
ของขวัญปีใหม่ "ไฮสปีดอินเตอร์เน็ต"ร.ร.เลือกเอง
ศธ.ให้ขวัญปีใหม่ 61นักเรียนครู อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง คัดร.ร.ประถม-มัธยมใน 3 จ.ใต้ให้เป็นร.ร.กินนอนช่วยเด็กครอบครัวยากจน บริการตรวจรถปชช.ปีใหม่
เนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2561 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เตรียมดำเนินโครงการสำคัญเพื่อเป็นของขวัญมอบให้แก่นักเรียน ครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 นายพะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากปัญหาการเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ เพื่อให้เด็กเรียนรู้ รวดเร็ว ฉับไวทันสถานการณ์ต่างๆ ระบบอินเทอร์เน็ตจะมีส่วนช่วยได้มาก และควรเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ Hi-Speed Internet แต่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตของ ศธ.ที่ดำเนินการและเชื่อมต่อไปยังโรงเรียนมี MoeNet ,UniNet ก็พบว่ายังไม่เพียงพอและไม่ใช่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ดังนั้น รัฐบาลจัดทำโครงการ Hi-Speed Internet ให้ทุกโรงเรียน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ปี 2561 โดยนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) มอบให้สำนักงานปลัด ศธ.ดำเนินการจัดระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตใหม่ และมอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และโรงเรียนไปดำเนินการจัดหาระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็มีผู้ให้บริการทั้งภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน
“ระบบอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ที่โรงเรียนใช้ความเร็วอยู่ที่ประมาณ 20-30 เมกกะไบต์ แต่เป้าหมายคืออยากให้โรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงถึงระดับ 100 เมกกะไบต์ ซึ่งรมว.ศึกษาธิการ ให้นโยบายว่าให้แต่ละโรงเรียนเลือกผู้ให้บริการเองตามความเหมาะสมของโรงเรียนและพื้นที่ด้วย เพราะแต่ละพื้นที่ก็อาจจะใช้เครือข่ายต่างๆกัน เช่น พื้นที่ภูเขาต้องใช้ระบบดาวเทียม หรือไฟเบอร์ออฟติค เป็นต้น เพื่อโรงเรียนและนักเรียนจะได้มีระบบอินเทอร์เน็ตที่ช่วยเรื่องการสืบค้นข้อมูล ประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษา”โฆษก ศธ.กล่าว
ทั้งนี้ สพท. ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) จะต้องรับทราบด้วยว่าในพื้นที่ที่กำกับดูแลมีผู้ให้บริการใดบ้าง และโรงเรียนสามารถใช้ของผู้ให้บริการได้บ้าง ขณะที่ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นจะอยู่ในค่าสาธารณูปโภคที่สพท.รับผิดชอบซึ่งไม่ได้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก
นายพะโยม กล่าวต่อไปว่า สำหรับของขวัญชิ้นต่อมา 2 เป็นการดูแลนักเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย ศธ.ส่วนหน้ามีโครงการปรับปรุงโรงเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป็นโรงเรียนประจำ แบ่งเป็นโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาอย่างละ 1 โรงในทุกอำเภอ เนื่องจากปัจจุบันมีโรงเรียนลักษณะกินนอนส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ซึ่งมีจังหวัดละ 1 โรงมีเพียงนราธิวาสที่มีทั้ง 2 โรง
ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีฐานะยากจนรายได้ครอบครัวไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ได้กินนอนอยู่ในโรงเรียน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและได้รับอาหารที่ครบตามหลักโภชนาการ
อย่างไรก็ตามหากเด็กบ้านใกล้ต้องการเดินทางไปกลับก็สามารถทำได้ตามความสมัครใจ โดยจะสามารถเปิดรับนักเรียนเข้าพักนอนได้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป.
โฆษก ศธ.กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.60-3 ม.ค.61 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดกิจกรรม “อาชีวะอาสา” โดยร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ตั้งจุดบริการช่วยอำนวยความสะดวกเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ทั้งบนถนนหลายหลักและสายรองทั่วประเทศ จำนวน 189 จุดที่ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และจุดบริการของวิทยาลัยในพื้นที่นั้นๆอีก 63 จุด รวม 252 จุด โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ จักรยานยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
ขณะนี้เดียวกัน สมาคมโรงเรียนนอกระบบ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ยังจัดบริการประชาชน อาทิ นวด เสริมสวย ตัดผมฟรีในหลายพื้นที่ด้วย ซึ่งมีจุดสังเกตในการเข้าใช้บริการศูนย์ ฯ จุดบริการเป็นเต็นท์สีม่วง 2 หลัง ตั้งอยู่บนถนนสายหลัก สายรอง มีป้ายแบนเนอร์ ป้ายบอกทาง เริ่มจาก 1 กม. / 500 ม./ ถึงแล้ว



