ ก็ได้นำทุนที่ได้จากโครงการ มาซื้อเครื่องบดอาหารให้กับชาวบ้าน เพื่อช่วยให้พวกเขาได้ต่อยอดทำอาหารปลา และเป็นการสร้างชุมชนเข้มแข็ง กิจกรรม เคเอฟซี ครั้งนี้ จึงไม่ได้มุ่งช่วยเหลือสังคม ชุมชนอย่างเดียว แต่ยังเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ตระหนักถึงการช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่นของตนเอง โดยนำความรู้ที่ตนเองศึกษามาได้ใช้ประโยชน์ และเป็นการปลูกฝังจิตอาสา” ยา กล่าว
สูตรอาหารปลา กระบวนการต่างๆ 3 สาม ทีม Marketing ไฟท์ ได้ร่วมกันศึกษาข้อมูล และลงพื้นที่สอบถามปัญหาจากชาวบ้านจริงๆ มิ้น เล่าต่อไปว่า โครงการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี เพราะด้วยการเรียนในมหาวิทยาลัยบางครั้งก็ไม่ได้ทำให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่ ช่วยเหลือชุมชมเท่าที่ควร โครงการดังกล่าว เป็นตัวเสริมบทเรียน การเรียนรู้ การทำงานเป็นทีม และการปลูกฝังให้เยาวชนได้นำศักยภาพ ความคิดของตนเองมาใช้ประโยชน์เพื่อส่วนร่วมมากขึ้น ซึ่งอาหารปลาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านชุมชนบางไหนได้นั้น ต้องเกิดจากการช่วยกันวางแผน หาข้อมูล ประสานการทำงานกับพี่ๆ เคเอฟซี และชาวบ้าน เป็นการสร้างความสามัคคีระหว่างเยาวชนคนรุ่นใหม่และชาวบ้าน
“บางชุมชนเราไม่รู้ว่าประสบปัญหาอะไร ถ้าเราไม่รู้ไม่ได้ลงพื้นที่ไปสัมผัส ซึ่งโครงการเคเอฟซีช่วยทำให้เรามีโอกาสช่วยฟื้นฟู ชุมชน และฝึกความมีระเบียบวินัยแก่ตนเอง มีความรับผิดชอบต่อตนเองมากขึ้น และที่สำคัญทำให้เรารู้จักชุมชนของตนเอง พร้อมรู้จักนำทรัพยากรโดยรอบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ รวมถึงเข้าใจปัญหาหรือความท้าทายในสังคม และสามารถผนวกเป็นแนวทางบรรเทาปัญหาในชุมชนได้ อยากให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมนี้เยอะๆ เพราะไม่ใช่เราเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ ชุมชนของเราก็ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย" มิ้นกล่าว
นางสาวณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ส่วนบริหารแบรนด์และการสื่อสารการตลาด - เคเอฟซี ประเทศไทย บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และหนึ่งในคณะกรรมการประจำโครงการ กล่าวว่า โครงการ ‘KFC Community Hero เป็นตัวจริงเพื่อสังคม’ สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักและเข้าใจตัวเอง รวมถึงสามารถค้นหาและดึงศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองออกมาได้ ซึ่งศักยภาพเหล่านี้หากได้รับการแนะนำแนวทางการพัฒนาที่ถูกต้อง จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังสร้างสรรค์ที่ดีของประเทศไทยต่อไปได้ จึงเป็นที่มาและชื่อของโครงการฯ ที่พวกเขาสามารถเป็นฮีโร่ของสังคมได้ เยาวชนสามารถเข้าร่วมโครงการและติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์ www.kfcthailand.com Facebook.com/KFCCommunityHero



