ชงงดรับนศ.ใหม่อุเทน-ปทุมวันแก้ตีกันคาด4ปีปิด

ชงปิดอุเทน-ปทุมวันแก้ตีกัน

เสนอแก้อุเทน-ปทุมวันตีกัน งดรับศึกษาเข้าใหม่ทุกระดับชั้น เริ่มปีการศึกษา2561 นี้ คาดไม่เกิน 4 ปีการศึกษาก็สิ้นสุดบัณฑิตของทั้งสองสถาบัน

 

       เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธ์ ได้ทำหนังสือเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันอย่างยั่งยืน ถึง หม่อมหลวงปนัดดา ดิสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษา โดยให้สถาบันทั้งสองแห่งงดรับนักศึกษาปี 1 ของทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป หรือเร็วที่สุดที่สามารถดำเนินการได้ 

       และย้าย ครู อาจารย์ และบุคลากร ของสถาบันทั้งสองจำนวนที่เกินความจำเป็นในการดำเนินการเรียนการอสอนในระดับชั้นปีที่ยังคงเปิดการเรียนการสอนอยู่ให้บ้าไปปฏิบัติหน้าที่ในสถาบันการศึกษาอื่นที่ต้องการบุคลากรเพิ่ม และให้ดำเนินการโยกย้ายต่อเนื่องจนกว่าสิ้นสุดบัณฑิตรุ่นสุดท้ายของสถาบัน โดยในระยะเวลาไม่เกิน 4 ปีการศึกษา หรืออาจจะมากกว่านั้นเล็กน้อยก็สิ้นสุดบัณฑิตของทั้งสองสถาบัน จะไม่มีนักศึกษาที่จบจากสถาบันทั้งสองนี้อีก

 

ชงงดรับนศ.ใหม่อุเทน-ปทุมวันแก้ตีกันคาด4ปีปิด

 

       ในส่วนของอาคารสถานที่ของสถาบันคู่อริใจกลางกรุงเทพมหานคร ควรพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และลบล้างความทรงจำที่ไม่ดีในอดีตของสถาบันทั้งสอง โดยที่ตั้งของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยเขตอุเทนถวาย ควรยกให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำไปพัฒนาเป็นอาคารเพื่อการเรียนการสอนต่อไป ซึ่งทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเคยขอพื้นที่คืน และในส่วนของสถานที่ของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ก็จัดให้โรงเรียนสตรีในย่านใกล้เคียงที่ต้องการขยายวิทยาเขตเข้ามาดำเนินการ

       ทั้งนี้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา “ดร.สุภัทร จำปาทอง” ได้ส่งมอบหนังสือดังกล่าวให้ประธานสภามหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งได้พิจารณาเรียบร้อยเมื่อวันที่ 24 ส.ค.เนื่องจากเป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัยจะดำเนินการ

       เลขาธิการคณะกรรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่าการเสนอให้มีการงดรับนักศึกษา หรือปิดสถาบันการศึกษาทั้ง 2  แห่งเพื่อแก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาท เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ต้องให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการ เพราะมีอำนาจตามกฏหมาย

 

ชงงดรับนศ.ใหม่อุเทน-ปทุมวันแก้ตีกันคาด4ปีปิด

 

       “ใครจะเสนออะไรก็เสนอได้ แต่การดำเนินการต้องเป็นไปตามกฏหมาย เป็นขั้นตอนที่กำหนดให้สภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งผมได้ส่งเรื่องไปให้แล้ว ต้องไปถามทางสภามหาวิทยาลัยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ”เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าว

       ทั้งนี้ในหนังสือของ ร.ต.ประพาส ระบุด้วยว่าการทะเลาะวิวาทระหว่างสองสถาบันมีมาตลอดระยะเวลา 40 ปี แต่ละครั้งมีเหตุผลเดียวคือ การไม่พอใจ อิจฉา ล้างแค้น และเอาคืนเพื่อแสดงอำนาจที่เหนือว่าที่เรียก “มีแค้นต้องชำระ” ส่วนหนึ่งมาจากค่านิยมในสถาบันที่ได้รับการบ่มเพาะของนักศึกษารุ่นพี่ๆ และครูอาจารย์ที่เคยเป็นรุ่นพี่มาก่อน

