ไลฟ์สไตล์

ขยายช่องทำกินธุรกิจ SMEs สู่ตลาดออนไลน์

ขยายช่องทำกินธุรกิจ SMEs สู่ตลาดออนไลน์

07 ส.ค. 2560

สสว. จับมือ มทร.ธัญบุรี เดินสายอบรมให้ความรู้ ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs เรียนรู้ เทคนิคเพิ่มช่องทางธุรกิจเข้าสู่ตลาดออนไลน์อย่างยั่งยืน ตั้งเป้าคัดให้ได้กว่า 2 หมื่นผลิตภัณฑ์

         สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จับมือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ธัญบุรี จัดอบรม SMEs E-commerce ในพื้นที่ ภาคเหนือ ภาคกลาง  ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ให้มีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้นในรูปแบบ Business to Business to Customers (B2 B 2C) เชื่อมโยงการส่งเสริมการตลาดระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ภาคการผลิต กับผู้ให้บริการด้านตลาดออนไลน์ ให้ขยายความสามารถในการแข่งขันในตลาดออนไลน์เป็นกลไกขับเคลื่อนการตลาดสำหรับ SMEs ตลอดจนการพัฒนารูปแบบบริหารจัดการตลาดออนไลน์ สำหรับ SMEs ให้เป็นช่องทางการตลาดที่ยั่งยืน โดยเริ่ม Start โครงการ ณ ห้องเอ็มเพรส แกรนด์ฮอล์ ชั้น 3 โรงแรมดิเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ SMEs เข้าร่วมกว่า 230 คน จำนวนสินค้า 253 sku / 47 บริษัท

ขยายช่องทำกินธุรกิจ SMEs สู่ตลาดออนไลน์

         นายวิชิระ แก้วกอ ผู้อำนวยการ ฝ่ายประสานเครือข่ายผู้ให้บริการ SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ในการดำเนินโครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SMEs เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ให้มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้สะดวก  และยังเป็นการสร้างยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการระดับเริ่มต้น Startup ผู้ประกอบการกลุ่ม Regular ให้มีช่องทางการจำหน่ายและศูนย์กลางในการบริหารจัดการตลาดออนไลน์ด้วยมืออาชีพ “ทฤษฎีความรู้ ผู้ประกอบการสามารถอ่านได้จากคู่มือ แต่ในการ Workshop  ผู้ประกอบการจะได้เรียนรู้ ได้เห็นเทคนิคจริง” 

        ได้ร่วมดำเนินโครงการกับทาง มทร.ธัญบุรี จัดอบรมในเรื่องของการพัฒนาภาพลักษณ์ การสร้างแบรนด์ การสร้างการยอมรับในกลุ่มลูกค้า การสร้างโปรโมชันเร่งกระบวนการตัดสินใจซื้อ จัดการด้านการเงินผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้และยกระดับกิจการของ SMEs ให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ขยายช่องทำกินธุรกิจ SMEs สู่ตลาดออนไลน์

          ทางด้าน นายนิติ วิทยาวิโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้ดำเนินโครงการและจัดทำหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการและคัดเลือกสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีเป้าหมาย คือ ผู้ประกอบการจำนวน 21,700 ราย สินค้าหรือบริการ จำนวน 32,500 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งคัดเลือกจากกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ประกอบการที่ทางมหาวิทยาลัยฯ เป็นที่ปรึกษาจากโครงการต่างๆ ที่ผ่านมา พร้อมทั้งช่วยพัฒนาให้ความรู้ให้คำปรึกษาและเตรียมความพร้อมจำนวนไม่น้อยกว่า 25,000 ผลิตภัณฑ์ ขึ้นไปจำหน่ายบนตลาดออนไลน์

       “นอกจากความรู้ที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับ ทาง มทร.ธัญบุรี จะให้แนวคิดและแนวทางที่ผู้ประกอบการ สามารถนำไปต่อยอด อย่างยั่งยืน”

        ด้านผู้ประกอบการ SMEs จังหวัดเชียงใหม่ที่เข้าร่วมโครงการ คุณปพิชญา สุนันติ เจ้าของแบรนด์ GYPXO Natural เล่าว่า เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ออร์แกนิคแท้ 100 %  และด้วยเป็นแบรนด์ใหม่ การเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก “ทุกวันนี้ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นการขายของออนไลน์ จึงเป็นสิ่งสำคัญ” การมีความรู้ในเรื่องของการสร้างยอดขายในตลาดออนไลน์จึงเป็นสิ่งจำเป็น

ขยายช่องทำกินธุรกิจ SMEs สู่ตลาดออนไลน์

       ทางด้าน นายอนันต์ ศศิกีรติ เจ้าของแบรนด์กาแฟเพื่อสุขภาพ Longana บริษัท อมรินทร์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) เล่าว่า ผลิตภัณฑ์ของตนเองเป็นสารสกัดความหวานจากลำไย เจ้าแรกๆ ของภาคเหนือ สำหรับคนรักสุขภาพ เหมาะสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน ในการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ทราบข้อมูลมาจากสมาชิกที่ได้แชร์ข่าวสาร เมื่อได้เห็นจึงสนใจ ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ตลาดที่มาแรง คงหนีไม่พ้นตลาดออนไลน์ สะดวกสบาย “การถ่ายภาพสินค้าเป็นส่วนดึงดูดลูกค้า ในการเข้าร่วมโครงการวันนี้ ได้ลงมือ Workshop ได้เรียนรู้เทคนิคและองค์ประกอบในการถ่ายภาพ”

        สำหรับโครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SMEs จะลงพื้นที่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ไปตามจังหวัดต่างๆ พื้นที่ ภาคเหนือ ในวันที่ 8 สิงหาคม 2560 จังเชียงราย วันที่10 สิงหาคม 2560 จังหวัดพิษณุโลก วันที่ 22 สิงหาคม 2560 จังหวัดลำปาง วันที่ 25 สิงหาคม 2560 จังหวัดสุโขทัย พื้นที่ภาคกลาง วันที่ 29 สิงหาคม 2560 จังหวัดสุพรรณบุรี ประมาณต้นเดือนกันยายน 2560 กรุงเทพมหานคร สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ทาง www.smego.rmutt.ac.th หรือ www.sme.rmutt.ac.th  โทร.0-2549-4004