ไลฟ์สไตล์

ปันรักที่ปันหยี

ปันรักที่ปันหยี

21 พ.ค. 2560

ปันหยีเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและจัดการตนเองได้ มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแสดงถึงความเป็นอยู่ของชุมชน

          ชุมชนชาวมุสลิมที่เกาะปันหยี มีวิถีชีวิตภายใต้บริบทวัฒนธรรมอิสลาม อาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่ที่จำกัดด้านนิเวศน์และโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เกิดความใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างยาวนาน

          เกาะปันหยี ต.กาะปันหยี อ.เมือง จ.พังงา เป็นเกาะเล็กๆที่มีพื้นดินแค่ 1 ไร่ มีบ้านเรือน 300 หลังคา มีคนอยู่ประมาณ 4,000 คน มีลักษณะเป็นเขาหินปูนสูง แวดล้อมด้วยเกาะต่างๆ โดยมีประวัติความเป็นมานับร้อยปี ว่าบรรพบุรุษของคนปันหยีซึ่งเป็นครอบครัวได้อพยพมาจากอินโดนีเซียโดยเรือใบ 3 ลำ เพื่อหาแหล่งทำกินที่ดีกว่าเดิม

ปันรักที่ปันหยี

          โดยตกลงกันว่าหากใครพบก่อนให้สื่อสัญญาณด้วยการปักธงที่ยอดเขา โดยมีครอบครัว โต๊ะบาบู มาพบเกาะหนึ่งก่อนใคร จึงขึ้นไปปักธงไว้ที่บอดเขาและตั้งชื่อเกาะว่า ปันหยี ที่แปลว่า ธง มีที่ดินเพียงนิดเดียวใช้เป็นที่สร้างมัสยิดและกูโบร์(สุสาน) ชาวเกาะส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และสร้างหมบู่บ้านแทบทั้งหมดบริเวณด้านหน้าของหน้าผาหินปูน

      โดยบ้านเรือน โรงเรียน ร้านค้าต่างๆตั้งอยู่ในน้ำ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน และร้านขายของที่ระลึก รวมถึงร้านอาหารมากมายที่นักท่องเที่ยวสามารถมารับประทานอาหารกลางวันที่นี่

          อีกสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาบนเกาะนี้ คือ “สนามฟุตบอลลอยน้ำ” โด่งดังจากโฆษณาตัวหนึ่ง นายมู่อำหมาด ประสานพันธ์ กำนันเกาะปันหยี เล่าว่า ในอดีต สนามฟุตบอลลอยน้ำ เกิดจากความที่เด็กๆอยากเล่นฟุตบอล  แต่พื้นที่ของเกาะแทบไม่มีแผ่นดินเลย เด็กๆจะรอเล่นบนลานทรายในเวลาที่น้ำลง มีเวลาในการเล่นเพียงไม่นาน

ปันรักที่ปันหยี

นายมู่อำหมาด ประสานพันธ์ กำนันเกาะปันหยี

          ต่อมาได้สร้างลานไม้กระดานริมน้ำข้างโรงเรียนที่เต็มไปด้วยหัวตะปูที่ผุดโผล้ เสี้ยนไม้กระดาน เป็นปัญหาในการเล่นฟุตบอลมาก จึงได้นำมาสู่การสร้าง “สนามฟุตบอลลอยน้ำ” เพราะทั้งหมดนี้เกิดจากความชอบกีฬาฟุตบอล และทำให้ทีมเล็กๆของเด็กกลุ่มนี้พัฒนาจนเป็นทีม “ปันหยี เอฟซี” และเคยประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ฟุตบอลหลายรายการ และตัวกำนันเองก็เป็นเด็กในยุคแรกที่เล่นฟุตบอลบนลานทราย

ปันรักที่ปันหยี

          เด็กๆในวันนั้นอีกหลายคนที่ได้มาเป็นผู้นำชุมชน และยังคงสานต่อความรักที่มีต่อกีฬาฟุตบอลสู่เด็กรุ่นหลัง ทุกปีช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม  ชาวปันหยีจะร่วมกันจัด มหกรรมฟุตบอล “ปันหยีคัพ” ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เยาวชน และประชาชนทั่วไป ส่งทีมเข้าแข่งขัน และในวันสุดท้ายของเทศกาลนี้

          ชาวชุมชนได้ผนวกเอาพิธีกรรมสำคัญตามบัญญัติของศาสนามุสลิมที่เด็กผู้ชายทุกคนจะต้องผ่าน คือ “พิธีสุนัต” โดยมีการแห่เด็กๆที่สมัครใจเข้าพิธี จัดหาแพทย์ผู้กระทำกิจสำคัญ ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อจัดหาของใช้จำเป็น และเพื่อมอบเป็นเงินขวัญถุงให้แก่เด็กทุกคนที่เข้าพิธี โดยส่วนหนึ่งเงินที่นำมาใช้จะเป็นในส่วนของการแข่งขันฟุตบอลปันหยีคัพด้วย ซึ่งก่อให้เกิดบรรยากาศของการร่วมแรงร่วมใจในการจัดงานบนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง และก่อให้เกิดความคึกคักฮีกเหิมแก่เด็กๆ

