นับเป็นปีที่ 7 แล้ว สำหรับโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชาและการออกหน่วยตรวจรักษาฟัน โดยหน่วยทันตกรรมพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้สนองงานพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯให้เกิดประโยชน์สุขกับประชาชนชาวไทยและประชาชนในประเทศเพื่อนบ้าน
ในปีนี้ พลเอกวาภิรมย์ มนัสรังสี ประธานกรรมการฝ่ายอำนวยการโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยดอกไม้ ธูปเทียนแพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และกล่าวเปิดโครงการเตรียมความพร้อมการเรียนภาษาไทยเบื้องต้นสำหรับนักศึกษา (กัมพูชา)ในโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชา ครั้งที่ 7 ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ศ.ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันน้อยใหญ่เกือบทุกๆด้านที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง อาทิ โครงการต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุนงานทางด้านการศึกษา, การพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ยากไร้, การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ และพระราชทานความช่วยเหลือต่างๆ แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก รวมทั้งทรงเป็นแบบอย่างในพระจริยาวัตรอันงดงามจนเป็นที่ประจักษ์และชื่นชมยกย่องในพระบารมีทั้งในราชอาณาจักรไทยและต่างประเทศ ดังจะเห็นได้จากที่หน่วยงานและองค์กรต่างๆได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัลมากมายเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติคุณที่ทรงมีคุณูปการต่อกิจการบ้านเมืองนานัปการ
โอกาสนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ร่วมกับหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ได้ให้ความอนุเคราะห์อาสาตรวจรักษาฟัน การให้บริการขูดหินปูน การอุดฟันและการถอนฟัน ให้กับนักศึกษากัมพูชาในโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชา ด้านการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2560 จำนวน 151 คน รวมถึงนิสิต บุคลากรมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และประชาชนทั่วไประหว่างวันที่ 2 -4 พฤษภาคม 2560 ตั้งแต่เวลา08.30 น. - 16.00 น.
ศ.เกียรติคุณ ทันตแพทย์สมศักดิ์ จักรไพวงศ์ ที่ปรึกษาโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ประเทศเพื่อนบ้านด้านการศึกษาฯ กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของศูนย์ทันตกรรมพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยในสุขภาพอนามัยของราษฎร จึงโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินงานโครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2541 เพื่อให้การบริการทันตกรรมและอบรมความรู้ทันตสุขศึกษา แก่นักเรียน และครูโรงเรียนโครงการพระราชดำริ ฯ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ ในส่วนกลางและภูมิภาค จำนวนกว่า 120,000 ราย โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก งบประมาณพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี งบประมาณ คณะทันตแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ กองทุนโครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในมูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์มหิดล และผู้มีจิตศรัทธาบริจาค
ศ.ดร.ทพญ.วรานันท์ บัวจีบ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีอาสาสมัคร ทันตแพทย์ และทันตบุคลากรอื่น เป็นจำนวนกว่า 400 คน หมุนเวียนอาสาสมัคร เข้าร่วมถวายงานสนองพระคุณตามพระราชประสงค์ เพื่อให้นักเรียน เยาวชน ประชาชน และผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ ตามโครงการพระราชดำริ และโครงการฟื้นฟูต่าง ๆ ตามพระราชประสงค์ ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตทางด้านสุขอนามัย คือการมีสุขภาพฟันดี และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อันจะส่งผลให้การดำเนินชีวิต ในภาพรวมมีความสุขได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน
นางแก้วปัญญา เสือง นักศึกษากัมพูชา มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ นายสั่ง เมียสสงวน นักศึกษากัมพูชา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2 ตัวแทนนักศึกษากัมพูชา “โครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชา ด้านการศึกษา ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” ได้รับพระราชทานทุนการศึกษาเรียนฟรี ระดับปริญญาเอก กล่าวถึง ความรู้สึกที่ได้มีโอกาสมารับบริการของหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในครั้งนี้ว่า นอกจากตนเองและครอบครัวจะรู้สึกดีใจและภูมิใจที่สอบได้ทุนการศึกษาของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นทุนระดับปริญญาเอก ได้แล้วนั้น การได้มารับบริการทำฟัน จากหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามในครั้งนี้ ตนรู้สึกซาบซึ้ง และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระองค์ทรงมีพระเมตตา และทรงห่วงใยทางด้านสุขอนามัย ให้ประชาชนของพระองค์ มีสุขภาพฟันดี และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และแน่นอนว่า ตนจะตั้งใจศึกษาให้จบตามที่คาดหวังไว้ และนำความรู้ที่ได้ กลับไปพัฒนาคน พัฒนาประเทศ ดังที่พระองค์ทรงมีพระประสงค์เช่นกัน
สำหรับการจัดโครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ ในทุกๆครั้ง สร้างความปลื้มปีติให้แก่นิสิตราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะได้มาศึกษาเล่าเรียนหาความรู้ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และอีกจำนวน 17 สถาบันในประเทศไทยแล้ว ยังได้รับพระราชทานฯ ความช่วยเหลือจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาให้การรักษาสุขภาพในช่องปากถึงมหาวิทยาลัย ทำให้มีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นอีกด้วย