เปิดสถานการณ์"ข้าราชการไทย"

คุณภาพชีวิต  :  5 ก.ย. 2560

ผลศึกษาพบข้าราชการไทย 1 ใน 3 เสี่ยงโรคเรื้อรัง  1ใน5 มีภาวะเครียดสูง หนี้พุ่งขึ้น 3 เท่าตัว แนวโน้มภูมิแพ้สูงขึ้น  ชี้ความมั่นคงสิ่งสำคัญดึงคนอยู่ในระบบราชการ

     เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 ที่ศุนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ในการประชุมภาคีเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ “ความสุขข้าราชการไทย 4.0” ดร.ศิริเชษฐ์ สังขะมาน  หัวหน้าโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงาและเสริมสร้างศักยภาพองวค์กรภาครัฐในระยะเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรสุขภาวะ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลคนในองค์กรภาครัฐ ในปี 2560 จำนวน 1,912 คน พบว่า 1 ใน 3 ของข้าราชการยังมีความเสี่ยงด้วย 3 โรค ที่สำคัญคือ ความดัน ไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน

เปิดสถานการณ์"ข้าราชการไทย"

        ที่น่าสนใจคือ ในปีนี้เริ่มพบแนวโน้มโรคออฟฟิศซินโดรม จากอาการภูมิแพ้ที่มีความถี่สูงขึ้น อาจเป็นผลเนื่องมาจากฝุ่นจากเอกสารกระดาษต่างๆ  ที่มีการวางตามระเบียง บันไดหนีไฟแล้วนำกลับมาใช้ หรืออุปกรณ์สำนักงานที่เก่า มีภาวะเนือยนิ่ง ออกกำลังกายน้อย จากลักษณะงานที่ต้องนั่งใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น

       นอกจากนี้ 1 ใน 5 มีภาวะความเครียดจากการทำงานในระดับที่สูง ส่วนพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่วันนี้ไม่ใช่ปัญหาในระบบราชการ โดยพบว่ามีผู้ที่ดื่มหรือสูบเป็นประจำ 6% ส่วนกลุ่มเจนวายมีถึง 90% ที่ไม่สูบบุหรี่ และมีแนวโน้มภาระหนี้สินมากขึ้น จากปี 2553 ภาระหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 1 ล้านบาท ส่วนปี 2560 ภาระหนี้ขยับมาที่ 1-3 ล้านบาท ซึ่งอันดับ 1 ของภาระหนี้สิน คือ ที่อยู่อาศัย 56% ตามด้วยหนี้เงินผ่อนชำระสินค้าและบริการที่สูงถึง 45%

      ดร. ศิริเชษฐ์ กล่าวว่า ข้อค้นพบที่น่าสนใจคือ อะไรเป็นแรงจูงใจให้คนแต่ละรุ่นเข้ามาอยู่ในระบบราชการ ซึ่งพบว่า กลุ่มเบบี้บูมและกลุ่มเจนเอ็กซ์ มีความเหมือนกัน คือ ความมั่นคง ตามด้วยความรักในอาชีพ ส่วนเจนวาย อันดับ 1 คือ ความมั่นคง ตามด้วยรายได้และสวัสดิการ นอกจากนี้ ยังพบว่า สาเหตุที่จะทำให้กลุ่มเจนวายยังคงทำงานต่อในระบบราชการไม่ไปไหน คือ การมองถึงโอกาสความก้าวหน้าและการเลื่อนขั้นตามวาระ จะเห็นได้ว่า ความมั่นคงยังเป็นอันดับ 1 ที่จูงใจให้คนรุ่นใหม่สนใจทำงานในระบบราชการ อย่างไรก็ตาม คนรุ่นใหม่มองเรื่องรายได้และสวัสดิการในสัดส่วนที่สูงกว่าความรักในอาชีพ ซึ่งรายได้ในปัจจุบันไม่แตกต่างจากภาคเอกชน ดังนั้น สิ่งที่จะทำให้ภาครัฐแตกต่างและจูงใจคนรุ่นใหม่เข้าทำงาน คือ ความมั่นคงและระบบสวัสดิการ รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพชีวิตในการทำงาน

"ข้าราชการไทย 4.0"อาจมีสิทธิเลือกชีวิตทำงานเอง


http://videolink.nationchannel.com/data/5/2017/09/05//acbe8e6hjea55eha65bab.mp4
เปิดอ่าน