รักแม่ จึงท้อแท้ไม่ได้

สมจิตร รัตนเมือง

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน: เพราะรักแม่ จึงท้อแท้ไม่ได้ "สมจิตร รัตนเมือง " แม่บ้านนักการฑูต

 

      จากผู้หญิงธรรมดาๆ เติบโตในครอบครัวชาวนา มีชีวิตอยู่กับท้องทุ่งนาและวัวควาย อาศัยยุ้งข้าวของญาติเป็นที่ซุกหัวนอน ต้องมาทำงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 13 ปี และเป็นที่มาของชีวิตที่ดีในวันนี้ เพราะได้ทำงานกับ “คุณแม่ ศิริรัตน์ จันทวรินทร์ ”คุณแม่ของเอกอัครราชทูตไทยไคโรท่านทูตพีรศักย จันทวรินทร์"ผู้ชุบชีวิตเด็กบ้านๆ ผอมๆ ตัวดำๆคนหนึ่งให้เข้าไปอยู่ในรั้วบ้านหลังใหญ่ที่มีแต่ความอบอุ่น และทำให้เด็กคนหนึ่งได้ติดตามท่านไปประจำการในต่างประเทศครั้งแรก

รักแม่ จึงท้อแท้ไม่ได้

         สมจิตร รัตนเมืองหรือ“น้องจิตร”

     พร้อมกับการออกประจำการครั้งแรกของท่านเอกอัครราชทูตฯ รวมถึงตอนนี้ก็ 31 ปีตั้งแต่ โปรตุเกส 4 ปี สิงค์โปร 4 ปี ฟิลิปปินส์ 3ปี อิตาลี 5 ปี อียิปต์ 4 ปี จนเกษียนเมื่อปีที่แล้ว

       ตลอดระยะเวลาที่เข้าสู่อ้อมอกของบ้านคุณแม่ ผู้ที่สอนทุกอย่างตามแบบฉบับกุลสตรีไทย รวมถึงการจัดระเบียบชีวิตต่างๆ ซึ่งไม่เคยได้ร่ำเรียนมาก่อน เปลี่ยนชีวิตให้อยู่ในกรอบความเป็นกุลสตรี เรื่องการพูดจา การแต่งกาย บุคลิกภาพ เรื่องในครัวเรือน เรื่องความสะอาด เรื่องอาหารและเรื่องการเข้าสังคม เสิร์ฟอาหารหรือให้การต้อนรับแขกระดับประเทศที่มาเยือนทำเนียบเอกอัครราชทูต หรือแขกในกลุ่มอาเซียนตลอดจนคนไทยทั่วไป เพราะเธอเป็นแม่บ้านทำเนียบเอกอัครราชฑูตนั่นเอง

รักแม่ จึงท้อแท้ไม่ได้

                คุณแม่ ศิริรัตน์ จันทวรินทร์
    สมจิตร รัตนเมืองหรือ“น้องจิตร”เป็นลูกคนโต มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน พ่อชื่อสัมฤทธิ์ รัตนเมือง แม่ชื่อ มี รัตนเมืองและเป็นคนจังหวัดนครราชสีมา มีอาชีพทำนามาแต่กำเนิด เมื่อเรียนจบ ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนบ้านหนองแสง ต.บัวลาย อ.บัวใหญ่  ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าชีวิตของตัวเองจะเหมือนกับละคร ที่คอยติดตามเจ้านายไปยังประเทศต่างๆ

รักแม่ จึงท้อแท้ไม่ได้

       แม้จะได้รับการอบรมจากคุณแม่เป็นอย่างดี แต่ก็รู้สึกประหม่าในการใช้ชีวิตในต่างแดน แต่เพราะคำพูดและกำลังใจจากท่านเอกอัครราชทูตและภริยา ทำให้รู้สึกมีกำลังใจและทำให้ดีที่สุดให้สมกับคุณแม่ที่สอนมาและทำให้ครอบครัวที่บ้านนอกได้อยู่สบายและมีบ้านใหม่ให้พ่อแม่ให้ได้

