ทำไม "เอ็นจีโอ" ค้านแก้กฎหมายบัตรทอง !!??

เหตุผล, คมชัดลึก, บัตรทอง, แก้กฎหมาย, ค้าน, นิมิตร์ เทียนอุดม, ทำไม, เอ็นจีโอ, ค้านแก้กฎหมายบัตรทอง, บอร์ดสปสช

ทำไม "เอ็นจีโอ" ต้องค้านแก้กฎหมายบัตรทอง แจงผลเสีย ยันไม่มีผลประโยชน์ และไม่มีสีเสื้อทางการเมืองเกี่ยวข้อง

 

             นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และอดีตกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) ให้สัมภาษณ์รายการกรองข่าวเช้านี้ทางสถานีวิทยุ FM 102 ถึงการคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  ว่า เราพบว่าสิ่งที่ควรแก้แล้วไม่แก้คือมาตรา 5 ววรรคสอง  ที่ให้ประชาชนร่วมจ่าย ณ จุดบริการ และประชาชนผู้ยากไร้มีสิทธิรับบริการฟรี เรามองว่านี่เป็นปัญหาสำคัญ และถูกหยิบยกมาทวงบุณคุณกับประชาชนว่า คุณเข้ามาใช้บริการอย่างฟุ่มเฟือย ดังนั้นถ้าจะกันไม่ให้มาใช้อย่างฟุ่มเฟือย ต้องสร้างกำแพงทางการเงินคือให้ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ  หากจะแก้ต้องเอาถ้อยคำนี้ออกไป   แต่กรรมการไม่ตัดเพราะเขาเชื่อว่าอนาคตระบบจะไม่มีสตางค์และเรียกร้องให้ประชาชนร่วมจ่าย ซึ่งหากมาเขียนกฎหมายให้ร่วมจ่ายจะไม่ทันการณ์ เราคิดว่าเป็นภาระ แต่การจะตัดไม่มีเงานเอสารวิจัยใดๆมายืนยัน  ขณะที่มีงานหลายชิ้่นทั้งของกระทรวงสาธารณสุขเองก็ยืนยันว่างบประมาณที่ใช้อยู่มันเพียงพอ  หากเราคงสัดส่วนได้ที่ 17     และไม่ต้องมาเป็นดาบอาญาสิทธิ์ว่าเมื่อไหร่ฉันอยากเก็บก็เก็บได้

             นายนิมิตร์กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่าสนใจคือจะเพิ่มสัดส่วนกรรมการฟากผู้ให้บริการ    เพราะกฎหมายเขียนให้อะไรกก็ตามที่กรรมการกำหนดให้เป็นไปตามทีกำหนด   ฝั่งผู้ให้บริการ หรือผู้บริหารกระทรวงมีความเชื่อว่าอนาคตต้องให้ประชาชนร่วมจ่าย  กรรมการที่เพิ่มเข้าไปมากแบบนี้จะทำให้ทำอะไรก็ได้ในอนาคต  เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เรามโน  มีปรากฏการณ์ว่า รมต. อยากได้อะไรบอร์ดฝั่งราชการก็ถวายให้หมด  โดยตัวอย่างรูปธรรม เช่นตอนที่มีการเลิก 30 บาท พอการเมืองบอกจะให้เก็บ 30บาทใหม่  ก็ไม่มีใครรค้านมีแต่ภาคประชาชนที่ค้านแต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายก็ต้องกลับมาร่วมจ่าย 30 บาท ทั้งๆที่มีการศึกษาว่า 30 บาทไม่ช่วยเข้าไปเติมเงินในระบบหลักประกันเลย ซ้ำยังทำให้โรงพยาบาลเป็นภาระมีการทำบัญชีตรวจสอบ แต่ได้เงินน้อยมาก แต่ว่าฉันจะเอานี่คือรูปธรรมที่ชัดที่สุด  เราเลยมองว่าทุกมาตราที่แก้หรือไม่ มีความสัมพันธ์เชิงผประโยชน์อยู่ตลอดเวลา  

ทำไม "เอ็นจีโอ" ค้านแก้กฎหมายบัตรทอง !!??


             นายนิมิตร์กล่าวต่อว่าการไปตัดแขนตัดขาตัดกระบวนการที่สำคัญโดยคิดว่าจะไปสร้างกลไกใหม่ เช่นกลไกร่วมเพื่อต่อรอราคายาตรงกลาง และซื้อในราคาที่กระทรวงสาธารณสุขต่อรองได้ ตรงนี้มีงานที่ยืนยันชัดเจนว่า ทีผ่านมาไม่มีพาวเวอร์พอจะไปต่อรองเพราะไม่รู้ว่าจะใช้ยาอะไรเท่ไหร่หรือโรคอะไร เราเรียกต่อรองลม   โดยให้บริษัทเสนอราคามา  พอต่อรองได้ ก็กระจายว่าได้ราคานี้ และให้แต่ละเขตไปทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้นจึงไม่ใช่ราคาเดียว  กลไกตรงนี้ที่ทำมากว่า 10 ปี เรารู้ว่ายาที่สำคัญในโรคร้ายแรงมีผู้ป่วยที่ไหน มียาอะไรใช้ ทุกโรคเป็นอย่างนี้ โดย สปสช. เรียกบริษัทยามา  มีทุกภาคสส่วนอยู่ใวง และเคาะเป็นตัวเงินเช่นเส้นเลือดหัวใจ ที่ 8 หมื่น เหลือหมื่นกว่าบาท  พอซื้อตรงกลาง  เราก็รู้เลยว่าที่ไหนใช้เท่าไหร่ มีกระบวนการจัดส่งที่เป็นระบบ  นั่นเป็นประโยชน์ แต่ถูกชี้ว่า สปสช. ไม่มีอำนาจำโดย คตร.  ดังนั้นถ้าอยากแก้ก็ต้องให้อำนาจ  เพื่อให้อำนาจครอบคลุม แต่กรรมการแก้กลับไม่เอา เราก็เลยมองว่าเป็นจุดวิกฤต

