
ไม่จริง!! เทอร์โมตรอน-อาร์เอฟ8รักษามะเร็งทุกระยะ
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ระบุการรักษามะเร็งด้วยเครื่องเทอร์โมตรอน อาร์เอฟ8 ใช้ได้แต่ต้องร่วมกับวิธีอื่น รักษาได้เฉพาะบางมะเร็งบางระยะ
จากกรณีที่มีข่าวออกมาว่า เครื่องเทอร์โมตรอน-อาร์เอฟ8 (Thermotron-RF8)สามารถรักษาโรคมะเร็งต่างๆได้โดยไม่ต้องรักษาด้วยวิธีอื่นนั้น ศ.นพ. นิธิ มหานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า เครื่องเทอร์โมตรอนคือเครื่องชนิดหนึ่งที่ใช้ในการร่วมรักษามะเร็งบางชนิด ที่มีข่าวออกไปว่าสามารถรักษาได้ทุกจุดในร่างกายนั้นไม่ถูกต้อง โดยทฤษฎีแล้วไม่มีอะไรในโลกนี้ทำแบบนี้ได้
ศ.นพ. นิธิ มหานนท์ ผอ.รพ.จุฬาภรณ์
จึงทำให้ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งทุกชนิดมีความหวัง และก่อให้เกิดความเข้าใจผิดมาที่โรงพยาบาลกัน เครื่องนี้ใช้ได้แต่ต้องร่วมกับวิธีอื่น และเป็นมะเร็งบางชนิดบางระยะดูตามสิ่งที่เกิดขึ้น
การแชร์กันในโลกโซเซียลทำให้คนสนใจและเข้าใจผิด เครื่องนี้ทางโรงพยาบาลไม่ได้ซื้อแต่เป็นการเช่าโดยการนำเข้าจากบริษัทอื่น ยังมีมะเร็งอีกหลายๆอย่างชนิดที่ไม่ได้รับการพิสูจน์และศึกษาผลที่ชัดเจนที่บอกว่าดีกว่าการักษาด้วยวิธีหลักอย่างอื่น เช่น การใช้ยาเคมีบำบัด การฉายแสง และการผ่าตัด
พญ.สุนันทา โรจน์วัฒน์กาญจน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษา กล่าวว่า เทอร์โมตรอน อาร์เอฟ 8 เป็นชื่อของเครื่องนี้แต่ที่ใช้ในการรักษาคือ เครื่องนี้สามารถให้ความร้อนซึ่งแนวทางการรักษาด้วยความร้อน เรียกว่า ไฮเปอร์เทอร์เมีย คือ การทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นกว่าอุณหภูมิปกติ การรักษาด้วยความร้อนแบ่งออกเป็นหลายชนิด เครื่องเทอร์โมตรอน อาร์เอฟ8 ถือว่าเป็น 1ในเครื่องมือที่รักษาด้วยความร้อน ไฮเปอร์เทอร์เมีย
เพราะจริงๆแล้วการรักษาด้วยความร้อนมีแบบอื่นด้วย เช่น การรักษาด้วย RFA หรือการจี้ด้วยความร้อนในคนไข้ที่เป็นมะเร็งเซลล์ตับก็ถือว่าเป็น 1ในเรื่องของไฮเปอร์เทอร์เมีย แต่เป็นคนละแบบกันในเรื่องของเครื่องเทอร์โมตรอน อาร์เอฟ 8 ในลักษณะของเครื่องเป็นการรักษาด้วยความร้อนที่ให้ความร้อนเพิ่มขึ้น 42-43 องศาเซลเซียส เป็นการให้ความร้อนแบบทั่วๆในบริเวณที่ให้ความร้อน ไม่ได้เป็นไปตามสื่ออนไลน์ที่ว่ายิงลงเฉพาะจุดของมะเร็ง
เครื่องเทอร์โทตรอน-อาร์เอฟ8 (Thermotron-RF8)
หลักการของเครื่องนี้สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้แต่ไม่มากพอที่จะรักษาเดี่ยวๆได้ ในอดีตมีการนำเครื่องนี้มาใช้ โดยการคาดหวังว่ามันจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งของการฆ่าเซลล์มะเร็ง มีการนำมาใช้เป็นการรักษาเดี่ยวๆ แต่ผลพบว่าให้ผลการรักษาที่ไม่มากเท่าไร
การรักษานี้ถ้าในปัจจุบันก็ไม่ถูกบรรจุเป็นการรักษาเดี่ยวๆเพื่อทดแทน เพราะคนไข้หลายคนมารพ.มาด้วยเรื่องที่ได้ยินว่าให้เคโม ฉายรังสี ก็เกิดความกลัวพอได้ยินเรื่องของเครื่องนี้ก็หวังว่าจะต้องไม่ให้เคโม ไม่ฉายรังสี แต่มารักษาด้วยเครื่องนี้แทน
โดยหลักแล้วไม่ใช่ เพราะว่าตอนนี้หลักการที่คิดว่ามีประสิทธิภาพเพื่อเอามาใช้รักษาคนไข้คือ เป็นการรักษาร่วมกับการรักษาหลัก ซึ่งการรักษาหลักคือของ เคมี การฉายรังสี คนไข้จะต้องได้รับการตัดสินก่อนว่าจะต้องรับการรักษาหลัก และจึงมาคุยกับคุณหมอต่อว่าจะเสริมด้วยเครื่องนี้หรือไม่
