ไลฟ์สไตล์

เครือข่ายนมแม่ฯโอเคพรบ.โค้ดมิลค์ฉบับผ่านสนช.

เครือข่ายนมแม่ฯโอเคพรบ.โค้ดมิลค์ฉบับผ่านสนช.

05 เม.ย. 2560

   เครือข่ายนมแม่ฯโอเคพรบ.โค้ดมิลค์ฉบับผ่านสนช. แม้ห้ามโฆษณาเฉพาะอาหารทารกไม่รวมเด็กเล็ก ถือว่าสำเร็จ 70-80 % มุ่งปกป้องทารกให้ได้นมแม่ ลั่นจับตาการทำตามกฎหมาย

     หลังจากมีการผลักดันร่างพรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก พ.ศ....หรือพรบ.โค้ดมิลค์มาอย่างยาวนาน ท่ามกลางความเห็นต่างในบางประเด็นระหว่างเครือข่ายนมแม่แห่งประเทศไทยและเครือข่ายกุมารแพทย์ โดยเฉพาะในประเด็นการห้ามไม่ให้โฆษณาอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก

       ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนมผง โดยฝ่ายนมแม่ต้องการให้คุมถึงอายุเด็ก 3 ปี ขณะที่เครือข่ายกุมารแพทย์ต้องการให้คุมแค่อายุเด็ก 1 ปี ในที่สุดสภานิติบัญญัติ(สนช.)ก็มีการผ่านร่างพรบ.นี้ออกมาเป็นกฎหมาย โดยสาระสำคัญ ห้ามไม่ให้มีการโฆษณาอาหารสำหรับทารก(อายุ 0-12 เดือน) ส่วนอาหารเด็กเล็ก (1-3 ปี) โฆษณาได้แต่ต้องไม่เป็นการโฆษณาข้ามผลิตภัณฑ์หรือสื่อถึงอาหารทารก และห้ามไม่ให้มีการส่งเสริมการขายอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก

      พญ.ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล กุมารแพทย์ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า ดีใจที่พรบ.นี้ออกมาเป็นกฎหมาย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ร่วมแรงช่วยให้เด็กไทยได้กินนมแม่มีอัตราการได้รับนมแม่เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงการส่งเสริมให้กินนมแม่มาตลอด แต่ไม่เคยมีการปกป้อง พรบ.ฉบับนี้จะเป็นการปกป้องให้เด็กไทยได้ดื่มนมแม่

     เนื่องจากในกฎหมายจะห้ามไม่ให้มีการส่งเสริมการขายอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ก็จะทำให้ไม่มีการแจกนมผงฟรีให้กับแม่ตั้งครรภ์ แม่เพิ่งคลอด หรือแม่ที่มีลูกเล็กอีก ซึ่งเดิมเมื่อแม่ได้รับแจกนมผงก็จะให้ลูกดื่ม เด็กก็จะไม่ดูดนมแม่ ส่งผลให้นมแม่ไม่มา แม่ก็จะไม่ได้ให้นมแม่กับลูก

      พญ.ศิริพัฒนา กล่าวอีกว่า ในกฎหมายยังควบคุมการโฆษณาด้วย โดยห้ามไม่ให้มีการโฆษณาอาหารสำหรับทารกอายุ 0-12 เดือน ส่วนอาหารเด็กโตเกิน 1 ปีห้ามโฆษณาแบบข้ามผลิตภัณฑ์ คือ ต้องไม่มีการทำฉลากให้เหมือนกับนมสำหรับทารก เพราะจะทำให้พ่อแม่แยกยาก ฉลากอาหารสำหรับเด็กเล็ก 1-3 ปีต้องมีความแตกต่างให้แยกได้ชัดว่าเป็นสำหรับเด็กอายุช่วงนี้ และไม่สื่อถึงทารก

      “กฎหมายที่ออกมาภาคประชาชาพอใจในระดับหนึ่ง แม้ไม่ได้ทั้งหมดตามที่ยกร่างกฎหมายไว้เดิม แต่ก็พอใจ ถือเป็นการเจอกันครึ่งทาง จากนี้ภาคประชาชนก็จะเฝ้าดูการโฆษณาและส่งเสริมการขายของบริษัทนมผงตลอดเวลา ว่ามีการทำผิดหรือไม่ หากมีก็จะรายงานทันที”พญ.ศิริพัฒนากล่าว

     นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษาศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า รับได้กับพรบ.ฉบับที่ผ่านสนช.แม้ไม่ได้ตามที่คาดหวัง 100 % แต่ได้มา 70-80% โดยยังคงมีมาตราสำคัญๆที่ต้องการคุ้มครองทารกเหลืออยู่ ซึ่งจริงๆอาจผ่านสนช.ได้เร็วกว่านี้ แต่เนื่องจากมีประเด็นที่มีารเสนอให้แยกทารกและเด็กเล็ก และเครือข่ายนมแม่ไม่ต้องการให้มีการตัดส่วนของเด็กเล็กออก จึงต้องแยกส่วนเพื่อปกป้องทารกอย่างเต็มที่ให้ได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก หลังจากนั้นให้ได้รับนมแม่และเสริมอาหารตามวัย

     สำหรับอาหารเด็กเล็กก็มีการห้ามไม่ให้มีการโฆษณาข้ามผลิตภัณฑ์ที่จะสื่อถึงอาหารทารกเด็ดขาด จากนี้จะต้องมีการออกประกาศที่ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับประเภทของอาหารเด็ดเล็กต่อไป รวมถึง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)จะต้องเร่งทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายนี้กับผู้ประกอบการ

     “หากทำได้ตามที่กฎหมายกำหนดจริงทั้งการห้ามโฆษณาอาหารสำหรับทารกเด็ดขาด และห้ามไม่ให้มีการส่งเสริมการขายอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ก็จะเป็นการแฮปปี้ เพราะเป็นการปกป้องเด็กไม่ให้มีการมาแย่งนมแม่ ซึ่งเป็นอาหารตามธรรมชาติที่ดีที่สุด แม้นมผงพยายามเลียนแบบแค่ไหนก็ไม่เหมือน ถือเป็นสิทธิ์ที่ทารกจะได้รับนมแม่ ได้สิ่งที่ดีที่สุดของธรรมชาติ จากนี้เครือข่ายฯก็จะมีการสอดส่องการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มข้น”นพ.ศิริวัฒน์กล่าว