             "ตอนนี้สัดส่วนในบอร์ดจะเพิ่มให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขขึ้นเป็นรองประธาน เพิ่มตัวแทนจากฝั่งผู้ให้บริการ จากทุกระดับ และเพิ่มฝั่งหน่วยบริการนอกระบบเข้าไปอีก 4 คน  ตัด อปท. และไปเพิ่มฝั่งวิชาชีพ เช่นแพทยสภา เภสัช ทันตแพทย์ กายภาพ สภาการพยาบาล  เราจึงบอกว่า เดิมมีภาคประชาชนเก้าด้าน  แต่ต้องไปขึ้นทะเบียนและเลือกตั้งหาตัวแทน ให้มาด้านละหนึ่งคนและเลือกเหลือ 5 คน   ดังนั้นต้องเพิ่มสัดส่วยประชาชนเข้าไป  แต่เขาก็ไม่ได้รับฟัง  ทั้งนี้จากเดิมกรรมการบอร์ด สปสช. มี 30 คน จะมี ข้าราชการประจำ 7 คน สภาวิชาชีพ 5 คน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  4 คน  ภาคประชาชน 5 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน  แต่ฉบับแก้ใหม่จะเพิ่มเป็น 37 คน   ข้าราชการจะเพิ่มมากขึ้น  จะทำให้บอร์ดกำหนดอะไรก็ได้  เมื่อฝั่งผู้ให้บริการจัดบริการโรคนั้นโรคนี้ เขาจะบอกว่ารักษาได้ แต่ขอราคาเท่านั้นเท่านี้ หรือขอไม่รักษาหากเกิดแบบนี้คุณไม่มีกลไกอะไรไปค้านในบอร์ดเลยนะ"นายนิมิตร์กล่าว 

             นายนิมิตร์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการแยกเงินเดือน ของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเดิมถูกคิดรวมไปต่อหัวที่ลงไปแต่ละโรงพยาบาล    ในพื้นที่หนึ่งๆที่มีประชาชนอยู่ต้องมีหลักประกันว่าหน่วยบริการต้องมีเงินพอจะรักษาคนในพื้นที่จึงใส่ค่าแรงเข้าไป และเป็นมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขต้องคำนึงถึงประชากร  แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรังของกระทรวงฯที่ไม่มีแผปนกระจายกำลังคนไปในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลได้เพียงพอ  พอเป็นอย่างนี้ไปแยกเงินเดือน ก็จะยิ่งเป็นปัญหา หากโรงพยาบาลจัดการกำลังคนไม่ได้ แทนที่จะมีแพทย์ห้าคน กลับมีแค่สองเมื่อ เงินที่เป็นค่าแรงไม่ไปแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปจ้างหมอที่ขาด หรือจ้างลูกจ้างที่จะมาช่วยงาน  เพราะเอาค่าแรงไปแขวนที่ สธ. ไปอยู่ในมือของปลัด

ทำไม "เอ็นจีโอ" ค้านแก้กฎหมายบัตรทอง !!??

             เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาที่ว่าเอ็นจีโอออกมาคัดค้านเพราะเสียลผประโยชน์ และมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง นายมานะกล่าวว่า เอ็นจีโอไม่เคยได้ประโยชน์โดยจรงจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพระงบประมาณของหลักประกัน มันมีแถวชัดเจนว่า นี่เป็นงบรายหัวที่จ่ายไปที่โรงพยาบาล   มันไม่มีทางที่เอ็นจีโอจะไปได้ประโยชน์ งบประมาณมันกำหนดชัดเจนว่าจะใช้อะไรๆ และที่สนับสนุนภาคประชาชน เป็นภาคประชาชนระดับรากหญ้า เอ็นจีโอส่วนกลางอย่างพวกตมไม่เคยได้รับงบประงานใดๆจาก สปสช. ถ้าได้ก็จะได้เบี้ยประชุม  นอกจากนี้กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาคแห่งชาติ เป็นคนที่จับเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น ทำให้ประชาชนเข้ามามีส่สวนร่วม เราไม่ได้เกี่ยวข้องกับสีเสื้อทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น ที่เป็นไปเพื่ออยากเห็นระบบดีขึ้นไม่อยากเห็นถอยหลังเข้าคลอง

             คลิกฟังรายการย้อนหลังที่นี่ 


เปิดอ่าน