ภาคีชง 16 ข้อนโยบายสร้างความปลอดภัยทางถนน

รองปลัดมท.หนุนผลักดัน “ศปถ.ส่วนกลาง”เป็นหน่วยงานอิสระ ทำหน้าที่สอบสวนเชิงลึก-เสนอทางแก้ ช่วยลดอัตราอุบัติเหตุ  ภาคีฯชง 16 ข้อเสนอนโยบายสร้างความปลอดภัยทางถนน

      เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ธันวาคม 2560 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา นายศุภชัย อิ่มสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย(มท.)  บรรยายพิเศษ เรื่อง “กลไกศปถ.กับทิศทางการลงทุนเพื่อความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน” ภายในพิธีปิดงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 13 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 ธันวาคม 2560 ว่า หัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาสร้างความปลอดภัยทางถนน ต้องบูรณาการระดับพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมโยงมุกระดับทั้งท้องถิ่น อำเภอ และจังหวัด  เพราะจะใช้มาตาการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นหรือรณรงค์เท่านั้นจะต้องใช้กลไกสังคมมากำกับพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุด้วย ดังนั้น จำเป็นต้องให้กลไกศปถ.ระพื้นที่มีความเข้มแข็ง ซึ่งจำเป็นต้องลงทุนในเรื่องต่างๆที่สำคัญ

      ได้แก่ 1. พัฒนา ส่งเสริมอนุกรรมการศปถ.จังหวัด อำเภอ ท้องถิ่นให้มีความรู้ ทักษะ ความเข้าใจ เพื่อเข้าอำนาจการแก้ปัญหา 2.จัดระบบข้อมูลในระดับพื้นที่ เพื่อวิเคราะห์สาเหตุ นำเสนอเพื่อแก้ไข 3.จัดสรรงบประมาณให้ศปถ.ระดับพื้นที่เพื่อทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมข้อมุล วางแผนกับหน่วยงานอื่น รวามถึงติดตามประเมินผล และ4.ส่วนกลางต้องมีหน่วยงานวิชาการอย่างศปถ.ที่เป็นหน่วยงานอิสระ เพื่อวิเคราะห์ สอบสวนสาเหตุเชิงลึกของอุบัติเหตุ และจัดทำข้อเสนอนแนะแก้ปัญหา  หากลงทุนในสิ่งเหล่านี้เชื่อว่าจะสามารถช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุและช่วยเหลือคนได้มาก

       ด้านนพ.ธนะพงศ์  จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพิ่อความปลอดภัยทางถนน(ศปถ.) กล่าวว่า  ภาคีที่เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้สรุปข้อเสนอนโยบาย รวม 16 ข้อ แยกเป็น ลงทุนกลไกระดับพื้นที่ มี 2  ข้อ คือ 1.ปรับปรุง-แก้ไขกฎระเบียบให้ท้องถิ่นสามารถจัดการด้านความปลอดภัยทางถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะคณะกรรมการกระจายอำนาจกำหนดระเบียบ บทบาทหน้าที่ท้องถิ่นที่ชัดเจน และ 2.ศปถ.ลงทุนระบบสนับสนุนกลไกจัดการระดับพื้นที่ ได้แก่ การพัฒนาทีมอนุกรรมการศปถ.จังหวัด อำเภอ ในด้านการจัดการข้อมูล การจัดทำแผนบูรณาการ เป็นต้น  งบประมาณเพื่อกระบวนการบูรณาการข้อมูล แผนปฏิบัติการประเมินผล และมีระบบกำกับติดตามจากศปถ.ส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง

