
เนชั่นเปิดตัวสารคดีชุด สายลมบูรพา
เนชั่นเปิดตัวสารคดีชุด“สายลมบูรพา-ย้อนรอยความสัมพันธ์ไทย-จีน”ถ่ายทอดผ่านผู้มีประสบการณ์ตรง 10 ตอน ออกอากาศ7ก.ย.นี้ทางทีวีช่อง 22 เวลา 19.20 น.
เมื่อวันที่ 24 ส.ค.60- ที่โรงแรมดุสิตธานี มีการแถลงข่าวสารคดีย้อยรอยความสัมพันธ์ไทย-จีน ชุด “สายลมบูรพา-ย้อนรอยความสัมพันธ์ไทย-จีน” ซึ่งจะออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ช่อง 22 ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา 19.20 น. เริ่มตอนแรกวันที่ 7 กันยายนนี้ โดยมีนายสุทธิชัย หยุ่น ที่ปรึกษาเครือเนชั่น กรุ๊ป,TV anchor, columnist นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ดร.เตช บุนนาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ดร. สารสิน วีระผล, รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมแถลงข่าว พร้อมกันนี้มีบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ
นายสุทธิชัย หยุ่น ในฐานะผู้ดำเนินรายการและหนึ่งในผู้ที่เคยร่วมในเหตุการณ์ครั้งสำคัญ กล่าวว่า สารคดีดังกล่าวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบันทุกประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทย เบื้องหลังความสัมพันธ์ไทย-จีน ก่อนที่จะมีการสถาปนาทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2518 ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นการริเริ่มโดยนักการทูต กลุ่มนักคิด กลุ่มเคลื่อนไหวในประเทศที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มีทูตราชการลับ
ซึ่งเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ ไม่มีใครสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีไปกว่าผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จริง และครั้งนี้โชคดีที่บุคคลสำคัญๆที่มีทั้งนักการเมือง นักการทูต นักกีฬา นักวิชาการ ศิลปิน บุคคลธรรมดาซึ่งยังมีชีวิตอยู่มาบอกเล่าเรื่องราว เช่น นายอานันท์ จะได้มาถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของการทูตที่สำคัญมาก ที่ไม่เคยได้รับรู้ที่ไหนมาก่อน หรือเรื่องราวของ นายวรรณไว พัธโนทัย ที่ในครั้งนั้นถูกส่งไปอยู่ในการดูแลของโจว เอินไหล นายกรัฐมนตรี เพื่อให้เป็นสะพานเชื่อมใจอย่างลับๆระหว่างผู้นำสองชาติ เป็นต้น
“ยังมีเหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริการ่วมมือทางการทูตกับจีน ซึ่งไทยเป็นพันธมิตรกับสหรัฐ ตรงนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นว่าไทยเราปรับตัวอย่างมีวิสัยทัศน์ด้านการทูตในต่างประเทศ สารคดีนี้จะชี้ให้เห็นใครเป็นตัวละครสำคัญ การเปลี่ยนนโยบายสำคัญขนาดนั้นมันเกิดจากปัจจัยอะไร ที่สำคัญก็คือว่าทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ ได้มาเล่าด้วยตัวเอง ส่วนตัวผมก็อยู่ในเหตุการณ์นั้น เพราะว่าวันที่ 1 กรกฎาคม 2518 ที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีไปร่วมลงนามกับนายกรัฐมนตรีจีน ผมก็เป็นหนึ่งในคณะที่ไป มีสื่อมวลชนไปสัก 4-5 คน เข้าไปเป็นสักขีพยาน ดังนั้น เรื่องนี้น่าจะต้องบันทึกเอาไว้เป็นสารคดี ให้ลูกหลานได้เรียนรู้และศึกษา เพราะบทเรียนที่ได้จากจีนในครั้งนั้น ก็จะเป็นบทเรียนให้กับอนาคตแน่นอน”