          พิธีสุนัต คือพิธีการขลิบปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชาย ตามแนวทางของศาสนาอิสลาม นายคงศักดิ์ คำด้าน หมอทำสุนัต เล่าว่า การทำสุนัต หลายคนเข้าใจว่าเป็นประเพณี แต่ความจริงแล้วเป็นการปฏิบัติตามบัญญัติของศาสนาอิสลามไม่ใช่ประเพณี การขลิบปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชายถือเป็นการเอาใจใส่ดูแลสุขอนามัยและการให้บริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับมุสลิมชายทุกคน

ปันรักที่ปันหยี

นายคงศักดิ์ คำด้าน หมอทำสุนัต

          เนื่องจากเป็นสิ่งปฏิบัติที่สืบทอดมาจากท่านนบีมุฮัมมัด ธรรมชาติ 5 สิ่งในกายมนุษย์ที่ต้องได้รับการตบแต่ง คือ การทำสุนัต การขจัดขนในร่มผ้า การตัดเล็บ การถอนขนรักแร้ และการแต่งหนวดเครา ช่วงอายุของการขลิบนั้นสามารถทำได้ตั้งแต่ทารกอายุ 7 วัน เมื่อบรรลุศาสนภาวะในช่วงอายุที่มีการเคลื่อนของอสุจิหรือฝันเปียก หรือเมื่อบุคคลนั้นได้เข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม

          การทำสุนัต  นิยมทำเมื่ออายุเลขคี่ เช่น 7,9,11,13 หรือ 15 ปี ตามความเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดี มีการให้กำลังใจเด็กๆด้วยการปลูกฝังความเชื่อที่ว่าหลังจากผ่านการสุนัตแล้วเด็กคนนั้นจะมีร่างกายที่สูงใหญ่ขึ้น แต่ความเชื่อทางศาสนาอิสลามถือว่าการขลิบนั้นทำให้การดูแลสุขอนามัยและความสะอาดสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเด็กคนนั้นสามารถที่จะยืนละหมาดในแถวเดียวกันกับผู้ใหญ่ได้

ปันรักที่ปันหยี

          ก่อนเริ่มการทำสุนัต จะมีการจัดขบวนแห่เด็ก ผู้ที่มีฐานะดีจะมีการตกแต่งด้วยทอง เสื้อผ้าอย่างดี เมื่อเสร็จการแห่ จะให้เด็กๆอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด นุ่งผ้าขาวหรือผ้าถุงผืนเดียว ในสมัยก่อนใช้อุปกรณ์เพียงไม่กี่ชนิด เช่น ผ้าพันแผล ยาแดง มีด ที่หนีบ หยวกกล้วย และน้ำสะอาด โดยไม่ใช้ยาชา ในปัจจุบันเริ่มมีการใช้ยาชาช่วยลดความเจ็บปวดและใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดก่อนขลิบ ช่วงเวลาที่นิยมทำคือ เวลาเช้าและเย็น ซึ่งอากาศไม่ร้อนมากเชื่อว่าจะช่วยในการห้ามเลือด

ปันรักที่ปันหยี

          ขั้นตอนเริ่มด้วยโต๊ะมูเด็งจะวัดขนาดของหนังหุ้มส่วนปลายของอวัยวะเพศที่จะขลิบออก และใช้ปูนขาวทำเครื่องหมายไว้โดยรอบ ดึงหนังส่วนที่หุ้มปลายให้เลยไปจากหัวของอวัยวะเพศ และจะใช้ไม่หนีบ 2 ขา หนีบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ โต๊ะมูเด็งจะกล่าวนามพระผู้เป็นเจ้า

         พร้อมกับลงมือตัดด้วยมีด เสร็จเย็บด้วยไหมเพื่อช้วยให้แผลหายไว้ขึ้น แล้วใช้ยาหรือสมุนไพรทาที่แผล พันด้วยผ้าทิ้งไว้จนแผลหายประมาณ 7-15 วัน ปัจจุบันการขลิบยังคงมีอยู่ ตามความเชื่อของศาสนาอิสลามนั้น ด้วยความเหมาะสมผู้ขลิบควรเป็นเพศชายและเป็นมุสลิม หากไม่สามารถทำได้ก็ให้ขลิบกับผู้ขลิบเพศชายที่ไม่ใช่มุสลิมได้

          น้องยะฮ์ยา  บุญคงดำ  อายุ 6 ขวบ ได้เข้าร่วมพิธีสุนัต เล่าว่า เข้าร่วมด้วยความสมัครใจ อยากเป็นมุสลิมเต็มตัว ทำแล้วดี สะอาด โดยไม่มีความกลัวในเรื่องของการทำพิธี แต่ตื่นเต้น นอกจากนี้ยังได้เงินและของเล่นเป็นรางวัลปลอบใจสำหรับการเข้าพิธีในครั้งนี้ด้วย

ปันรักที่ปันหยี

          ภาพของชุมชนเกาะปันหยี จึงเป็นภาพของชุมชนที่เข้มแข็งด้วยการพึ่งตนเองและจัดการตนเองเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่แสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน และผนวกเอาเรื่องของพื้นที่สร้างสรรค์ และเชื่อมโยงกับพิธีกรรมทางศาสนาและวาระของครอบครัวเข้าด้วยกัน เป็นภาพของการแบ่งปันความสุขในทุกมิติที่เกาะปันหยีแห่งนี้