ไลฟ์สไตล์

หวังสานพลังประชารัฐ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

หวังสานพลังประชารัฐ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

13 พ.ย. 2560

สานพลังประชารัฐหวังยกระดับ PISA ปี2561 โชว์ความสำเร็จครบรอบ 1ปี CONNEXT ED สร้างเด็กเก่ง 749,349 คน ครูมืออาชีพ 36,397 คน เสริมแกร่งผู้อำนวยการ 3,351 โรงเรียน

       เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2560 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 12 องค์กรภาคเอกชน ได้ร่วมกันจัดประชุมเชิงปฎิบัติการโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน (CONNEXT ED)ครั้งที่ 4 ตามโครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ คณะทำงานด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ เป็นประธานพร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สานพลังประชารัฐเพื่อการศึกษาที่ยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า โครงการสานพลังประชารัฐ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เข้ามาช่วยเป็นส่วนหนึ่งของการปฎิรูปการศึกษา โดยมีการดำเนินโครงการ CONNEXT ED ในการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ จากทุกองค์กร ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการมาครบ 1 ปีแล้ว และผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ เพราะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงการศึกษาครั้งใหญ่ในการดึงภาคเอกชนเข้ามาช่วยจัดการศึกษา

      “ที่ผ่านมา การดำเนินการโครงการดังกล่าว มีเสียงสะท้อนว่าภาคเอกชนจะเข้ามาหาผลประโยชน์กับการศึกษา แต่ครบรอบ 1 ของการดำเนินโครงการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความร่วมมือในการสานพลังประชารัฐมีทิศทางการดำเนินชัดเจนทั้งการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างเด็กเก่ง 749,349 คน พัฒนาคุณภาพคนโดยการสร้างครูมืออาชีพ 36,397 คน เสริมแกร่งผู้อำนวยการ 3,351 โรงเรียนประชารัฐ และยกระดับให้นักเรียนได้เข้าถึงไอซีทีและสื่อมัลติมีเดียใน 39,829 ห้องเรียนอัจฉริยะ รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันส่งเสริมการจัดการศึกษาด้านทักษะวิชาการและทักษะวิชาชีพ ซึ่งภาคเอกชนมีความตั้งใจที่จะมาช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง เพราะเรื่องการปฎิรูปการศึกษาชาวบ้านไม่ได้มองว่าเราจะปรับโครงสร้างไปอย่างไร แต่ชาวบ้านสนใจว่าลูกหลานได้เรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ มีสื่อการสอนทันสมัย และการเรียนกับครูเก่งๆหรือไม่”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

      อย่างไรก็ตาม การปฎิรูปการศึกษาจะสำเร็จได้แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ช้า กลาง เร็ว หากปฎิรูปการศึกษาช้าจะอยู่ที่ระยะเวลา 30 ปี กลาง 20 ปี และเร็ว 10 ปี ซึ่งหากสามารถปฎิรูปการศึกษาให้เห็นผลสำเร็จได้ภายใน 10 ปี จะก่อให้เกิดการพัฒนาประเทศในระยะยาวถึง 35 ปี อีกทั้ง การปฎิรูปการศึกษาที่สำเร็จของหลายประเทศเกิดการกระตุ้นจากหน่วยงานภายนอก ดังนั้นโครงการประชารัฐก็มีทิศทางอย่างชัดเจนที่เข้ามาช่วยกระตุ้นการจัดการศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย อีกทั้งโครงการสานพลังประชารัฐ และ CONNEXT ED จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเราขับเคลื่อนยกระดับโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ พิซ่า ในปี 2018 ด้วย

     ด้าน นายศุภชัย เจียรวนนท์ หัวหน้าทีมภาคเอกชน โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ กล่าวว่า ภาคเอกชนได้ขับเคลื่อนโครงการ CONNEXT ED ตามยุทธศาสตร์ 10 ข้อของโครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ คือ 1.ความโปร่งใสของข้อมูลสถานศึกษา 2.กลไกการตลาดและการมีส่วนร่วมของชุมชน 3.การพัฒนาและส่งเสริมผู้นำรุ่นใหม่ 4.การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสถานศึกษา 5.หลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง 6.พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน 7.การยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ 8.การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม 9.สร้างมาตรการจูงใจด้านสิทธิประโยชน์และการมีส่วนร่วมจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ 10.ศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งอนาคตในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ ในปี 2561 แนวทางในการดำเนินงานในโครงการดังกล่าวจะมุ่งเน้นเชื่อมโยงการทีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยจะส่งเสริมดึงศักยภาพของครู เด็ก ผู้ปกครอง และชุมชน สู่การค้นคว้าองค์ความรู้ ไปสู่การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21