ไลฟ์สไตล์

การศึกษา..ดึงผู้สูงอายุสู่สังคม

การศึกษา..ดึงผู้สูงอายุสู่สังคม

14 เม.ย. 2560

คนสูงอายุบางคนเก่ง มีความรู้ความ เป็นภูมิปัญญา ให้นำเขาออกจากบ้านมาสู่สังคม ให้ช่วยเป็นวิทยากร เป็นพี่เลี้ยงสอนเพื่อน ไม่ต้องอยู่แต่บ้าน 0เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ 0

 

      ไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาระยะหนึ่งแล้ว และราวปี 2564 อัตราส่วนของผู้สูงอายุจะอยู่ที่ ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ ด้วยวิทยาการแพทย์ที่ทันสมัยคนอายุยืนขึ้น ยังค่านิยมการมีทายาทลดลง ทำให้อัตราการเกิดเด็กน้อยลง ยิ่งส่งผลกระทบหลายเรื่องทั้งขาดผู้ดูแลผู้สูงอายุ ส่วนผู้สูงอายุเองก็ต้องทำงานมากขึ้นเพื่อดูแลตนเอง

การศึกษา..ดึงผู้สูงอายุสู่สังคม

  ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ 

    เช่นนี้การเตรียมพร้อมแก่ประชาชน ทั้งในการให้ความรู้ เสริมทักษะ ต่อยอดอาชีพเดิม เติมอาชีพที่สอง ด้วยการศึกษา เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยให้การขับเคลื่อน การปฏิรูปสังคมผู้สูงอายุเป็นไปอย่างมีศักยภาพและมีคุณภาพ

      ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุว่า ที่ผ่านมา ศธ.ร่วมทำงานกับ 3 หน่วย งาน ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยมี สธ.เป็นแกนหลักบูรณาการความร่วมมือเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุใน 3 เรื่องหลัก คือ ด้านสุขภาพแข็งแรง ด้านความมั่นคง/ปลอดภัย และด้านการมีส่วนร่วมในสังคม 

การศึกษา..ดึงผู้สูงอายุสู่สังคม

     ซึ่ง ศธ.ก็ให้ความสำคัญและเน้นให้ผู้สูงวัยมีความรู้ทั้ง 3 เรื่อง แต่ที่เน้นเป็นพิเศษ คือ ด้านความมั่นคง/ปลอดภัย และมีส่วนร่วมในสังคม ตรงนี้บทบาทหลักในการขับเคลื่อนงานจะอยู่ที่ สำนักบริหารงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ สำนักงาน กศน. ซึ่งมีกระจายอยู่ทุกอำเภอทั่วประเทศ การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนั่นคือ กลุ่มผู้สูงอายุ ทำได้ง่าย

การศึกษา..ดึงผู้สูงอายุสู่สังคม

     “การทำงานด้านผู้สูงอายุของ ศธ.จะอาศัยกลไกของ กศน.เป็นหลัก เพราะสำนักงาน กศน. มีครู กศน.ตำบล กระจายทุกตำบล จึงมีความใกล้ชิดชาวบ้าน รวมกลุ่มเพื่อจัดกิจกรรมได้ง่าย ในเชิงนโยบายกำหนดไว้ว่า ทุกอำเภอต้องมีทีมลงไปช่วยให้ความรู้ผู้สูงอายุในพื้นที่ คนสูงอายุบางคนเก่ง มีความรู้ความสามารถติดตัว เป็นภูมิปัญญา ก็ให้นำเขาออกจากบ้านมาสู่สังคม ให้ช่วยเป็นเป็นวิทยากร เป็นพี่เลี้ยงสอนเพื่อน ตรงนี้ก็ทำให้ผู้สูงอายุมีสังคม ไม่เก็บตัวในบ้าน

การศึกษา..ดึงผู้สูงอายุสู่สังคม

      ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่มีวิชาชีพเดิมก็นำมาอบรมเพื่อต่อยอดฝีมือ ต่อยอดอาชีพเพื่อสร้างรายได้ ส่วนที่ไม่มีก็อบรมสอนอาชีพร่วมกับศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนของ กศน. ซึ่งจะต้องเกิดรายได้จริง ไม่ใช่แค่อบรมเพื่อออกจากบ้านเท่านั้น และต้องติดตามดูแลต่อเนื่อง”ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าว

       กฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการสำนักงาน กศน. บอกว่า ตามแผน งานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย (กลุ่มวัยผู้สูงอายุ) ของสำนักงาน กศน. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559-2561 วางโครงการเกี่ยวกับผู้สูงอายุไว้ 2 โครงการหลัก โครงการแรกเป็น โครงการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เป้าหมายเพื่อให้ผู้สูงอายุภาวะ “ติดสังคม” สามารถคงภาวะติดสังคม ได้นานที่สุดหรือจนวาระสุดท้ายของชีวิต ไม่กลายเป็น “ผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพึง”