นายสุทธิชัย กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สารคดีดังกล่าวจะออกอากาศตอนแรกในวันที่ 7 กันยายนนี้ ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา 19.20 น.ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ช่อง 22 ขณะเดียวกัน จะมีการเผยแพร่ไปสู่วงกว้างมากขึ้น โดยจะจัดทำคำบรรยายภาษาจีน และภาษาอังกฤษ เพื่อนำไปออกอากาศในประเทศจีน ประเทศอื่นๆทั่วโลก และจะเผยแพร่ผ่านยูทิวป์ สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆด้วยเพื่อให้ได้เห็นผลงานสารคดีมาตรฐานระดับสากล
นอกจากนั้น เนชั่นเตรียมจะจัดทำสารคดีบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์เช่นนี้ในอีกหลายเรื่อง อาทิ สารคดีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นที่ยาวนานถึง 130 ปี และเร็วๆนี้จะมีสารคดีที่ได้สัมภาษณ์ “แจ็ค หม่า” ซึ่งเนชั่นฯเป็นสื่อเดียวในเอเชียที่ได้สัมภาษณ์แจ็คหม่าแบบเอ็กคลูซีฟครั้งแรก ก็จะมาเสนอให้ได้รับชม ประมาณ 5-6 ตอน
ด้านนายอานันท์ กล่าวว่า ในครั้งนั้นเป็นนักการทูต หัวใจสำคัญคือเราต้องฟังและค้นหาข้อเท็จจริง ซึ่งในเวลานั้นก็จะเจอกับข่าวทั้งที่เป็นความจริงและไม่จริงมากมาย อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่ผ่านมาก็ถือเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ว่าผู้ที่จะเป็นนักการทูต หรือพรรคการเมืองคนต้องเรียนรู้ การกำหนดนโยบายในด้านความสัมพันธ์ต่างประเทศ ต้องรักษาความสัมพันธ์และต้องวางแผนเป็นเชิงยุทธศาสตร์ ที่มองเห็นว่านอนาคต 10-20 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เราจะอยู่ในจุดไหนด้วย
สำหรับสารคดีย้อนรอยความสัมพันธ์ไทย-จีน ชุด “สายลมบูรพา ย้อนรอยความสัมพันธ์ไทยจีน” มีทั้งหมด 10 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 การทูตรัฐบรรณาการ,ตอนที่ 2 การทูตใต้ดิน,ตอนที่ 3 การทูตปิงปอง,ตอนที่ 4 เส้นการเจรจาเปิดความสัมพันธ์,ตอนที่ 5 มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เยือนจีน,ตอนที่ 6 พรรคคอมมิวนิสต์ไทย “ล้ม”,ตอนที่ 7 เปิดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ,ตอนที่ 8 อาณาจักรธุรกิจไทยในจีน,ตอนที่ 9 ราชวงศ์ไทย สะพานใหญ่แห่งสายสัมพันธ์ไทย-จีนและตอนที่ 10 มองอนาคตแห่งความสัมพันธ์
ส่วนบุคคลสำคัญที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ ได้แก่ สุทธิชัย หยุ่น ,นายสารสิน วีรผล ,นาย อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และนักการทูตระดับอาวุโส ,นายวรรณไว พัธโนทัย, สิรินทร์ พัธโนทัย,นายสุเทพ วงศ์กำแหง, สุชาติ ภูมิบริรักษ์ ,นายเตช บุญนาค,นายสันติภาพ เตชะวณิชย์ ,นายเจริญ วรรธนะสิน,จาง จิ๋วหวน อดีตนักการทูตหนุ่มของจีนที่เชี่ยวชาญเรื่องภาษาไทย ได้เข้าร่วมการเจรจาเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ไทย-จีน มาตั้งแต่เริ่ม สุดท้ายก็ได้มาเป็นเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย,หลี่เม่า เด็กไทยสายเลือดจีน,นายบัณฑิต จันทศรีคำ นักหนังสือพิมพ์ เจ้าของนามปากกา แคน สาลิกา,นายธนินทร์ เจียรวนนท์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เข้าไปลงทุนในจีน ในยุคคอมมิวนิสต์ และธนากร เสรีบุรี ผู้สร้างอาณาจักรซีพีในประเทศจีน



