
ม.กรุงเทพธนบุรีลอยแพ800 นศ.ป.โทเตรียมยื่นสภาทนายความ
กลุ่มนักศึกษาป.โท รหัส 57 บริหารการศึกษา รวมตัวเก็บเอกสารหลักฐาน เข้าพบสภาทนายความ 25 ก.ค.นี้ยื่นฟ้องม.กรุงเทพธนบุรี จ่ายค่าเสียหายหลังจบแล้วไม่ได้รับใบวิชาชีพ
ที่บริเวณสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ ในวันนี้ (9 ก.ค.60) ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 09.00 น. กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา หลักสูตรปีการศึกษา 1/2557 (รหัส 57) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี รวมตัวกันเพื่อส่งเอกสารและเซ็นหนังสือมอบอำนาจให้ตัวแทนไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้มหาวิทยาลัย จ่ายค่าเรียนในหลักสูตรดังกล่าวคืน จำนวน 147,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามก็หมาย 7.5% ต่อปี ที่เรียนจบแล้วไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา จากคุรุสภาได้ อีกทั้ง คุรุสภามีมติไม่รับรองหลักสูตร และมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาเกินกว่าจำนวนที่ขออนุญาตด้วย
นายนิโรธ นิ่มวิวัฒน์
นายนิโรธ นิ่มวิวัฒน์ ตัวแทนกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา รุ่น 1/2557 กล่าวว่า ในวันนี้กลุ่มนักศึกษา ซึ่งลงทะเบียนไว้ประมาณ 800 คนจะมายื่นเอกสาร หลักฐานและเซ็นมอบอำนาจให้ตน เป็นตัวแทนในการยื่นฟ้องศาลแพ่ง เพื่อเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยชดใช้ค่าเสียหายในการเรียนหลักสูตรดังกล่าวเต็มจำนวน 147,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี รวมถึงเรียกร้องให้คุ้มครองว่าผู้ที่เรียนจบหลักสูตรดังกล่าว มีศักดิ์และสิทธิตามกฎหมาย สามารถยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาจากคุรุสภาได้ โดยในวันที่ 25 ก.ค.นี้จะนำเอกสารหลักฐานทั้งหมด ไปส่งให้กับทางสภาทนายความ ขณะเดียวกัน จะส่งเอกสารหลักฐานไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ที่ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มได้ส่งหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรมด้วย
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีการประสานกับทางมหาวิทยาลัยเพื่อเยียวยานักศึกษา โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่เคยรับเงินชดเชยมาแล้ว 30,000 บาท จำนวน419 คน ซึ่งในกลุ่มนี้มีบางรายยังไม่ได้รับเช็คและได้แจ้งสละสิทธิ 2.กลุ่มที่รับ 70,000 บาท จำนวน 385 คน แจ้งถอนสิทธิ์ 25 คน และ 3.กลุ่มที่ไม่เคยรับเงินชดเชยมาก่อนเลย จำนวน 294 คน โดยเรียกร้องให้จ่าย 147,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย7.5%
