ข้อมูลจากองค์การอนามั ยโลกเคยระบุว่า คนไทยดื่มเหล้ามากที่สุดเป็นอั นดับที่ 5 ของโลก และเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติ เหตุบนท้องถนนมากที่สุด เห็นได้จากสถิติอุบัติเหตุในทุ กช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว นอกจากนี้ ผลจากการดื่มสุรายังทำให้เกิดปั ญหาสังคมอื่น ๆ ตามมา เช่น การใช้ความรุนแรงในครอบครัว การทะเลาะวิวาท และอาชญากรรม รวมถึงผลกระทบต่อปัญหาด้านสุ ขภาพด้วย โดยเฉพาะผลกระทบต่อกระดูกข้ อสะโพก ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีจำนวนผู้ ป่วยโรคข้อสะโพกมากขึ้น
สำหรับประเทศไทยนั้น มีอุบัติการณ์ของการผ่าตัดข้ อสะโพกเทียมปีละกว่า 25,000 ราย พบได้ทั้งหญิงและชาย พบมากขึ้นในอายุ 40 ปีขึ้นไป โรคข้อสะโพกเสื่อมเกิดจากหลายปั จจัย โดยมักจะเกิดจากการสึกหรอของผิ วข้อต่อระหว่างกระดูกเบ้ าสะโพกและกระดูกต้นขา รวมไปถึงการทรุดตัวของหัวกระดู กต้นขา กระดูกสะโพกหัก โรคหัวกระดูกสะโพกตาย สำหรับวัยกลางคนจากสถิติพบว่า มีปัญหากระดูกสะโพกเสื่อมได้เช่ นกัน สาเหตุเนื่องมาจากดื่มแอลกอฮอล์ มากเกินไป เพราะจะทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงข้ อสะโพกลดลง ทำให้กระดูกส่วนนั้นยุบหรือตาย กระดูกก็จะอ่อนแอทำให้ผิวเริ่ มอักเสบ ขรุขระ ในบางคนทานยาที่มีส่วนผสมของ สเตียรอยด์ปริมาณมาก ส่งผลให้เลือดหนืดไหลเวียนไม่ดี ไม่สามารถเลี้ยงหัวกระดู กสะโพกได้
นพ . พนธกร พานิชกุล ศัลยแพทย์ออโธปิดิกส์ เฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้ อสะโพกเทียมแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ ามเนื้อด้วยเทคนิคการซ่อนแผลผ่ าตัด โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้ อสะโพกเทียมแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ ามเนื้อนั้น โดยปกติแล้วแนวแผลผ่าตัดจะอยู่ บริเวณหน้าต้นขา ซึ่งอาจจะเห็นแผลได้ง่าย แต่ด้วยเทคนิคการลงแผลแบบใหม่ จะมีการการซ่อนแผลผ่าตัดใต้ต่ อขาหนีบหรือที่เรียกว่า BIKINI Incision ซึ่งก่อนจะทำการผ่าตัด แพทย์จะใช้ Digital Template Surgical Planning วางแผนถึงตำแหน่งการตัดกระดู กและการวางข้อสะโพกเทียมในตำแหน่ งที่ถูกต้อง เลือกขนาดของข้อเทียมให้ เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล มีทั้งข้อโคบอลโครเมียม (Cobalt Chromium) หรือข้อเซรามิก (Ceramic) เพื่อการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และใช้แกนกระดูกข้อเทียมรุ่ นใหม่ (STEM)เพื่อแก้ไขปัญหาข้อสะโพกเที ยมจมเมื่อใช้ไปนานๆ จากนั้นแพทย์จะทำการผ่าตั ดแบบแผลเล็ก แบบซ่อนแผลผ่าตัด (Minimally Invasive Surgery: MIS) โดยเข้าจากด้านหน้าข้อสะโพก (Direct Anterior Approach)
