วัยรุ่นรับบริการคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวร ฟรี

กรมอนามัย ย้ำวัยรุ่นไทยรับบริการยาฝังคุมกำเนิดฟรี ที่หน่วยบริการบัตรทองทั่วประเทศ หวังป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น

     นพ.วชิระ เพ็งจันทร์  อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นและปัญหาการคลอดซ้ำในวัยรุ่น ยังเป็นเรื่องที่น่าห่วง การคุมกำเนิดจึงจำเป็นสำหรับวัยเจริญพันธุ์ในระยะที่        ไม่พร้อม ได้แก่ กลุ่มวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 10 ปีบริบูรณ์ จนถึงก่อน 20 ปีบริบูรณ์ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าว กรมอนามัยได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดทำแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเพื่อให้วัยรุ่นเข้าถึงบริการคุมกำเนิดชนิดกึ่งถาวร โดยวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป แต่ยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ สามารถขอรับบริการคุมกำเนิดโดยการใช้ยาฝังคุมกำเนิดและห่วงอนามัย ซึ่งเป็นการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง ได้ฟรี ณ สถานบริการที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทุกแห่งทั่วประเทศ

วัยรุ่นรับบริการคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวร ฟรี


         "ยาคุมกำเนิดชนิดกึ่งถาวร หรือชนิดฝังใต้ผิวหนัง จัดเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมาก มากกว่าการกินยาคุมกำเนิด เพราะการกินยาอาจจะหลงลืมได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีวัยรุ่นไทยตั้งครรภ์และคลอดประมาณแสนกว่ารายต่อปี ในจำนวนนี้พบว่ามีการตั้งครรภ์ซ้ำถึง 16 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก จึงได้รณรงค์และฝังยาคุมกำเนิดให้วัยรุ่นที่ผ่านการตั้งครรภ์มาแล้ว เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำ โดย 3 ปีที่ผ่านมารับบริการไปแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ แต่เป้าหมายอยากให้รับบริการทั้งหมด เพื่อลดอัตรการตั้งครรภ์ซ้ำให้ต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งกลุ่มนี้มีฐานข้อมูลอยู่ที่สถานบริการสาธารณสุขอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะทำให้เขายอมรับบริการตรงนี้คือเรื่องของการสื่อสารจากบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำให้วัยรุ่นได้รู้ เข้าใจ และรับบริการ ณ ขณะนั้นเลย ไม่ใช่กลับไปคิดต่อที่บ้านซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะไม่กลับเข้ามารับบริการ"นพ.วชิระกล่าว 

        นพ.วชิระ กล่าวอีกว่า  ปัจจุบันได้มีการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ด้วยมาตรการทางกฎหมายอีกทางหนึ่งด้วย ได้แก่ พ.รบ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งจะส่งผลเด็กและเยาวชนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 เรื่องที่สำคัญ คือ  1.สถานศึกษาต้องจัดให้มีการสอนเพศวิถีศึกษาอย่างเหมาะสม จัดหาและพัฒนาผู้สอนเพศวิถีศึกษา การให้คำปรึกษา ช่วยเหลือและคุ้มครองวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ให้ได้รับการศึกษาต่ออย่างเหมาะสม รวมทั้งส่งต่อให้ได้รับสวัสดิการสังคม 2.สถานบริการต้องให้ข้อมูลความรู้และจัดบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ รวมทั้งส่งต่อให้ได้รับสวัสดิการสังคม 3.สถานประกอบกิจการต้องให้ข้อมูลความรู้และส่งเสริมให้เข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ รวมทั้งส่งต่อให้ได้รับสวัสดิการสังคม 4.การจัดสวัสดิการสังคมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และ5.ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อคุ้มครองสิทธิของวัยรุ่น

 


เปิดอ่าน