เร่งเดินหน้าตั้งอ.ก.พ.กระทรวงตามคำสั่งม.44

เกลี่ยอัตรากำลัง, อ.ก.พ.กรม, อ.ก.พ.กระทรวง, เร่ง, เดินหน้า, ตั้ง, กระทรวง, ตามคำสั่ง

ศธ.เร่งเดินหน้ารองรับตั้งอ.ก.พ.กระทรวง นัดถกรายละเอียดการสรรหากับ ก.พ.ตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันตามคำสั่งม.44 และคุยเกลี่ยอัตรากำลังตั้ง ศธภ.-รองศธภ.18 ม.ค.

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.60 ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยกำหนดให้มี อ.ก.พ.กระทรวงเพียงคณะเดียว และให้มีการเกลี่ยอัตรากำลังใน ศธ.เพื่อกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งเป็นศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และรอง ศธภ.เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารของ ศธ.เกิดประสิทธิภาพนั้น สิ่งที่ ศธ.ต้องดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่ง แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การรวม อ.ก.พ.ทั้ง 5 คณะขององค์กรหลักเป็น อ.ก.พ.กระทรวงเพียงคณะเดียว ซึ่ง ศธ.จะต้องไปทำความตกลงกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เกี่ยวกับรายละเอียดของการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการและด้านกฎหมายจำนวนไม่เกินสามคน และกรรมการที่แต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนที่ดำรงตำแหน่งประเภท บริหารระดับสูงใน ศธ.จำนวนไม่เกินห้าคน เนื่องจากสัดส่วนและคุณสมบัติของ อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการไม่เหมือนกับกระทรวงอื่น

นอกจากนี้ จะมีสอบถามไปยังทุกองค์กรหลักว่ามีเรื่องใดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของ อ.ก.พ.ทั้ง 5 คณะ เพื่อ อ.ก.พ.กระทรวงชุดใหม่จะได้สานต่อ รวมทั้งจะสอบถามด้วยว่ามีการตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานใดก่อนหน้านี้หรือไม่ในเรื่องใดบ้าง จะได้แจ้งให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศในการทำงาน ทั้งนี้ในวาระเริ่มแรก อ.ก.พ.กระทรวงชุดใหม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ระหว่างนี้ให้ดำเนินการหารือ ก.พ.และเร่งสรรหากรรมการให้ครบองค์ประกอบภายใน 90 วัน

“ส่วนการให้ ศธ.มี ศธภ. จำนวน 12 ตำแหน่ง โดยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูง และมีรอง ศธภ. 12 ตำแหน่ง เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับต้นนั้น เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นการเพิ่มตำแหน่งระดับ 10 และ 9 ขึ้นมาจำนวนถึง 24 ตำแหน่ง โดย ศธ.จะต้องไปเกลี่ยอัตรากำลังภายใน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการหารือกับองค์กรหลักในเบื้องต้นแล้ว โดยจะมีการเกลี่ยอัตราจากทั้ง 5 องค์กรหลัก จำนวนกว่า 50 อัตรา แบ่งเป็นข้าราชการพลเรือน 25 อัตราและข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอีกกว่า 30 อัตรา ซึ่งทุกอัตราจะเป็นตำแหน่งว่างที่ไม่มีคนครองอยู่ อย่างไรก็ตามจะมีการพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งในวันที่ 18 ม.ค.นี้”ปลัด ศธ.กล่าว

ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า จากนั้นจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพื่อตัดโอนอัตราและเสนอไปยัง ก.พ.เพื่อขอกำหนดตำแหน่งต่อไป ซึ่งคาดว่า ก.พ.น่าจะเห็นชอบกำหนดตำแหน่งได้ภายในเดือนก.พ.นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ อ.ก.พ.กระทรวงน่าจะครบองค์ประกอบและมีการตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาเพื่อทำหน้าที่สรรหาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้คาดว่าน่าจะสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ศธภ.และรอง ศธภ.ทั้ง 24 ตำแหน่งได้ภายในเดือน เม.ย.นี้.

ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เนื่องจากศธ.เป็นกระทรวงเดียวที่แปลกไม่เหมือนใคร คำสั่งดังกล่าวจึงออกมาเพื่อทำให้การทำงานง่ายขึ้น และการบริหารงานก็คล่องตัวขึ้น เพราะคำสั่งม.44 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ระบุให้ผู้ตรวจราชการศธ.ปฏิบัติหน้าที่ ศธภ. แต่ผู้ตรวจฯทุกคนก็มีภาระมากอยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องให้คนมาดูงาน ศธภ.เต็มตัว เพราะฉะนั้นคำสั่งนี้ไม่ได้ออกมาเพื่อหักใคร แต่เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษามีผลในทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าต้องมีเสียงบ่น เพราะไม่ว่าอะไรก็คงไม่ถูกใจใครทั้ง 100% แต่ก็ต้องทำเพื่อให้การทำงานคล่องตัวขึ้นและไม่ได้เป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด

 


เปิดอ่าน