ไลฟ์สไตล์

"ชี้นั่งอธิการฯหลายสมัยปิดโอกาสคนรุ่นใหม่"ส่อ"ขัดคำสั่งคสช.

"ชี้นั่งอธิการฯหลายสมัยปิดโอกาสคนรุ่นใหม่"ส่อ"ขัดคำสั่งคสช.

08 พ.ค. 2560

“โหวต2ครั้ง”เลือกอธิการฯราชภัฏอุดรฯไม่ได้ ท้ายสุดนายกสภาฯ ต้องชี้ขาดเลือก“จรูญ”สร้างประวัติศาสตร์นั่งอธิการฯสมัยที่3 ชี้ปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ ส่อขัดคำสั่งคสช.

          8 พ.ค.2560 "ประธาน ทปสท."ชี้นั่งอธิการฯหลายสมัย ปิดโอกาสคนรุ่นใหม่“ส่อ”ขัดคำสั่ง คสช.ม.44 เผยเบื้องหลัง“โหวต2ครั้ง”ยังตัดสินไม่ได้ ท้ายสุดนายกสภาฯ ต้องชี้ขาดเลือก“ ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ "วัย 75 ปี สร้างประวัติศาสตร์ นั่งอธิการฯมรภ.อุดรฯสมัยที่3

"ชี้นั่งอธิการฯหลายสมัยปิดโอกาสคนรุ่นใหม่"ส่อ"ขัดคำสั่งคสช.

            จากกรณีสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี  เมื่อวันเสาร์ที่ 6 พ.ค.2560 ได้มีมติเลือก  ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ อายุ 75 ปี เพื่อเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งดำรงให้ตำแหน่งอธิการบดี โดยมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ทั้งหมด 19 คน มีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาอธิการบดีเสนอให้สภาพิจารณาเลือก 3 ราย โดยผศ.จรูญ ถาวรจักร์ ได้ 10 คะแนน นายสุวิทย์ นามมหาจักร อายุ 56 ปี (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี และเลขานุการสภามหาวิทยาลัย)ได้ 9 คะแนน ขณะที่ผู้เข้ารับการสรรหาอีกคน คือนายกฤตฎ์ ชมภูวิเศษ อายุ 50 ปี(ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้แทนคณาจารย์ประจำ )ไม่มีคะแนน

"ชี้นั่งอธิการฯหลายสมัยปิดโอกาสคนรุ่นใหม่"ส่อ"ขัดคำสั่งคสช.

ผศ.จรูญ  ถาวรจักร์ 

        ปัจจุบัน ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏวไลอลงกรณ์ สมัยที่ 2 เพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกสภาดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2559 นอกจากนี้ยังได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ 930477/2559 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2559 ที่ออกโดยอาศัยความในข้อ 9 ตามคำสั่ง คสช.ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ตามมาตรา 44 ให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ในฐานะกรรมการสภา และให้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีในคำสั่งฉบับเดียวกันอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย

          ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) เผยกับ"เวบไซด์คมชัดลึก ว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามติสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่ให้เสนอชื่อ ผศ.จรูญ   ถาวรจักร์ ในวัย75 ปีเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี น่าจะขัดกับคำสั่ง คสช.ที่ 39/2559 ที่ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้น ได้เคยวินิจฉัยแนวปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว

         "และมีหนังสือ ที่ ศธ 0201.1/3953 ลงวันที่ 29 กันยายน 2559 เรื่อง แจ้งการวินิจฉัยเพื่อการปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 ในข้อ 3 ระบุการแต่งตั้งให้อธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งไปดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่น หรือในทางกลับกันการแต่งตั้งนายกสภาสถาบันแห่งหนึ่งไปดำรงตำแหน่งอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่น ในช่วงเวลาเดียวกันย่อมมีผลทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีได้เต็มเวลา ซึ่งขัดต่อหลักการดำรงตำแหน่งบริหารสูงสุดขององค์กร จึงไม่อาจทำได้” ประธาน ทปสท. กล่าว

           ผศ.ดร.รัฐกรณ์  กล่าวอีกว่า ดังนั้นมติของสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ครั้งนี้ จึงเป็นการท้าทายทั้งคำพิพากษาศาลปกครองที่เคยพิพากษาเป็นแนวทางว่า การแต่งตั้งดำรงตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ ต้องแต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือน/พนักงานในสถาบันอุดมศึกษานั้น และยังท้าทายคำสั่ง คสช.ที่ 39/2559 ซึ่งอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเคยวินิจฉัยเป็นแนวปฏิบัติไว้อีกด้วย ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า กรณี ดังกล่าวจะมีการฟ้องร้องติดตามมากอีกหรือไม่ และที่สำคัญคงต้องวัดใจคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในฐานะผู้ฝช้อำนาจตามมาตรา 44 ตามคำสั่ง คสช.ว่าท่านจะดำเนินการอย่างไร แต่สิ่งที่อยากจะฝากไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคือ ปัญหาธรรมาภิบาล ต้องแก้ด้วยธรรมาภิบาล

            ประธาน ทปสท. ระบุว่า สภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้ประชุมพิจารณาคัดเลือกอธิการบดีคนใหม่แทนท่าน ดร.ณัติเทพ พิทักษานุรัตน์ ซึ่งครบวาระ การคัดเลือกอธิการบดีในครั้งนี้ ต้องลงคะแนนถึงสองครั้ง ก็ยังไม่สามารถคัดเลือกได้ จนนายกสภาฯประธานการประชุมต้องเป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยมีมาก่อนเลยผลปรากฏว่า ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ ได้รับการเลือกเป็นอธิการบดีคนใหม่ ขั้นตอนต่อไปมหาวิทยาลัยจะเสนอชื่อไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเสนอโปรดเกล้าฯคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เมื่อโปรดเกล้า ฯ แล้วก็จะเริ่มนับวาระไปอีก 4 ปี

              “การที่ ผศ.จรูญ ภาวรจักร์ ได้รับการคัดเลือกเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีในครั้งนี้ ได้สร้างประวัติศาสตร์ที่หาคนทำได้ยากมากครับ ท่านเป็นอธิการบดีมาแล้ว 2 วาระ คราวนี้เป็นวาระที่ 3 ที่ไม่เคยมีใครทำได้ แต่ละครั้งก็ไม่เคยต่อเนื่องกัน ครั้งที่ 2 ท่านก็เกษียณและพ้นไป 2 ปีค่อยกลับมาเป็นอธิการบดี คราวนี้ท่านพ้นจากตำแหน่งไป 8  ปี แล้วกลับมาอีก รวมแล้วเกษียณไปแล้ว 15 ปีสามารถกลับมาได้ ยังไม่ปรากฏว่าอธิการบดีท่านใดทำได้ครับ นับเป็นกรณีศึกษาทางการบริหารที่น่าสนใจและน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพราะนั้นหมายถึงการปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มีบทบาทในการบริหารมหาวิทยาสลัย” ผศ.ดร.รัฐกรณ์ ฝากทิ้งท้าย