
สปส. เห็นชอบยกเลิกบัญชีแนบท้ายสิทธิทันตกรรม
สปส. เห็นชอบยกเลิกบัญชีแนบท้ายสิทธิทันตกรรม ให้สิทธิผู้ประกันตนใช้บริการนอกโครงการนำร่องฯเบิกได้เต็มวง900บาทต่อปีแต่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน
นายโกวิท สัจจวิเศษ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา คณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ด สปส.) มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการการแพทย์เสนอให้ยกเลิกบัญชีประกาศแนบท้าย หลักเกณฑ์สิทธิการักษาทันตกรรมผู้ประกันตน ของ สปส.ภายใต้วงเงินคนละ 900 บาทต่อปี หลังจากที่เครือข่ายแรงงานและเครือข่าย ฟ.ฟัน สร้างสุขเรียกร้องให้ยกเลิกบัญชีฯ หลังจากนี้ ผู้ประกันตนที่ไปใช้บริการทันตกรรมในสถานพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วไป ซึ่งไม่ได้เป็นสถานพยาบาลเครือข่ายโครงการนำร่องทำฟันไม่ต้องสำรองจ่ายของ สปส. ก็สามารถไปใช้บริการทันตกรรมได้โดยสำรองจ่ายเงินไปก่อน และสามารถยื่นเรื่องเบิกเงินกับ สปส. ได้คนละ 900 บาทต่อปี
เลขาธิการ สปส. กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ประกันตนที่ใช้บริการทันตกรรมในสถานพยาบาลรัฐและเอกชน ซึ่งเข้าร่วมโครงการนำร่องทำฟันฯ ก็ไม่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน แต่จะมีเกณฑ์กำหนดอัตราเบิกจ่ายตามจริง แต่ไม่เกิน 900 บาทต่อปี ซึ่งในส่วนของสถานพยาบาลรัฐ จะยึดตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข
โดยเร็วๆ นี้ สปส. จะเสนอรมว.แรงงาน เพื่อให้พิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้รับทราบ เพื่อให้สถานพยาบาลรัฐไม่เรียกเก็บเงินค่าทันตกรรมกับผู้ประกันตน แต่ให้เบิกจ่ายกับ สปส. โดยตรงตามเกณฑ์ สธ. ขณะที่สถานพยาบาลเอกชน ก็จะให้แจ้งอัตราค่าบริการทันตกรรมต่างๆ มายัง สปส. เพื่อจะได้แจ้งผู้ประกันตนให้ทราบ
ทั้งนี้ โครงการนำร่องทำฟันฯ จะดำเนินใน 30 หน่วยบริการ ใน 19 จังหวัด ได้แก่ กทม. สมุทรปราการ ปทุมธานี อ่างทอง ร้อยเอ็ด เชียงใหม่ ชัยภูมิ สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม ชุมพร พังงา สตูล จันทบุรี บึงกาฬ มุกดาหาร ยโสธร แพร่ อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี โดยล่าสุดมีสถานพยาบาลรัฐและเอกชน สมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว 78 แห่ง ซึ่งจะเริ่มโครงการนำร่องและการให้สิทธิการเบิกค่าทันตกรรมคนละ 900 บาทต่อปีในเดือน ต.ค.นี้ หลังจากนั้นจะขยายผลโครงการนำร่องฯ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560