       ลงทุนถนนปลอดภัย มี 3 ข้อ คือ 1.ลงทุนกระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยทางถนนให้มีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 2.ส่งเสริมการนำต้นแบบการจัดการจุดเสี่ยงระดับท้องถิ่นมาใช้ในพื้นที่ต่างๆให้ครอบคลุม และ3.การจัดการความเร็ว โดยส่งเสนริมการกำหนดความเร็วจำกัดในเขตเมือง ศปถ.เป็นแกนหลักในการกำหนดสปีดโซน(Speed Zone) ร่วมกับตำรวจ และมีเวทีแลกเปลี่ยน สรุปบทเรียนเพื่อขยายผลต้นแบบจัดการความเร็วเขตเมือง  ลงทุนยานพาหนะปลอดภัย มี 2 ข้อ คือ 1.เทคโนโลยีการผลิตยุคใหม่กับความปลอดภัยของยานพาหนะ เช่น ภาครัฐร่วมผลักดันกฎระเบียบที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ยานพาหนะบนท้องถนนไทยมีการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัย  และทุกฝ่ายมีส่วนผลักดันให้เกิดกลไกตลาดที่เกิดจากความต้องการซื้อยานพาหนะที่มีมาตรฐานความปลอดภัย เป็นต้น และ 2.ทิศทางและบทเรียนการจัดการปัญหารถรับส่งนักเรียนในระดับพื้นที่  โดยมีเป้าหมายขั้นต้น อาทิ รถตู้รับส่งนักเรียนทุกคันต้องได้รับการขึ้นทะเบียน  การจัดให้มีการประกันภัยรถที่เทียบเท่ากับรถโดยสารสาธารณะ เป็นต้น

       กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย มี 3 ข้อ คือ 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)และกระทรวงยุติธรรม(ยธ.)ร่วมกันจัดทำฐานข้อมุลกระทำความผิดซ้ำโดยเฉพาะคดีเมาแล้วขับ 2.กำหนดให้สัดส่วนผู้ถูกคุมประพฤติซ้ำเท่ากับ 0 เป็นตัวชี้วัดในการประเมินคุณภาพกระบวนการคุมประพฤติ กรณีเมาขับและ3.ยธ.ออกระเบียบ ข้อบังคับให้ผู้กระทำผิดรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับกระบวนการคุมประพฤติ

        สถานประกอบการปลอดภัยทางถนน มี 2 ข้อ คือ 1.ศึกษาและปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อสนับสนุนให้ระบบความปลอดภัยและคณะกรรมการความปลอดภัยเข้ามามีบทบาทในการจัดการความปลอดภัยทางถนนให้กับบุคลากรในองค์กร และ2.ส่งเสริมมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนน ให้เกิดขึ้นในทุหน่วยงานองค์กร ร่วมกับกลไก อื่นๆ เช่น ประชารับเพื่อสังคม ระบบผู้จัดการความปลอดภัยทางถนน เป็นต้น

      ลงทุนเด็กไทยปลอดภัย มี 3 ข้อ ได้แก่  1.กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)มีนโยบายสนับสนุนให้สถานศึกษาภายใต้สังกัดมีการจัดการข้อมูลจากระบบที่มีอยู่มาจัดการวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อออกมาตรการ นโยบายในการป้องกันแก้ไขปัญหา 2.ศปถ.จังหวัดร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่ในการวิเคราะห์ นำเสนอข้อมูลในการประชุมศปถ.ระดับจังหวัดและ3.ศธ.สนับสนุนให้สถานศึกษาภายใต้สังกัดจัดการเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนนครอบคลุมทุกช่วงวัย

               การตอบสนองหลังเกิดเหตุ มี 3 ข้อ คือ 1.พัฒนาและผลักดันระบบข้อมูลสอบสวนการบาดเจ็บ พร้อมทั้งมีกระบวนการนำเสนอสู่การป้องกันแก้ไข ผ่านกลไกต่างๆ เช่า ศปถ.จังหวัด อำเภอ เป็นต้น 2.ต่อเนื่องการพัฒนา ระบบจัดการรถพยาบาลปลอดภัย โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างรถที่ปลอดภัย ระบบการกำกับความเสี่ยง ที่สำคัญ เช่น ขับต่อเนื่องเกินเวลา เป็นต้น และ3.สนับสนุนการทำงานกู้ชีพ กู้ภัย ที่จะช่วยระบุข้อมูลจุดเกิดเหตุที่จะนำไปสู่การสื่อสาร และป้องกันแก้ไข ทั้งนี้ จะมีการนำเสนอข้อสรุปที่ได้จากการสัมมนาครั้งนี้ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาต่อไป

 


เปิดอ่าน