ไลฟ์สไตล์

ความ(รัก)แบบแม่ยุคใหม่ …. ทำลูกไม่อึดอัด

ความ(รัก)แบบแม่ยุคใหม่ …. ทำลูกไม่อึดอัด

12 ส.ค. 2559

ความรักของแม่ยิ่งใหญ่ และบริสุทธิ์เสมอ เพราะความรักของผู้เป็นแม่ ไม่ได้คาดหวัง มีเพียงความหวังดีต่อลูกเท่านั้น : ปภาวรินทร์ สังฆพรหม ประชาสัมพันธ์ มสด.

 “วันที่ 12 สิงหาคม  วันแม่แห่งชาติ” ถือเป็นวันสำคัญที่ทำให้ลูกได้ทำสิ่งดีๆ ส่งต่อความรักระหว่างแม่ลูกในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การมอบการ์ด บอกรัก กราบเท้าท่านด้วยพวงมาลัยดอกมะลิ ฯลฯ ต่างคนต่างมีวิธีแสดงความรักที่แตกต่างกันออกไป ลองมาฟังน้องๆ และบุคลากรจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.)ดูบ้างว่าพวกเขาเหล่านี้ มีวิธีการบอกรักแม่อย่างไร? 

เริ่มที่เฟรชชี่น้องใหม่ นส.ปนัดดา ตรีรีตน์ (มิ้ว)  นักศึกษาชั้นปีที่ 1สาขาวิชาธุรกิจการโรงแรมโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ กล่าวถึงเทศกาลวันแม่ ว่า ตนเป็นเด็กจังหวัดอ่างทอง ซึ่งทุกปี ยังคงอยู่กับแม่และครอบครัวที่โน้น แต่ปีนี้ ถือเป็นปีแรกที่ไม่อยู่กับครอบครัว  จึงตั้งใจจะกลับบ้านหาแม่เหมือนทุกครั้งที่เคยเป็นมา การที่ต้องมาเรียนต่างบ้าน ไกลจากคุณแม่ เป็นเรื่องที่ไม่ชินและมีความคิดถึงครอบครัวไม่น้อย เพราะตนถูกเลี้ยงดูแบบใกล้ชิด สนิทกับคุณแม่มาก คุณแม่ให้ความรักและความอบอุ่นเหมือนเพื่อนกัน หลายคนอาจมองว่าเป็นการเลี้ยงลูกสมัยใหม่ (จะดีหรือเปล่า?) แต่สำหรับตนคิดว่า ดีมาก เราสามารถพูดคุยและปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ทำให้เรากล้าที่จะพูด กล้าที่จะปรึกษา

โดยปีนี้ ตนได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของนศ. เป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ “ช่อสบู่ดอกมะลิ” ภายใต้แบรนด์ UNI (มสด.) บรรจุในกล่องสวยงาม มีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกมะลิ นับเป็นโอกาสอันดีที่จะซื้อเป็นของขวัญกลับไปไหว้ขอพรคุณแม่ด้วยคะ

ด้านน.ส. อุรัสยา สุทธิประภา (พลอย) นักศึกษาชั้นปี2สาขาวิชาการบริการลูกค้า คณะวิทยาการจัดการ กล่าวต่อว่า ตนมีพี่น้องฝาแฝด พลอยกับแพร เลยเป็นภาระหนักของการเลี้ยงลูกคนเดียวอย่างคุณแม่ แต่ตนไม่เคยรู้สึกว่าขาดพ่อเลย เพราะแม่ให้ความรักอย่างดีเยี่ยม บางคนคิดว่าเมื่อลูกขาดพ่อแล้วจะมีปมด้อย แต่สำหรับตนไม่ใช่ กลับเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ ได้ความรักอย่างเต็มที่ ความผูกพันธ์ระหว่างแม่ลูกเลยมากขึ้นทุกปี พอเราสนิทกับแม่เหมือนเพื่อน เรื่องของการเปิดใจคุยก็ตาม ตนพูดได้เต็มปากว่าแม่รู้ทุกเรื่อง รู้ทุกความเคลื่อนไหว แม้กระทั่งเรื่องความรัก แม่ก็คอยแนะนำและดูอยู่ห่างๆ เลยทำให้ความรู้สึกของการเป็นลูกไม่อึดอัด มีอะไรก็อยากปรึกษาแต่แม่เท่านั้น ซึ่งวันแม่ปีนี้ ตั้งใจพาคุณแม่ไปทานร้านอาหารที่ท่านชอบ แอบเก็บเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงในการทำงานพิเศษมอบให้แม่ด้วย ถือเป็นการทดแทนบุญคุณที่ท่านเลี้ยงดูเรามา ส่วนเพื่อนๆคนไหน ยังไม่กล้าบอกรัก ให้ถือโอกาสเอาวันแม่12 สิงหาคม เป็นการบอกรักแม่นะคะ เพราะหากคุณไม่กล้าลงมือทำตั้งแต่วันนี้ ไม่รู้วันข้างหน้าแม่จะอยู่กับเราหรือไม่ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ตนส่งกำลังใจช่วยเชียร์เพื่อนๆทุกคนเลยคะ

สุดท้ายหนุ่มใต้กลับใจ นายพิพัฒน์พล เพ็ญเกิด (บอนด์) บุคลากรกองประชาสัมพันธ์สวนดุสิต กล่าวเสริมสำหรับเทศกาลวันแม่ ว่า ตนเติบโตในครอบครัวข้าราชครู การเลี้ยงดูจึงเคร่งครัด ต้องอยู่ในกรอบ ทำให้บ่อยครั้ง เผลอทำให้พ่อและแม่เสียใจ เพราะตนเป็นเด็กเกเร ไม่ยอมเรียนบ้าง ไม่กลับบ้านบ้าง ติดเพื่อนบ้าง แต่พอวันหนึ่งที่ต้องมาใช้ชีวิตเรียนต่อที่กรุงเทพฯเพียงคนเดียว จึงทำให้คิดได้ การที่ท่านว่ากล่าวตักเตือนมันเป็นเรื่องจริง สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จึงกลับตัวกลับใจเป็นคนดี แต่เรื่องการบอกรักแม่นั้น ยังมีความเขินอาย แต่การกระทำชัดเจน ตนจะเข้าไปกอดไปหอมทุกครั้งเมื่อได้กลับบ้านที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ปีนี้ไม่ได้กลับ เพราะติดงานและติดเรียนปริญญาโท จึงตั้งใจจะส่งไลน์หรือข้อความไปบอกรักแทน ซึ่งตนคิดว่าของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การสำเร็จการศึกษาปริญญาโท จากเด็กเกเรคนหนึ่ง ที่แม่ต้องคอยเป็นห่วงแต่ปัจจุบันมีงานทำและเรียนต่อให้แม่ได้ แม่น่าจะภูมิใจกับลูกคนนี้แล้วแหละครับ จึงฝากถึงทุกคนๆ ใครที่ไม่กล้าบอกรักแม่ ลองใช้วิธีแบบตนดูก่อนก็ได้ ลองส่งข้อความหาท่าน ให้เทศกาลวันแม่เป็นช่องทางการบอกรัก และทำตัวเองให้มีคุณค่า เป็นคนดีของสังคม แค่นี้ก็เป็นตอบแทนบุญคุณท่านแล้ว สุขสันต์วันแม่นะครับ

วันแม่ปีนี้อย่าเขินอายที่จะแสดงความรักกับแม่ ด้วยการบอก “รักแม่” เพราะความรักของแม่จะเป็นเกราะคุ้มภัยให้ลูกทุกคนพ้นอันตราย ..