ที่สำคัญการผ่าตัดเปลี่ยนข้ อสะโพกเทียมแนวใหม่ แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ ด้วยเทคนิคซ่อนแผลผ่าตัด แนบเนียน เพราะแผลผ่าตัดจะอยู่ด้านหน้ าบริเวณขาหนีบซ่อนใต้ แนวกางเกงใน(Bikini Incision) ทำให้ไม่เห็นรอยแผลเมื่อใส่ กางเกงขาสั้นหรือชุดว่ายน้ำ เพราะเป็นการผ่าตามทิ ศทางธรรมชาติของผิวหนัง (Langer's line) ตามแนวเส้นใยคอลลาเจนของผิวหนั งชั้น dermis ซึ่งเป็นแนวที่ขนานไปกับแนวเส้ นมัดกล้ามเนื้อ
การผ่าตามแนวทิศทางธรรมชาติ ของผิวหนังจะทำให้การสมานตั วของแผลผ่าตัดดีขึ้น จึงลดการเกิดแผลเป็นหรือคีรอยด์ (Keloid) โดยขนาดของบาดแผลผ่าตัดนั้นจะมี ความยาวประมาณ 3-4 นิ้ว ใต้ต่อขาหนี บตามแนวกางเกงในของผู้ป่วย และยังมีขนาดเล็กกว่าการผ่าตั ดแบบดั้งเดิม (แบบเดิมแผลยาวประมาณ 6-8 นิ้ว เพราะจะทำการผ่าตัดจากทางด้ านหลังหรือด้านข้าง ซึ่งต้องมีการตัดกล้ามเนื้ อรอบสะโพก อาจทำให้เจ็บปวดเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อรอบสะโพกอ่อนแรง เดินกระเผลก (Limping) และมีอัตราการหลุดของข้ อสะโพกหลังผ่าตัดเพิ่มขึ้น)
การผ่าตัดแนวใหม่นี้มีความแม่ นยำในการเช็กความยาวขาและตำแหน่ งของข้อสะโพกเทียมได้ดีขึ้ นเพราะเป็นการผ่าตัดในท่ านอนหงาย สามารถใช้เครื่องเอกซเรย์แบบ C-arm ช่วยวางตำแหน่งข้อเทียมให้ถูกต้ องมากขึ้น ตรวจความยาวขาทั้งสองข้างให้เท่ ากันได้ง่ายในขณะผ่าตัด จึงลดปัญหาขาสั้นยาวไม่เท่ากั นหลังผ่าตัด และสามารถผ่าตัดเปลี่ยนข้ อสะโพกพร้อมกัน 2 ข้างได้ในครั้งเดียว อีกทั้งระหว่างผ่าตัดมีระบบป้ องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะผ่ าตัด แพทย์จะใส่ชุดผ่าตัดพิเศษเหมื อนชุดมนุษย์อวกาศ ช่วยลดอัตราการติดเชื้อหลังผ่ าตัดได้อีกด้วย
ข้อดีของการผ่าตัดแบบไม่ตัดกล้ ามเนื้อนั้นจะทำให้ผู้ป่วยฟื้ นตัวได้เร็ว เจ็บปวดน้อยลง ลดอัตราการเกิดข้อสะโพกหลุดหลั งการผ่า ไม่ต้องกังวลเรื่องข้ อสะโพกจะหลุด (No Hip Precaution) สามารถลุกเดินได้โดยไม่มีการเอี ยงของลำตัว (No Limping) กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้ น นอกจากนี้ ยังมีการฟื้นฟูร่างกายหลังการผ่ าตัด ด้วยเครื่องหัดเดินในสภาวะไร้น้ำ หนัก Alter G (Anti-Gravity Treadmill) ซึ่งเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยหลั งการผ่าตัดข้อสะโพกและข้อเข่า ช่วยให้ฟื้นฟูร่างกายหลังการผ่ าตัดได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องกั งวลถึงความเจ็บปวด