       ปัจจุบันการทะเลาะวิวาทได้พัฒนาเครื่องทุ่นแรงมาเป็นอาวุธปืน มีด และระเบิดทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายมากบ้างน้อยบ้าง ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงประเทศชาติ บรรยากาศการลงทุนและนักท่องเที่ยวย่านธุรกิจการค้าสยามสแควร์ ประตูน้ำ อนุสาวรีย์ ที่เป็นอัตลักษณ์ย่านสำคัญของกรุงเทพ

       ถึงเวลาแล้วที่จะต้องได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังยั่งยืน รัฐบาลที่ผ่านมาได้แก้ปัญหาให้นักศึกษาทั้งสองสถาบันที่ทะเลาะวิวาทกันเ้ข้ารับการอบรมใช้ชีวิตอยู่ในค่ายทหารด้วยกัน ได้ผลบ้างในระยะสั้นๆ หากต้องการแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทในย่านปทุมวันนี้ ควรที่จะมีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด ด้วยวิธีการละมุนละม่อมโดยใช้ระยะเวลาเป็นตัวกำหนดการสิ้นสุดสงตรมแห่งศักดิ์ศรีของทั้งสองสถาบัน โดยกำหนดให้ยุบสลายคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ความแค้นทั้งหลายก็จะหายไป คงเ้หลือเพียงชื่อเสียงที่ดีของทั้งสองสถาบันที่จะคงอยู่ในความทรงจำของประชาชนตลอดไป

ชงงดรับนศ.ใหม่อุเทน-ปทุมวันแก้ตีกันคาด4ปีปิด

 

       ด้านนาย จรูญ ชูลาภ นายกสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กล่าวว่าได้รับข้อเสนอดังกล่าวแล้วแต่ยังไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาในสภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน แต่อย่างใด การเสนอความเห็นต่างๆเป็นสิทธฺที่ทุกคนทำได้ แต่การนำไปปฏิบัติไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ต้องพิจารณารอบคอบหลายๆด้าน

       จริงๆแล้วปัจจุบันนี้ ทั้งสองสถาบันต่างตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหานี้ีร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ครูอาจารย์ และฝ่ายอื่นๆในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง แล้ว มั่นใจว่าในพื้นที่ส่วนกลางที่ใกล้ที่ตั้งทั้งสองไม่น่าจะมีปัญหาในการเฝ้าระวัง แต่เป็นห่วงพื้นที่รอบนอกมากกว่า หากเด็กมีปัญหาขัดแย้งกันก็อาจจะเกิดการทะเลาะวิวาทได้หากพวกเขาไปเจอกันตามพื้นที่รอบนอก

       ด้าน ผศ.สืบพงษ์ ม่วงชู ที่ปรึกษาอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเด็กที่ทะเลาะวิวาท สามารถทำได้ด้วยการเข้มงวดในระเบียบและกฏหมาย ซึ่งในปี 2553 ได้เคยดำเนินการมาแล้วได้ผลไม่มีปัญหาเด็กตีกัน ด้วยการขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากพบเด็กกระทำความผิดก็ลงโทษตามกฏหมาย จับดำเนินคดี

       ส่วนของอาจารย์ของแต่ละสถาบันหากพบว่าไม่เอาใจใส่ไม่สอดส่องดูแล ปล่อยปละละเลยนักเรียน ผู้บังคับบัญชาต้องโทษทางวินัยให้เด็ดขาด เชื่อว่าเมื่อทุกฝ่ายทำตามหน้าที่ของตนเองอย่างเข็มงวดแล้ว ปัญหาทะเลาะวิวาทก็จะหมดไป

       "เด็กตีกัน มีความผิดตำรวจก็จับ อาจารย์ไม่เอาใจใส่นักเรียนปล่อยให้มีเรื่องกันก็โดนลงโทษทางวินัย เมื่อทุกฝ่ายใช้เครื่องมือที่ตนเองมีอย่างเต็มที่แล้วเชื่อว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้" ผศ.สืบพงษ์ กล่าว

 

 

 


เปิดอ่าน