การศึกษา..ดึงผู้สูงอายุสู่สังคม

       กฤตชัย อรุณรัตน์

        รูปแบบกิจกรรมที่ใช้ จะใช้กิจกรรมหรือทักษะชีวิตในหลักสูตรหลากหลาย โดยเน้นส่งเสริม สร้างคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมกับและความต้องการของผู้สูงอายุ เช่น ออกกำลังกาย ฝึกอาชีพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ ขณะเดียวกัน ปลูกฝังให้เยาวชนและคนวัยทำงานได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดบรรยากาศการช่วยเหลือระหว่างวัยภายในครอบครัวและชุมชน

     ซึ่งผลการทำงาน ในปีงบฯ 2559 พบ ว่า สามารถดูแลกลุ่มผู้สูงอายุติดสังคมใน 77 จังหวัด 928 อำเภอ ได้ 113,000 คน สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 92,800 คน คิดเป็นร้อยละ 122

การศึกษา..ดึงผู้สูงอายุสู่สังคม

     อีกโครงการ คือ โครงการจัดหลักสูตรการอบรมดูแลผู้สูงอายุ เน้นไปที่การผลิตผู้ดูแลผู้สูงอายุในระดับชุมชน เพื่อดูแลผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพิงภายในครอบครัว หรือไปประกอบอาชีพอิสระ โครงการนี้เป็นการทำงานร่วมกับ สธ.และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลักสูตร 70 ชั่วโมง และ 420 ชั่วโมง กลุ่มเป้าหมาย คือ อสม. และประชากรวัยแรงงาน อายุ 18-59 ปี เพื่อเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้านและติดเตียงใน สังคมไทยที่เพิ่มขึ้นทุกวัน

การศึกษา..ดึงผู้สูงอายุสู่สังคม

    โดยในปีงบฯ 2559 ตั้งเป้าหมายจัดอบรมหลักสูตรละ 89 รุ่น จำนวน 1,780 คน/หลัก สูตร ผลการดำเนินงาน คือ หลักสูตร 70 ชั่วโมง จัดได้ 365 รุ่น จำนวน 7,380 คน และ หลักสูตร 420 ชั่วโมง จัดได้ 14 รุ่น จำนวน 280 คน อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 โครงการได้รับงบฯดำเนินการประมาณ 22 ล้านบาทเศษ

      “ในปีงบประมาณ 2560 สำนักงาน กศน. ตั้งโจทย์ในการทำงานเพื่อผู้สูงอายุ 2 เรื่อง คือ ทำอย่างไรไม่ให้ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงเจ็บป่วยจนต้องอยู่ในภาวะพึ่งพิง และทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ไม่เป็นภาระแก่ครอบครัวมากเกินไป เช่นเดียวกับ เพิ่มจำนวนผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนในครอบครัว ให้สามารถดูแลผู้สูงอายุที่นอนติดเตียงในบ้านได้อย่างถูกต้อง รวมถึงอบรมเพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพ”นายกฤตชัย บอกถึงเป้าหมายการทำงานต่อไป

การศึกษา..ดึงผู้สูงอายุสู่สังคม

      อย่างไรก็ตาม ไม่นานนี้ 4 หน่วย งาน ได้สานต่อความร่วมมือ “ขับเคลื่อนบูรณาการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต กลุ่มเด็กปฐมวัยและผู้สูงอายุ” อีกครั้งหนึ่ง โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยปักธงว่า เด็กไทยเติบใหญ่มีคุณภาพ ผู้สูงวัยเป็นหลักชัยของสังคม มุ่งสู่ประเทศไทย 4.0

    ทั้งนี้ การอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ ของศูนย์ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกลุ่มเป้าหมายพิเศษ สำนักงาน กศน.ประกอบด้วยความรู้ภาคทฤษฎีและการฝึกภาคปฏิบัติ อาทิ พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับ/แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง โรคที่พบบ่อย ภาวะวิกฤติกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยเหลือ/ดูแล การใช้ยา การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ด้านอาหาร การออกกำลังกาย สุขภาพจิตกับผู้สูงอายุ การสื่อสารทางบวกกับผู้สูงอายุ การจัดกิจกรรมนันทนาการ การเสริมทักษะด้านต่างๆ

การศึกษา..ดึงผู้สูงอายุสู่สังคม

       เช่น ภาษาอังกฤษ และคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงการสร้างและเสริมคุณค่าในตัวผู้สูงอายุ และการดึงศักยภาพในฐานะของภูมิปัญญาที่จะเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ของคน ในชุมชน ในการสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่ดีของชุมชนไปยังลูกหลานต่อไป