
ลดท้องก่อนวัย-เด็กเปิดใจคุยเรื่องเพศ
จาก1รร. 1 รพ.สต.สอนเรื่องอนามัยเจริญพันธ์ปลูกฝังความรู้เรื่องเพศที่ถูกต้องและมีความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมทางเพศให้เยาวชนขยายเป็น 400 ร.ร.400รพ.ลดท้องก่อนวัยอันควร
ปัจจุบันประเทศไทย มีปัญหาเด็กและเยาวชน ที่มีปัญหาสุ่มเสี่ยงในเรื่องเพศ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัย อันควร การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ การมีค่านิยมที่ไม่เหมาะสมเรื่องเพศ เด็กและเยาวชนในปัจจุบันเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ยั่วยุ ส่งผลต่อเด็กถูกล่อลวงไปมีพฤติกรรมเสี่ยงในเรื่องเพศ
เหตุนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการที่ให้เด็กและเยาวชนปลูกฝังความรู้เรื่องเพศที่ถูกต้องและมีความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมทางเพศของตนเอง ดังนั้นการสอนเพศศึกษาในวัยเด็กด้วยวิธีการที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกสี อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ได้จัดทำแผนดำเนิน โครงการ400โรงเรียน400โรงพยาบาล โดยความร่วมมือของโรงพยาบาลบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เริ่มจากที่โรงเรียนเกล็ดลิ้นวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา และขยายผลไปยังโรงเรียนในพื้นที่ เป็นการร่วมมือระหว่างโรงเรียน และ รพ สต (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล) ที่อยู่ในเขตเดียวกัน 3ภาคีจุดเริ่มต้นของโครงการ คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล(รพ.สต.) , องค์การบริหารส่วนตำบล , โรงเรียน ที่ร่วมโครงการ
ุ จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ คุณหมอก้อย พนิตาพร ถนอมดำรงศักดิ์ (พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ) ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการดำเนินโครงการเรื่องนี้ว่า เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2552 ซึ่งในอดีต จะเป็นการร่วมมือกับ1โรงเรียน1 รพ สต (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล) โดยเข้ามาสอนเรื่อง “อนามัยเจริญพันธ์” สอนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงลักษณะของผู้หญิงและผู้ชายในวัยที่เจริญเติบโตขึ้น
คุณหมอก้อย พนิตาพร ถนอมดำรงศักดิ์
กิจกรรมที่คุณหมอก้อยได้นำเข้ามา ไม่ได้เป็นการคุยเรื่องเพศโดยเฉพาะ แต่เป็นการพูดคุยกัน ทำกิจกรรมร่วมกับเด็กนักเรียนโดยสอดแทรกเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์เข้าไปด้วย เป็นการบูรณการณ์มากกว่า เพราะเนื่องจากเรื่องเพศเป็นเรื่องที่เปราะบางในตอนแรกที่เริ่มโครงการนี้มีอุปสรรคคือ ทางผู้บริหารเห็นว่าเป็นการชี้โพรงให้กระรอก
หลังจากนั้นก็ได้เจรจาทำความเข้าใจกับคุณครู ผู้บริหาร เกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธ์ ว่าไม่ได้ชี้โพรงให้กระรอก แต่เป็นการเข้าสอนมากกว่าเพื่อให้เด็กหรือเยาวชน เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ สามารถป้องกันได้อย่างไร หรือโรคที่เกิดจากการมีเพสสัมพันธ์ เป็นการให้คำปรึกษากับเด็กที่ตั้งครรภ์ในวัยเรียนหรือกลุ่มที่สุ่มเสี่ยงมากกว่า
การดำเนินงานนั้นเริ่มจากการที่ให้เด็กและเยาวชนไว้วางใจคุณครูและนักวิชาการสาธารณสุข เพื่อให้เด็กกล้าพูดกล้าเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับตน โดย อาจารย์ศรีรัตน์ จ่าชัยภูมิ คุณครูประจำวิชาแนะแนว ได้เล่าว่า ในคาบเรียนแนะแนวจะสอดแทรกเรื่องเพศศึกษาด้วย ถ้าครูกล้าพูดในเรื่องเพศ เด็กก็จะมองว่า ครูไม่ได้ “หัวโบราณ” ดังนั้นจึงทำให้เด็กกล้าที่จะพูดและเปิดใจเรื่องเพศ “ต้องเริ่มจากตัวเราก่อน เด็กถึงจะกล้าเปิดใจคุยเรื่องเพศ” การที่เราพูดเรื่องเพศ สอนเรื่องเพศ ทำให้เด็กเข้าใจว่าเราก็เข้าใจเรื่องเพศเหมือนกัน เราต้องสอน ไม่ใช่ชี้นำ
การที่ทำให้เด็กกล้าพูดกล้าตัดสินใจคือ ทางโรงเรียน คุณครู มีการร่วมมือกับรุ่นพี่ องค์กร อบรมสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างครูและนักเรียน เป็นการอบรมกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับเพศโดยตรง แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนมากกว่าคุณครูศรีรัตน์ยังสอนในเรื่องของการวางตัว เนื่องจากมีนักเรียนที่อยู่ด้วยกัน พักด้วยกัน เป็นจำนวนหนึ่ง
รูปแบบบการทำงาน คือ เข้าไปพูดคุยกับเด็กนักเรียน เป็นเด็กเฉพาะกลุ่ม หรือเรียกว่า กลุ่มวัยเปราะบาง โดยคุณครูไม่เรียกเด็กเข้าไปคุยในห้องปกครอง เพราะเด็กคนไหนที่ได้เข้าไปคุยในห้องปกครอง ใครๆก็จะมองว่าเด็กนักเรียนคนนั้นมีปัญหาอีกแล้ว การที่เราพูดเรื่องเพศ สอนเรื่องเพศ ทำให้เด็กเข้าใจว่าเราก็เข้าใจเรื่องเพศเหมือนกัน
และกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธ์ ถูกนำเข้ามาโดย คุณหมอก้อย กิจกรรมที่นำเข้ามาไม่ได้เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาโดยเฉพาะ แต่เป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างครูและนักเรียนมากกว่า หลังจากนั้นก็เข้ามาในโรงเรียนตลอด ซึ่งหมอก้อยเล่าว่า
“เวลาเห็นคนเฒ่าคนแก่ พาหลานไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาล บางคนแกยังไม่รู้เลยว่าหลานชื่ออะไร เพราะมีลูกหลานหลายคน บางทีเรียกชื่อจริง ก็ไม่รู้ เรียกชื่อเล่น ก็ไม่รู้ เลยมองว่า เด็กมีอะไรกันต้องท้อง หลังจากนั้นประเพณีธรรมเนียมไทยเราคือการให้แต่งงาน หรือให้เสียผี เมื่อเด็กอยู่กันไปสักพักหนึ่งก็เลิกกันก็แยกทาง จึงเป็นปัญหาการทำแท้ง”
“ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ400โรงเรียน400โรงพยาบาล เป็นศูนย์ที่ให้คำปรึกษากับเด็กไม่ว่าจะเป็นเด็กที่มีปัญหาการตั้งครรภ์ หรือเด็กที่มีปัญหาต่างๆในชีวิต ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นยังมีช่องทาง เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ที่คอยไว้ให้คำปรึกษาเด็กๆไม่ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายจากผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย จึงส่งผลให้ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในพื้นที่ลดลงอีกด้วย



