เผยเห็นภาพ “พระเมรุ” ชัดเจนกลางส.ค.ก่อนกราบบังคับทูลฯ

เผยเห็นภาพ, พระเมรุ

ดกลางเดือนส.ค.ทำหนังสือ นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงประกอบพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตรพระเมรุมาศกลางเดือนตุลาคม

        เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่อาคารขยายแบบ โรงงานต่อเรือเหล็ก กองโรงงาน อู่ทหารเรือ กรมอู่ทหารเรือ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เดินทางมาเยี่ยมชมการจัดทำเชือกฉุดชัก สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี พล.ร.ท.มิ่ง อิ่มวิทยา เจ้ากรมอู่ทหารเรือให้การต้อนรับและนำชม 
          พล.อ.ธนะศักดิ์  กล่าวว่า การทำเชือกฉุดชักราชรถ เป็นส่วนงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความสมบูรณ์และสง่างามในกับริ้วขบวนในพระราชพิธี ฯ การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ถือว่าผลงานออกมาดี เป็นที่น่าพอใจการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งการทำเชือกฉุดชักราชรถจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ อย่างไรก็ตามการทำเชือกฉุดชักราชรถ จะแบ่งออกเป็น 2 ชุดคือ ชุดสำรอง ใช้ในการซักซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถ ซึ่งทำมาจากเชือกเปอร์ร่อน และชุดจริงใช้สำหรับพระราชพิธีฯ ทำมาจริงทำมาจากเชือกมะนิลา  โดย ทางกรมอู่ทหารเรือได้ส่งเชือกสำรองที่ใช้สำหรับฝึกซ้อมบางส่วนไปให้กรมสรรพาวุธ ทหารบก เพื่อทำการฝึกซ้อมราชรถปืนใหญ่แล้ว 

เผยเห็นภาพ “พระเมรุ” ชัดเจนกลางส.ค.ก่อนกราบบังคับทูลฯ
       

        ขณะที่เชือกสำรองที่ใช้ในการในการฝึกซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถองค์อื่นๆ จะทยอยจัดส่งไปตามกำหนดการณ์  สำหรับเชือกชุดจริง จะใช้เพียงครั้งเดียว คือ วันพระราชพิธีฯ จากนั้นจะนำมาเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร อย่างไรก็ตาม การมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ส่วนหนึ่ง เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรมอู่ทหารเรือ ซึ่งเทคนิคและความรู้ในการจัดทำเชือกฉุดชักมีมาแต่โบราณ รวมถึงอาคารขยายแบบแห่งนี้ ก็ถือว่าเป็นสถานที่สำคัญที่มีอายุยาวนามมาถึง 130 ปี ที่สำคัญเคยมีในหลวงถึง 2 พระองค์ เสด็จฯมาที่นี่ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และ ในหลวงร.9 ดังนั้น จึงให้ทางกรมอู่ทหารเรือทำเรื่อง เพื่ออนุรักษ์อาคารหลังนี้ไว้ ซึ่งไม่ใช่แค่ความเก่าแก่ของอาคารสถานที่เท่านั้นแต่ยังรวมถึง ความรู้ในการทำเชือกฉุกชักราชรถ ที่ทางกรมอู่ทหารเรือจะต้องถ่ายทอดสู่รุ่นต่อๆ ไปด้วย   
          พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า การทำงานทุกส่วนถือว่ามีความสัมพันธ์กันทั้งกรมอู่ทหารเรือ กรมศิลปากร และกรรมสรรพาวุธฯ การดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปอย่างรอบคอบ ตามขั้นตอนเพื่อให้งานออกมาสมพระเกียรติสูงสุด โดยวันที่ 21 มิถุนายนนี้  มีกำหนดตรวจติดตามความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศฯ ที่บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศใต้ ซึ่งในส่วนของโครงสร้างพระเมรุมาศฯ ดำเนินการเสร็จหมดแล้ว เริ่มเข้าสู่กระบวนการด้านหัตถศิลป์ และประณีตศิลป์ รูปหล่อต่างๆ อาทิ สัตว์ หิมพานต์  มีความคืบหน้าไปมาก ขณะที่ฉากบังเพลิงแล้วเสร็จไปกว่า 60% ส่วนอื่นๆ อยู่ระหว่างการนำไปประกอบในพื้นที่จริง คาดว่า ภายในเดือนสิงหาคม จะเห็นภาพได้ชัดเจน กลางเดือนสิงหาคม จะทำหนังสือผ่านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงประกอบพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตรพระเมรุมาศกลางเดือนตุลาคม ก่อนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพโดยตามพระราชอัธยาศัย 
           "เมื่อกรมอู่ทหารเรือจัดทำเชือกฉุดชักราชรถเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะจัดพิธีบวงสรวงราชรถราชยาน เพื่อเพื่อใช้งานราชรถและพระยานมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดเวลาฤกษ์ที่เป็นสิริมงคล เมื่อทำพิธีบวงสรวงแล้วจะอัญเชิญพระมหาพิชัยราชรถออกจากโรงราชรถเพื่อฝึกซ้อมฉุดชักภายในรั้วพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  จากนั้น กลางเดือนสิงหาคม เข้าสู่ขั้นตอนทำหนังสือกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อทรงประกอบพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตรพระเมรุมาศกลางเดือนตุลาคม ก่อนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพโดยตามพระราชอัธยาศัย จากนั้นคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ จะตรวจความเรียบร้อยและความสมบูรณ์ของการก่อสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบขั้นสุดท้าย เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมพระเกียรติเพื่อถวายแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 "รองนายกฯกล่าว


เปิดอ่าน