“ความเสียหายที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบให้ เราต้องเสียโอกาส เช่น ถูกเพิกถอนสิทธิการสอบผู้บริหารสถานศึกษา เพราะไม่มีใบอนุญาตฯ หรือเมื่อเกิดความเสียหาย มหาวิทยาลัยก็ไม่เคยแจ้งข่าวหรือประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาได้ นอกจากนี้ ในการจ่ายชดเชยก็ยังมีการทำสัญญาให้นักศึกษาที่รับเงินไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆกับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งจากที่ปรึกษากับทนาย ระบุว่าข้อตกลงนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนสาเหตุที่ได้รับเงินชดเชยไม่เท่ากันนั้น เพราะกลุ่มที่ได้รับ 70,000 บาท คือกลุ่มได้ไปยื่นกับทางสภาทนายความเพื่อเตรียมการฟ้องร้อง จึงมีการไกล่เกลี่ยร่วมกันและจ่ายส่วนนี้ให้ ซึ่งผมเองก็อยู่ในกลุ่มที่จะได้รับ 70,000 บาทแต่ได้ยื่นสละสิทธิ์ไม่ขอรับ”นายนิโรธ กล่าว
นายนิโรธ กล่าวต่อไปว่า ส่วนตัวที่ตัดสินใจมาเรียนเพราะมีตัวแทนจากมหาวิทยาลัย ไปประชาสัมพันธ์ แนะนำหลักสูตรที่จังหวัดหนองคาย โดยบอกว่าหลักสูตรฯ นี้มีศักดิ์และสิทธิ์ตามกฎหมาย จบแล้วสามารถนำไปขอใบอนุญาตฯผู้บริหารการศึกษา จากคุรุสภาได้ ซึ่งคนที่ตัดสินใจมาเรียนก็เพื่อนำไปขอใบอนุญาตฯ ผู้บริหารการศึกษา นำไปใช้ในการสอบผู้บริหารสถานศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการ หรือ บางคนนำวุฒิปริญญาโทไปสมัครเรียนต่อระดับปริญญาเอก ในสถาบันอุดมศึกษาอื่น ปรากฎว่าได้รับการปฏิเสธ กลายเป็นว่าเรียนไม่ได้ และต้องเรียนเฉพาะที่นี่แห่งเดียว
ด้าน นักศึกษาปริญญาโทรายหนึ่ง จากจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ตัดสินใจร่วมยื่นฟ้องแม้จะอยู่ในกลุ่มที่ได้รับเงินชดเชย 30,000 บาทไปก่อนหน้านี้ ยิ่งมารู้ว่ามีอีกกลุ่มที่มาเรียกร้องผ่านสภาทนายความได้รับ 70,000 บาท ก็รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่ผ่านมาก็จ่ายเงินครบตลอดหลักสูตร 147,000 บาท ซึ่งถ้ารวมค่าเดินทาง ค่าทำวิทยานิพนธ์ต่างๆ เบ็ดเสร็จตลอดการเรียนเกือบ 200,000 บาท เพื่อหวังจะได้ความรู้ ได้วุฒิการศึกษาและใบอนุญาตฯ ผู้บริหารการศึกษา เป็นช่องทางก้าวหน้าในอาชีพ
“ตอนที่มีตัวแทนไปประชาสัมพันธ์หลักสูตร รู้สึกสนใจ ซึ่งเขาบอกเรียนง่ายได้ความรู้มาเรียนที่กรุงเทพฯเดือนละ 2 ครั้ง ก็เหมารถกันมากับครูอื่นๆ รวม 12 คน มาเรียนรวมในห้องเรียน ห้องละประมาณ 100 กว่าคน บางวิชา 200 กว่าคนโดยมีอาจารย์มาสอนด้วยตนเอง ไม่ใช่การสอนผ่านทีวี ซึ่งเราก็ได้ความรู้ ช่วงที่ไม่ต้องมาก็จะมีทำงานกลุ่ม และมีทำงานวิจัย ยอมรับตอนสมัครเรียนก็ไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัย รับนักศึกษามากถึง 2,500 คน และก็ไม่รู้ว่าหลักสูตรไม่ผ่านการรับรอง อีกทั้ง โรงเรียนที่สอนก็มีครูที่มาเรียนที่นี่และจบได้รับวุฒิการศึกษา และได้รับใบอนุญาตฯ ผู้บริหารการศึกษาถูกต้อง ไม่มีปัญหาอะไร จึงตัดสินใจมาเรียน แต่มาเป็นแบบนี้ก็เสียความรู้สึก แม้จะให้มาเรียนใหม่ที่เดิมก็ไม่มั่นใจ ซึ่งถ้าหากฟ้องร้องและได้เงินคืนทั้งหมดก็ตั้งใจจะไปสมัครเรียนที่สถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่น”นักศึกษาปริญญาโท จ.บุรีรัมย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อขอสัมภาษณ์ผู้บริหารถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้



