หาทางออก ร่างแก้ "กม.บัตรทอง" ่คาดแล้วเสร็จสัปดาห์หน้า

รมว.สธ. เชิญผู้เกี่ยวข้องหาทางออก ร่างแก้ ‘กม.บัตรทอง’ คาดทุกอย่างเรียบร้อยคาดว่าจะแล้วเสร็จขั้นตอนนี้ประมาณสัปดาห์หน้า

        เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(ฉบับ...) พ.ศ.. ว่า ตามกำหนดทางคณะกรรมการพิจารณายกร่างพ.ร.บ.ฯ ที่มี รศ.วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธานจะเสนอร่างที่ผ่านการทำประชาพิจารณ์ รวมรวมมายังตน  โดยนอกจากรับหนังสืออย่างเดียว ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าหารือในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้  ซึ่งมี รศ.วรากรณ์ และรองประธานคณะกรรมการ 2 ท่าน คือ นพ.เสรี ตู้จินดา และ นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา รวมทั้งนพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และนพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) รวมทั้งภาคเอ็นจีโอมาเข้าร่วม

     “ผมจะสอบถามเลยว่า สรุปเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อให้ทราบถึงปัญหา และข้อเสนอต่าง ๆ เพื่อรับไปดำเนินการต่อ ส่วนข้อเห็นต่างที่ทางภาคประชาชนเสนอนั้น ผมขอฟังก่อนว่าความเห็นต่างเป็นอย่างไร และกระบวนการต่อไปจะเป็นอย่างไร ขอฟังข้อสรุปก่อน ซึ่งความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติในกระบวนการประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็น ไม่มีใครผิดใครถูก ทุกคนที่ทำก็เพื่อประโยชน์ประชาชนทั้งนั้น และขอยืนยันเหมือนเดิมว่า ตลอด 3 ปีรัฐบาลมาทำงานในเรื่องสาธารณสุข ไม่เคยมีการตัดสิทธิสุขภาพใดๆ มีแต่การเพิ่มสิทธิ ทั้งผู้สูงอายุ เด็กแรกเกิด ฯลฯ จึงไม่มีการล้มกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทองอย่างแน่นอน จึงอยากฝากสื่อมวลชนสื่อสารด้วยว่าการเบี่ยงเบน บิดเบือนไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ” ศ.นพ.ปิยะสกล กล่าว

      ศ.นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีภาคประชาชนเสนอว่า หากอนาคตจะร่วมจ่ายสาเหตุไม่มีงบเข้ากองทุนบัตรทองควรนำงบของข้าราชการ และประกันสังคมมาร่วมกัน  เรื่องนี้ทุกคนเสนอได้ แต่ต้องมองสภาวะความเป็นจริงของปัจจุบันด้วย  เพื่อทำให้เกิดสมดุล หากปรับเปลี่ยนจะเกิดผลกระทบหรือไม่อย่างไร ต้องฟังเสียงหลายๆส่วน คิดว่าทุกคนหวังดีทั้งนั้น แต่ขอให้เป็นความหวังดีที่จะทำให้สิ่งดีๆเกิดขึ้น ไม่ใช่สร้างความไม่ลงรอยกัน

       ต่อมา  เมื่อช่วงบ่ายวันนี้(17 ก.ค.) ศ.นพ.ปิยะสกล ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง มี รศ.วรากรณ์และมีรองประธานคณะกรรมการ 2 ท่าน คือ นพ.เสรี ตู้จินดา  และ นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา   รวมทั้งนพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)   และนพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)  รวมทั้งตัวแทนองค์กรภาคเอกชน(เอ็นจีโอ) มาเข้าร่วม  คือ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง กรรมการสปสช.สัดส่วนภาคประชาชน และนพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กรรมการสปสช.สัดส่วนภาคประชาชน เพื่อหารือถึงประเด็นต่างๆ ร่วมกัน

         ศ.นพ.ปิยะสกล  กล่าวว่า  ส่วนใหญ่แล้วมีไม่กี่เรื่องที่ต้องไปพิจารณาเพิ่มเติม อาทิ เรื่องจัดการซื้อยา การแยกเงินเดือน เป็นต้น โดยในเรื่องการจัดซื้อยานั้นตนได้มอบให้ปลัดสธ.ไปหารือกับเลขาฯ สปสช.อีกครั้งในวันที่ 22-23 กรกฎาคมนี้ ภายใต้ข้อกำหนดที่ประชาชนต้องได้ประโยชน์เท่าเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิม และทำให้ระบบเกิดความยั่งยืน สำหรับการแยกเงินเดือน ก็จะต้องมีการทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น เช่น นอกจากแยกกับไม่แยกเงินเดือนแล้วจะสามารถมีทางเลือกที่สามได้อีกหรือไม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ในระยะยาวเป็นหลัก 
         “หลังจากทางปลัดสธ.และเลขาธิการสปสช.หารือเพื่อหาทางออกอื่นๆนั้น ก็จะเสนอต่อ รศ.วรากรณ์ หากปรับแก้เพิ่มเติมได้ก็จะดำเนินการ ขณะเดียวกันก็ต้องรอการพิจารณาร่างจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยว่า มีปรับปรุงอย่างไร หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยคาดว่าจะแล้วเสร็จขั้นตอนนี้ประมาณสัปดาห์หน้า  จากนั้นผมก็จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาและเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ต่อไป และล่าสุดในวันที่ 18 กรกฎาคม ผมจะนำข้อมูลทั้งหมดร่วมหารือกับท่านวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้วย” ศ.นพ.ปิยะสกล กล่าว


เปิดอ่าน