
ให้ประวัติศาสตร์ -ภูมิศาสตร์เป็นกิจกรรมบังคับเด็กต้องร่วม
สพฐ.เพิ่มความเข้มข้นวิชาประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ จัดทำคู่มือครูและกำหนดหัวข้อการเรียนให้ชัด เตรียมกำหนดให้ทั้งประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ เป็นกิจกรรมบังคับ
เมื่อวันที่ 20 ก.ย.59 นายพะโยม ชิณวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวตามนโยบายเร่งด่วนที่พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ มอบให้ สพฐ.ดำเนินการ โดยเฉพาะปรับเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ ให้มีความเข้มข้น ซึ่งในส่วนของวิชาประวัติศาสตร์นั้น โครงสร้างหลักสูตรกำหนดให้นักเรียนต้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์อยู่แล้ว แต่เพื่อช่วยให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอนได้เข้มข้นขึ้น ทางสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) จะไปจัดทำคู่มือจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์สำหรับครู และจัดหาหนังสืออ่านนอกเวลาให้ด้วย
นายพะโยม กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเรียนภูมิศาสตร์ นั้นยังคงอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเช่นเดิม แต่ สพฐ.จะทำหลักสูตรให้ชัดเจนขึ้น กำหนดว่าหัวใจสำคัญของเรื่องภูมิศาสตร์ที่เด็กจะต้องเรียนรู้มีอะไรบ้าง อาทิ แผนที่และภูมิศาสตร์ สภาพภูมิอาการและภัยพิบัติ สิ่งแวดล้อม เป็นต้น รวมถึงจะกำหนดให้โรงเรียนใช้ช่วงเพิ่มเวลารู้ ตามโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิชาประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์เป็นฐานด้วย อย่างไรก็ตาม รมว.ศึกษาธิการ ต้องการให้ สพฐ.กำหนดกิจกรรมในช่วงเพิ่มเวลารู้ ว่ากิจกรรมใดเป็นกิจกรรมบังคับที่เด็กทุกคนต้องร่วม กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมเลือก ซึ่งสพฐ.ก็จะกำหนดให้กิจกรรมในวิชาประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ รวมถึงกิจกรรมสร้างสาธารณประโยชน์เป็นกิจกรรมบังคับที่เด็กต้องเข้าร่วม
“นอกจากนี้ เรื่องฟื้นการท่องสูตรคูณและคิดเลขเร็ว ปกติการท่องสูตรจะเริ่มตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 2 ตรงนี้จะทำให้เข้มแข็งขึ้น โดยจะรื้อฟื้นให้เด็กต้องท่องสูตรคูณได้ตั้งแต่แม่ 1- แม่ 12 ส่วนเด็กที่โตขึ้นระดับมัธยมศึกษาจะต้องท่องสูตรคูณได้ถึงแม่ 25 เป็นต้น ส่วนการคิดเลขเร็ว จะมีการแจกแบบฝึกหัดไปยังโรงเรียน และส่วนหนึ่งจะแขวนไว้บนเว็บไซต์ให้โรงเรียนดาวน์โหลดไปใช้งาน ซึ่งแบบฝึกหัดบางชุดจะแยกตามศักยภาพของนักเรียนด้วย” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม เวลานี้ สพฐ.กำลังศึกษาเกี่ยวกับเวทคณิต ซึ่งเป็นการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย โดยกำลังจะเริ่มนำมาทดลองใช้ในบางโรงเรียน และอนาคตอาจจะขยายผลไปใช้กับโรงเรียนทั่วประเทศ”