จากการทดลองในห้องทดลองพบว่าเมื่อเอาเซลล์มะเร็งมาให้ยาเคมีบำบัด หรือเอามาฉายรังสีแล้วมาอบด้วยเครื่องความร้อนต่อ พบว่าจะช่วยให้เซลล์มะเร็งมีการดูดซึมยาเคมีบำบัดที่ดีขึ้น หรือมีการตอบสนองต่อการฉายรังสีที่ดีขึ้น แต่เป็นแค่หลักการในห้องทดลองต่อมาจึงค่อยๆมาประยุกต์ใช้กับคน
พญ.สุนันทา กล่าวว่า เครื่องนี้สามารถรักษามะเร็งปากมดลูก มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งผิวหนังชนิด melanoma และระยะของโรคคือระยะที่ 3-4 คนไข้ที่มาเข้ารับการรักษามีความแตกต่างกันในตัวโรคมีความแตกต่างกัน
เช่น ในกรณีที่เป็นการฉายรังสีในคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมที่กลับมาเป็นซ้ำหมายความว่า เป็นซ้ำในบริเวณที่เป็นผนังหน้าอกหรือเต้านมข้างเดิมที่เคยเป็นพบว่า การฉายรังสีควบคู่กับการให้ความร้อนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการยุบตัวของโรคที่บริเวณหน้าอกได้ประมาณ 30% ดีกว่าในกลุ่มที่ฉายรังสีเพียงอย่างเดียว
เครื่องเทอร์โทตรอน-อาร์เอฟ8 (Thermotron-RF8)
เครื่องนี้เปิดใช้งานมาจนถึงตอนนี้นับเป็นจำนวนครั้ง โดยคนไข้คนหนึ่งส่วนใหญ่มักจะทำมากกว่า 1 ครั้ง ตอนนี้เครื่องนี้ใช้งานไปจำนวน 220 ครั้ง ระยะเวลา 4 ปี การใช้จ่ายในการรักษาด้วยเครื่องนี้ ครั้งละ 14,000บาท การรักษาด้วยความร้อนจะเริ่มภายหลังจากที่ฉายรังสี หรือให้ยาเคมีบำบัดเสร็จประมาณ 15-30 นาที
ขณะให้การรักษา ผู้ป่วยจะต้องนอนนิ่งประมาณ 50 นาที ให้การรักษา 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งถ้าเป็น 2 ครั้งต่อสัปดาห์แต่ละครั้ง จะห่างกันอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ลักษณะความร้อนของเครื่องเทอโมตรอน อาร์เอฟ-8 นั้น เป็นการให้ความร้อนแบบทั่วๆ ในบริเวณที่วางแผ่นสร้างความร้อน เช่น การให้ความร้อนบริเวณช่องอก ช่องท้อง หรือ อุ้งเชิงกราน แต่ยังไม่สามารถให้ความร้อนแบบเฉพาะจุดที่เฉพาะเจาะจงกับก้อนเนื้องอกได้
โดยผลข้างเคียงจากการรักษาจะเกิดขึ้นตามบริเวณที่ให้ความร้อน ผลข้างเคียงที่พบได้แก่ มีอาการปวดบริเวณที่ให้ความร้อน (Subcutaneous pain), มีอาการคล้ายแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือมีตุ่มน้ำ (Burn or Bleb) และอาการเพลีย
การรักษาด้วยเครื่องเทอร์โมตรอน มีข้อห้ามและข้อควรระวัง คือ ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ซึ่งอาจทำให้อุปกรณ์ทำงานผิดปกติ ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่มีกายอุปกรณ์เทียมที่เป็นโลหะ หรือมีชิ้นส่วนที่เป็นโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่ให้ความร้อน อาจจะทำให้บริเวณรอบๆ โลหะเกิดความร้อนมากเกินไปได้ หรือผิวหนังเกิดรอยไหม้
ผู้ป่วยที่มีการรับรู้ความเจ็บปวดในบริเวณที่ได้รับความร้อนไม่ปกติ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยาชาเฉพาะที่ และไม่ใช้ในเนื้องอกที่อยู่ใกล้ตา หรือเนื้องอกที่สมอง
นอกจากนี้ ยังไม่สามารถใช้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถให้ความร่วมมือได้ และควรระวังในผู้ป่วยที่อ้วน หรือ มีชั้นไขมันหน้าท้องหนาในกรณีให้ความร้อนบริเวณดังกล่าว



