
วังหินกิตติวิทยาคมต้นแบบร.ร.ความสุข
โรงเรียนชายขอบเล็กๆใน จ.ตาก นำโครงการโรงเรียนต้นแบบแห่งความสุข (happiness school)มาใช้ในโรงเรียนผลการสอบ o- net ม.6 เพิ่มขึ้น 41.46 %
นักเรียน
แต่พัฒนาการในช่วงสั้นๆ ในส่วนของปีการศึกษา 2559 ที่ผ่านมานี้ พบว่าหลังจากนำโครงการโรงเรียนต้นแบบแห่งความสุข (happiness school) มาใช้ได้เต็มภาคเรียน ทำให้มีผลความสำเร็จสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะด้านผลการเรียนในปีการศึกษา 2559 มีผลพัฒนาอย่างก้าวกระโดดทั้งชั้นเรียน
โครงการโรงเรียนต้นแบบแห่งความสุข (happiness school) คือการเปิดใจ ให้ความรักความเข้าใจ ระหว่าง ผู้บริหาร ครู นักเรียน และชุมชน ผ่านกิจกรรมการท่องสโลแกน ว่าเราทำได้ ก่อนเข้าเรียนแต่ละวิชา เสริมสร้างความเชื่อมั่นและกำลังใจให้ตนเอง การแท๊คมือและการโอบกอดระหว่างศิษย์ครู คำพูดที่ใช้คือคำพูดเชิงบวก
ซึ่งกิจกรรมง่ายๆเหล่านี้ ต่างช่วยให้เด็กมีความเข้าใจในตัวเอง รู้สึกใกล้ชิดกับครูสอน กล้าแสดงความคิด แสดงออก รับผิดชอบ และมองเห็นเป้าหมายในชีวิตของตนเอง ทำให้เด็กนักเรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจเรียนมากขึ้น เพราะเข้าใจว่าการศึกษาที่ดีจะนำพาไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ส่งผลให้ผลการสอบดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ในส่วนของพัฒนาอื่นๆที่เห็นผลได้เชิงประจักษ์คือ ด้านพฤติกรรมของนักเรียน พบว่านักเรียนมีความสุขและมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน สามารถที่จะค้นพบตัวเองค้นพบวิธีการเรียน แนะนำตัวเองไปสู่จุดมุ่งหมาย ในส่วนของคุณครูพบว่าครูได้ปรับกระบวนการคิด วิธีการสอน เพื่อให้มีการวัดผลประเมินผลที่เข้าใจสภาพจริง เข้าใจนักเรียน ในส่วนของผู้ปกครอง จากกิจกรรมการเยี่ยมบ้านนักเรียน ทำให้มีสัมพันธภาพที่ใกล้ชิดกับโรงเรียน และผู้ปกครองมีความพึงพอใจ
สมศักดิ์ ศรีบุญเรือง ครูชำนาญการ กล่าวว่า เด็กนักเรียนที่นี่ ส่วนใหญ่ เป็นเด็กที่ขาดโอกาส และมาจากพื้นฐานครอบครัวที่ต่างกัน เราเป็นครูควรให้โอกาสกับพวกเขา เข้าใจในความต่าง เพราะฉะนั้นในการจัดงานเรียนการสอน จึงปรับให้เหมาะสมตากศักยภาพของแต่ละบุคคล
ตั้งแต่โรงเรียนนำโครงการโรงเรียนแห่งความสุขเข้ามา พฤติกรรมของนักเรียนเปลี่ยนไป คือ เด็กจะใกล้ชิดเรามากขึ้น กล้าที่จะถามมากขึ้น ไม่เข้าใจบทเรียนตรงไหน จะยกมือถาม หาข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลให้การเรียนของนักเรียนดีขึ้น
ธีรพงษ์ เมืองหลวง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เล่าว่า โครงการนี้ ทำให้ผมมองเห็นเป้าหมายในชีวิตชัดเจนขึ้น ซึ่งเมื่อเรารู้เป้าหมายว่าเราอยากเป็นอะไรแล้ว ทำให้เราต้องพยายามศึกษาหาความรู้ เพื่อเป็นหนทางในการก้าวไปสู้เป้าหมายในชีวิตของเราให้ได้
สุพรรษา พันธ์ยิ้ม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เล่าว่า โตขึ้นอยากเป็น “ครู” เพราะหลังจากที่ตัวเองเคยได้รับโอกาสจากครู ซึ่งครั้งหนึ่งเคยท้อ จนไม่ไม่อยากจะเรียนแล้ว แต่ก็ได้ครูที่เข้าใจและคอยให้กำลังใจ ทำให้หนูอยากเรียนต่อ อยากกลับมาเป็นครู และอยากหยิบยื่นโอกาสให้คนอื่นเหมือนที่หนูเคยได้รับ