รักแม่ จึงท้อแท้ไม่ได้

        ทุกวันนี้น้องจิตร มีความสุขเพราะตลอดชีวิตที่ออกจากบ้านมาก็ได้ส่งเงินเดือนที่ได้กลับไปยังครอบครัวอยู่เสมอทำให้ฐานะดีขึ้นเรื่อยๆ พ่อแม่ก็มีความสุข ไม่ต้องเหนื่อยเหมือนเมื่อก่อน การเป็นแม่บ้านระดับนักการทูตไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ ยิ่งได้ออกต่างประเทศยิ่งได้พบผู้คนมากมายชาวต่างชาติ มีโอกาสดีๆมากมาย

รักแม่ จึงท้อแท้ไม่ได้

      กอปรกับการอบรมเพิ่มเติมจากภรรยาของท่านเอกอัครราชทูต ยิ่งเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตของตัวเองและวงศ์ตระกูลมากยิ่งขึ้น ท่านได้ให้โอกาสได้เรียนรู้ในหลายเรื่องและน้องจิตรเองก็ชอบการเรียนรู้อยู่แล้ว จึงไปเรียนแกะสลักเพิ่มเติม เพราะโอกาสดีจากท่านเอกอัครราชทูตและภริยาให้น้องจิตร ได้ทำการออกสื่อระดับประเทศของอียิปต์ โดยยกกองถ่ายมาทำข่าวในหนังสือเกี่ยวกับบ้าน “อัลเบต” และแถมด้วยเรื่องการสอนแกะสลัก การจัดอาหารและโต๊ะสำหรับกับข้าวในแบบฉบับไทยแท้ดั้งเดิม

รักแม่ จึงท้อแท้ไม่ได้

      น้องจิตรได้ออกงานแกะสลัก และทำอาหารโชว์ในงานต่างๆของสถานเอกอัครราชทูต เป็นแม่บ้านที่ดี ตลอดระยะเวลา 30 ปี และปีนี้ 2560 เป็นปีต่อยอดชีวิตบนเส้นทางนี้อีกครั้งโดยการติดตามเอกอัครราชทูตไทยไคโร ท่านทูตชัยณรงค์ กีรติยุตวงศ์ ซึ่งเป็นครอบครัวใหม่ของน้องจิตร นอกจากความอบอุ่นแล้วยังได้แนวคิดต่อเติมชีวิตให้มองเห็นโลกใบใหม่ในวันข้างหน้า

รักแม่ จึงท้อแท้ไม่ได้

     "รู้สึกภาคภูมิใจที่มีวันนี้เพราะอาชีพนี้ ทำให้มีเงินส่งให้พ่อแม่ใช้จ่ายอยู่กินอย่างสุขสบายในทุกๆ เดือน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ใกล้ ไม่ได้ดูแล แต่ตั้งใจไว้ว่าสักวันหนึ่งจะกลับไปดูแลพ่อกับแม่ด้วยตัวเอง หลังจากที่มีทุกอย่างให้พ่อแม่ตามที่ตัวเองเคยหวังเอาไว้แล้ว ไม่เคยคิดให้หัวใจอ่อนแอและท้อแท้ แต่อาจมีบ้างบางเวลา

รักแม่ จึงท้อแท้ไม่ได้

และทุกครั้งที่เกิดความรู้สึกนี้ น้องจะนึกถึงหน้าของพ่อแม่ที่เลี้ยงน้องมา และมองลูกๆที่น้องให้กำเนิดมา อยากเห็นสีหน้าที่ยิ้มแย้มและมีความสุขของพวกเขาทุกคน ชีวิตน้องมีค่าเพราะพ่อแม่และลูกนี่แหละพี่ คือกำลังใจที่ทำให้น้องต้องสู้ต่อไป แม้จะอยู่เพียงลำพังและห่างไกลจากทุกคนก็ตาม เพราะน้องคิดเสมอว่า การได้ทำให้พ่อกับแม่มีความสุข คือ สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของน้องแล้วค่ะ"น้องจิตร กล่าวทิ้งท้าย 

รักแม่ จึงท้อแท้ไม่ได้


เปิดอ่าน