
เสนอไอเดียกำหนดโควตาระบบรับเด็กมหา'ลัยให้ชัด
“ดาว์พงษ์” ขอให้มรภ.เคลียร์ชัดทำไมต้องขอรับตรงเอง ขณะที่ อธิการมรภ.พระนคร เสนอกำหนดโควตารับเด็กของแต่ละมหา’ลัยให้ชัด ประธานทปอ.มทร.เผยนัดหารือร่วมกัน 13 ก.ย.
เมื่อวันที่ 6 ก.ย. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ( ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษารูปแบบใหม่ ว่า จากการหารือร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ทปอ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) และ ทปอ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) มีความเห็นร่วมกัน ว่า ควรจะต้องปรับแก้ระบบการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในถาบันอุดมศึกษาใหม่ แต่จะเป็นรูปแบบใดนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากในส่วนของ มรภ. และ มทร.ยังมีข้อกังวลว่า การรับเด็กในรูปแบบใหม่ ตามแนวทางที่ ทปอ.เสนอจะไปกระทบ ทำให้ไม่สามารถรับเด็กเข้าเรียนได้ตรงตามเป้าหมาย ดังนั้นจึงขอกลับไปหารือร่วมกันก่อน
ทั้งนี้ ตนได้ขอให้นายประเสริฐ คันธมานนท์ รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)ในฐานะเลขาธิการ ทปอ. ไปทำความเข้าใจกับที่ประชุมทปอ.มรภ. และทปอ.มทร. ส่วนกรณีที่ทปอ.มรภ. ขอเปิดรับตรงในช่วงเวลาเดิมเดือนมีนาคม-พฤษภาคม นั้น ทาง มรภ.เองก็ยังตอบคำถาม ไม่ชัดเจนว่า ทำไมต้องขอเปิดรับตรงในช่วงเวลาดังกล่าว จึงอยากให้ มรภ.ไปหาเหตุผลที่ชัดเจนให้ได้ก่อน
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ระบุว่า การรับนักศึกษาระบบใหม่ ไม่ควรล็อกให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งต้องเข้าร่วม เพราะมหาวิทยาลัยยอดนิยมก็จะได้เด็กเก่ง ขณะที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ก็อาจจะได้เด็กไม่ตรงกับที่ต้องการนั้น เป็นสิทธิที่จะคิดได้ แต่ทุกอย่างต้องดูภาพรวม
ด้าน ดร.พงศ์ หรดาล อธิการบดีมรภ.พระนคร กล่าวว่า ทปอ.มรภ.นัดหารือเรื่องดังกล่าววันที่ 30 กันยายนนี้ ส่วนตัวเห็นว่าที่ผ่านมา มรภ.ก็รับเด็กต่อจากมหาวิทยาลัยรัฐอยู่แล้ว เพราะค่านิยมคนไทย ยังยึดติดอยู่กับมหาวิทยาลัยเก่าแก่ แม้มหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ จะพยายามพัฒนาศักยภาพ ก็ยังไม่เป็นที่นิยม อีกทั้งในอนาคต จำนวนเด็กที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่จะเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย จะน้อยลง ขณะที่จำนวนที่นั่งเรียนในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีมากขึ้นและหากกำหนด ให้มีการเคลียร์ริ่งเฮาส์ 2 รอบ เด็กเลือกเข้ามหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. ก่อน จะมีเด็กเหลือไปมหาวิทยาลัยอื่น ๆ จำนวนน้อยมาก
เพราะฉะนั้น ควรมีการกำหนดโควตาการรับเด็กของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้ชัดเจน และตนอยากให้มหาวิทยาลัยรัฐกลุ่มเก่า หันไปเน้นการเรียนการสอนในระดับปริญญาโทและเอกที่เข้มข้นขึ้น โดยจัดการเรียนการสอนแบบเต็มเวลา เช่นเดียวกับการสอนในระดับปริญญาตรี ไม่ใช่เปิดสอนเป็นหลักสูตรพิเศษ เรียนเสาร์ อาทิตย์อย่างเช่นปัจจุบัน ซึ่งตนจะเสนอให้มีการกำหนดโควตาการรับเด็ก ของมหาวิทยาลัยกลุ่มต่าง ๆ ในที่ประชุมทปอ.มรภ.ด้วย
ขณะที่ ดร.สาธิต พุทธชัยยงค์ อธิการบดีมทร.กรุงเทพ ในฐานะประธานทปอ.มทร. กล่าวว่า ในการประชุม ทปอ.มทร. วันที่ 13 กันยายนนี้ ตนจะหารือร่วมกับอธิการบดีมทร.ทั้ง 9 แห่ง ถึงระบบการคัดเลือกนักศึกษาเข้าสถาบันอุดมศึกษาที่ทาง ทปอ.เสนอ เพื่อสอบถามความคิดเห็นรวมถึงรับฟังแนวทาง และปัญหาของการรับนักศึกษาที่ผ่าน ๆ มา เนื่องจาก มทร.กระจายอยู่ในภูมิภาค การรับนักศึกษาก็จะมีความแตกต่างไปตามบริบทของพื้นที่ ที่สำคัญเป้าหมายของ มทร.คือ ต้องการได้บัณฑิตนักปฏิบัติ ดังนั้น ก็ต้องดูว่าระบบที่ทปอ.เสนอมา จะตอบโจทย์ตรงนี้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องเพิ่มวิธีการคัดเลือก อาทิ สอบปฏิบัติ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับหลักการที่จะแก้ปัญหาเด็กวิ่งรอกสอบ ลดภาระค่าใช้จ่าย



